ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ขออภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อแก้ปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟตามเส้นทางคมนาคม โดยยกตัวอย่างปัญหาในจังหวัดระยองที่ส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินทาง และเสนอแนะการนำนวัตกรรมท่อป้องกันการโจรกรรมที่พัฒนาโดยเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาใช้เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน พร้อมนำคลิปวิดีโอมาประกอบการอภิปรายเพื่อแสดงความรุนแรงของปัญหา
เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดระยอง อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุน สส. สกล สุนทรวาณิชย์กิจ ในญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา หาแนวทางการแก้ไขปัญหาการลักลอบขโมยสายไฟตามเส้นทางคมนาคม โดยผมขอเริ่ม การอภิปรายด้วยคลิปวิดีโอดังต่อไปนี้ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
จากที่เปิดในคลิปวิดีโอนะครับ นี่เป็น แค่ส่วนหนึ่งของหลาย ๆ พิกัดในจังหวัดระยอง เพื่ออำนวยความสะดวกให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ถนนหลายเส้นในจังหวัดระยอง ไม่ว่าจะเป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๔ ที่สายชลบุรี แกลง ถนนสาย ๓๕๗๔ สายบ้านค่าย บ้านบึง ถนนทางหลวงสาย ๓๑๙๑ มาบตาพุด-นิคมพัฒนา ทางหลวงหมายเลข ๓๑๔๑ บ้านค่าย-หนองระลอก ทางหลวง แผ่นดินหมายเลข ๓๖ สายกระทิงลาย-ปลวกเกด ทางหลวงหมายเลข ๓๑๓๙ บ้านแรง หาดใหญ่ รวมมาให้ทีเดียวแล้วนะครับ หน่วยงานจะได้รับทราบและหาวิธีแก้ไข มีปัญหา ไฟดับ สร้างความอันตรายในการสัญจรของพี่น้องประชาชนติดต่อประสานงานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่าสายไฟถูกขโมย หม้อแปลงถูกขโมย ไม่สามารถซ่อมแซมให้ใช้ได้ ตามปกติ จากข่าวหลายครั้งมีอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นจากเรื่องแค่ไฟส่องสว่างบนถนน เส้นทางคมนาคมไม่เพียงพอ ดังที่เห็นในข่าวครับ มีทั้งรถตกข้างทาง รถชนกันเอง ชนม้า ชนช้างเต็มไปหมดครับ ไม่รวมถึงผมที่เป็นหนึ่งในผู้ประสบภัยที่ขับรถชนสุนัขที่ตัดหน้า ท่ามกลางความมืดมิด บนถนนเส้น ๓๕๗๔ รถผมเองครับ ซึ่งสาเหตุจากไฟส่องสว่างนี้สร้างความเสียหายเป็นอย่างยิ่งต่อชีวิตของประชาชน ทรัพย์สิน ของราชการ มีปัญหาในจังหวัดระยอง เรื่องการลักลอบขโมยสายไฟฟ้า เช่นเดียวกับ การขโมยที่มีเหมือนกันกับหลาย ๆ พื้นที่เต็มไปหมด เป็นความเดือดร้อนของประชากร ที่สัญจรไปมาเต็มไปหมด เหมือนกันไปหมด เหมือนกันทุกที่ที่พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านอภิปรายกันมา จับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง เจอโจรมืออาชีพบ้าง โจรทั่วไปโดนไฟดูดตายบ้าง ผมพูดคำว่า เหมือนกัน หลายครั้งมาก ๆ เลยนะครับท่านประธาน แต่น่าแปลกที่ปัญหาใหญ่ ระดับประเทศขนาดนี้ กลับไม่เคยมีแนวทางการแก้ไขอย่างจริงจังออกมา เท่านั้นไม่พอ เหมือนโจรรู้ว่าเราไม่มีวิธีรับมือ ก็ยิ่งขยันทำมาหากินด้วยการขโมยของหลวง ทำให้ภาครัฐ เสียหายปีละหลายล้านบาท เมื่อสมัยประชุมที่แล้ว ผมเคยใช้กลไกสภาตั้งกระทู้ถาม กับกระทรวงคมนาคมไปแล้ว ๑ ครั้ง หลังจากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป ไม่แน่ใจว่าดำเนินการ อะไรไปแล้วบ้าง หรือผมสามารถสรุปตรงนี้ได้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงสมัยประชุม ที่ ๒ รัฐบาลไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้เลยใช่หรือไม่ แต่ไม่ใช่ว่าการตั้งกระทู้ของผม เมื่อคราวนั้นไม่มีประโยชน์เอาเสียเลย เพราะหลังจากผมตั้งกระทู้แล้ว ผมได้นำเอา Script และสไลด์การอภิปรายของผมเผยแพร่ในช่องทาง Social Media มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่ง แชร์บทความจาก Page ของผมไปพร้อม Caption ทำนองว่า มีสิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดค้นขึ้นมา น่าจะได้เวลาใช้งานแล้ว ผมจึงติดต่อไปหาผู้ใช้ Facebook รายนั้นทันที คนนั้นคือ คุณนันทพงศ์ ความเพียร หรือคุณสาม เป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง คุณสามเป็นหัวหน้าทีมในการคิดค้นนวัตกรรมที่ชื่อว่า TAT หรือ Tube anti- theft หรือชื่อภาษาไทยว่า ท่อป้องกันการโจรกรรม ซึ่งอยู่ในมือของผมตอนนี้แล้วครับ ไม่ใช่ ไม่มี แม้แต่คนธรรมดาที่คิดนวัตกรรมขึ้นมาก็มี โดยนวัตกรรมที่คิดขึ้นมานี้ได้รับรางวัล ชนะเลิศระดับเหรียญทองประเภท Product Innovation ในการประกวดนวัตกรรมของ กฟภ. ๒ ประจำปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมานี้เองครับ หลักการของนวัตกรรมนี้ก็ไม่มีอะไรเข้าใจ ยากครับ ที่ผ่านมาหม้อแปลงไฟฟ้าส่องสว่างขนาด ๑๐๐ กิโลวัตต์ของแขวงการทางลูกหนึ่ง มีมูลค่าทรัพย์สินประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ บาท ถ้าขนาด ๓๐ กิโลวัตต์ ๑ ลูก มูลค่าประมาณ ๘๕,๐๐๐ บาท แต่การโจรกรรมของราคาเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาทกลับง่ายแสนง่าย เพียงแค่ ผู้โจรกรรมมีความรู้ทางไฟฟ้าเล็กน้อย เข้าใจวิธีการปลดดับไฟหม้อแปลง จากนั้นก็คลายนอต ที่ล็อกหม้อแปลง โดยใช้เพียงประแจตัวเดียว จากนั้นจะทำการถีบหรือผลักหม้อแปลงลงพื้น เพื่อเปิดฝาถังโจรกรรมของข้างใน ต่อครั้งโจรจะทำรายได้ประมาณ ๕,๐๐๐ บาท ใช้เวลา ไม่เกิน ๓๐ นาที ในปี ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา กรมทางหลวงเฉพาะในเขตอำเภอปลวกแดง ถูกโจรกรรมไปแล้วถึง ๔๙ ครั้ง ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าทางการไม่พยายามแก้ไขจุดนี้นะครับ แต่การแก้ไขโดยการทุบนอตให้ล้มครับ สไลด์ขึ้นเลยครับ จะได้เห็นว่าวิธีการแก้ปัญหา ทำอย่างไร ทุบนอตให้ล้ม จะได้ไขยาก ๆ ปรากฏว่าพอทุบเสร็จปุ๊บ คนที่ทำงานยากก็คือ เจ้าหน้าที่ที่ต้องไปซ่อมบำรุง เพราะไขออกมาไม่ได้ ส่วนโจรไม่ลำบากครับ โจรเขาเลื่อยตัด นอตออก สุดท้ายก็ขโมยได้อยู่ดีครับ สุดท้ายการแก้ปัญหาง่าย ๆ ก็ทำให้คนที่ทำงานทำงาน ยากกว่าเดิม ประแจตัวเดียวหรือเลื่อยตัวเดียวก็ขโมยได้แล้วครับ แต่ถ้าเกิดใช้ Tube anti-theft ตัวนี้ คืออันนี้เดี๋ยวผมสามารถส่งให้ดูได้ว่ามันทำงานอย่างไร เดี๋ยวจะมี ขึ้นมาในสไลด์นะครับ มันจะเอาไปครอบไว้บนนอตตัวนี้ และมีการติดล็อกประมาณ ๓ ขั้นตอนที่ต้องใช้ประแจนอตแบบพิเศษ ซึ่งจะขันออกมายากมาก และไม่สามารถเอาเลื่อย ไปตัดออกมาได้ อุปกรณ์ชิ้นนี้เอาไปติดตั้งมาเรียบร้อยแล้วครับ ๔ จุดในเขตอำเภอปลวกแดง ในจุดที่เคยมีการขโมยหม้อแปลง ปัจจุบันจุดดังกล่าวยังอยู่ดีครับ ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ไม่มีการขโมย ต้นทุนต่อชิ้นของอุปกรณ์ชิ้นนี้อยู่ที่ประมาณ ๕,๐๐๐ บาทต่อชิ้น แต่เพื่อ ปกป้องทรัพย์สินมูลค่า ๑๕๐,๐๐๐ บาท ผมว่าจุดนี้คุ้มนะครับ เหมือนการซื้อประกันชีวิต หรือประกันรถนี่ละครับ เพราะว่าเวลาเสียหายมันไม่ใช่แค่ต้นทุนแค่นี้ แต่มันคือต้นทุน ความเสียหายชีวิตประชาชน ความเสียหายต่อราชการ ความเสียหายที่ภาษีประชาชนต้อง เอาไปใช้ซ่อมแซม ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะอย่างที่เห็นว่ามีผู้อภิปรายไปเยอะมาก ท่านประธานครับ หม้อแปลงไฟฟ้าเป็นเพียง ๑ ในทรัพย์สินของราชการหลายอย่างที่ ถูกขโมย และยังไม่มีแนวทางในการแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเสาไฟฟ้าแรงต่ำ ตู้ควบคุม ก็ตกเป็นเป้าหมายของโจรเช่นกัน การพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแก้ไข ปัญหาลักลอบขโมยสายไฟวันนี้ จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะร่วมกันแก้ปัญหาที่เรามีเหมือนกัน ทั้งประเทศ ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมา และอยากให้ รัฐมนตรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าพูดว่าไม่มีแนวทาง ไม่มีนวัตกรรม ไม่มีสิ่งประดิษฐ์ ถ้าไม่มีมันไม่อยู่ในมือผมหรอกครับท่านประธาน ขอบคุณครับ