ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง หารือปัญหาการลักลอบตัดสายไฟและยกเครื่องแปลงไฟฟ้าตามทางหลวงในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งส่งผลต่อความปลอดภัยในการเดินทางและเพิ่มภาระให้เจ้าหน้าที่ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการป้องกันและแก้ไขอย่างเข้มงวด รวมถึงเน้นย้ำความจำเป็นในการจัดการปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังเพื่อปกป้องเยาวชนและรักษาอนาคตของประเทศ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ปัญหาการลักลอบขโมยตัดสายไฟบริเวณทางหลวง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ณ ปัจจุบันกำลังเป็นปัญหาขนาดใหญ่ครับ ส่งผลกระทบต่อภาคการคมนาคมขนส่งของประเทศนี้ เพราะวัตถุประสงค์ในการติดตั้ง สายไฟเพื่อเป็นการเพิ่มแสงสว่าง และเป็นการเพิ่มทัศนวิสัยในการสัญจรไปมา ถ้าเมื่อใด สายไฟเหล่านี้ถูกตัดถูกลักขโมยออกไป แสงสว่างลดน้อยลง ทัศนวิสัยลดน้อยลง ย่อมส่งผล ต่อปัญหาในเรื่องของความปลอดภัย ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน เชื่อไหมครับ ตั้งแต่ผมทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมานี้ แทบจะทุกสัปดาห์ครับ ที่พี่น้องประชาชนจะแจ้งเรื่องร้องเรียนเข้ามาว่า ไฟถนนทางหลวงก็ดี ไฟถนนทางหลวง ชนบทก็ดี ไม่สามารถใช้งานได้ เรื่องเหล่านี้เราก็ต้องส่งผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ เจ้าหน้าที่ก็จะลงไปตรวจสอบ จากการลงไปตรวจสอบพบว่าสาเหตุที่ไฟใช้ไม่ได้ นอกเหนือจากการที่อุปกรณ์ที่ใช้งาน ในการติดตั้งเสื่อมอายุตามสภาพงาน การลักลอบตัดสายไฟถือเป็นปัญหาหลักที่จะต้องใช้ งบประมาณในการแก้ไขเป็นจำนวนมากครับ ทั้งนี้ดูจากสถิติการโจรกรรมอุปกรณ์งานทาง ประจำปี ๒๕๖๕ ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทพบว่าสายไฟเป็นอุปกรณ์ ที่ถูกโจรกรรมเยอะที่สุดครับ มูลค่าความเสียหายรวมกันกว่า ๔๐ ล้านบาท หรือถ้า Scope งาน ให้แคบลงนิดหนึ่งครับท่านประธาน ในเขตพื้นที่ของผมซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ แขวงทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ และทางหลวงชนบท มีความเสียหายอันเนื่องมาจากสายไฟ ถูกลักตัดขโมย มูลค่ารวมกันกว่า ๕ ล้านบาท ในพื้นที่ผมครับท่านประธาน ถนนสายหลัก ผมย้ำนะครับว่าเป็นถนนสายหลัก ถนนทางหลวง ๒๐๓๙ มีการลักลอบการตัดสายไฟ เป็นจำนวนบ่อยครั้งมาก ยกตัวอย่างเช่น กิโลเมตรที่ ๑ กิโลเมตรที่ ๑ จุดนี้ถือว่ามิจฉาชีพ อาจหาญชาญชัยมากนะครับ เพราะเป็นที่ตั้งของโรงพักย่อย สภ.อ. น้ำพอง ผมถือว่าเป็นการ กระตุกหนวดเสืออย่างขั้นรุนแรงครับ จุดที่ ๒ บริเวณหน้าโรงงานน้ำตาล มีรถสัญจรไปมา เยอะแยะมากมายครับ ทั้งรถบรรทุกอ้อยก็เยอะ รถขนาดเล็กก็แยะ ยังสามารถไปโจรกรรม ตัดสายไฟกันได้ หรือแม้แต่จุดที่ ๓ ครับท่านประธาน บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อ อำเภอกระนวนไปถึงแยกไฟแดงทางไปอำเภอท่าคันโท ร้านสะดวกซื้อก็มีพี่น้องประชาชน เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังอุตส่าห์ไปตัดขโมยสายไฟกันได้ ท่านประธานครับ ความเสียหายที่มากกว่านี้ก็ยังมีอีกนะครับในเขตพื้นที่ผม ซึ่งเกิดขึ้นกับทางหลวงชนบท โดยเฉพาะในเขตทางหลวง ขก.๔๐๐๗ แยกบ้านหนองหว้า ตำบลทรายมูล อำเภอน้ำพอง และ ทางหลวง กส.๔๐๓๙ แยกบ้านคำครึ่ง ตำบลหัวนาคำไปตำบลดูนสาด ของอำเภอกระนวน ทั้ง ๒ จุดนี้ไม่ใช่แค่เป็นการลักลอบตัดสายไฟ แต่เป็นการยกหม้อแปลงไปทั้งลูกครับ เรื่องนี้ ส่งผลกระทบต่อทางหลวงชนบทครับ เพราะต้องไปเซ็น MOU กับทางการไฟฟ้าเพื่อที่จะขอ ยืมหม้อแปลงไฟฟ้าจากการไฟฟ้ามาติดตั้งใช้งานเป็นการชั่วคราว เพราะเนื่องจากถ้าไม่มีไฟฟ้า ใช้ ๒ จุดนี้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับ เจ้าหน้าที่ทางหลวง ช่างไฟฟ้า ชื่อพี่สมพงษ์ ขออนุญาตเอ่ยนามไม่ได้เสียหายอะไรครับ ผมคุยกับพี่สมพงษ์บ่อยครั้งมากครับ ปัจจุบันนี้คุยกันผมจะเรียกแกว่า ป๋าสมพงษ์ครับ ป๋าสมพงษ์เล่าให้ผมฟังอย่างนี้ครับว่า ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ทางหลวง แผนกช่างไฟฟ้ามาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๕ ปัจจุบันนี้ อีกไม่กี่ปีจะเกษียณแล้วนะครับ ปัญหาการลักลอบตัดสายไฟถือว่า เป็นปัญหาระดับชาติ เวลาที่ไฟฟ้าใช้งานไม่ได้ พี่น้องประชาชนก็จะพากันก่นด่าตำหนิว่า ทางหลวงไม่ดูแลเอาใจใส่ เวลาที่ทีมป๋าสมพงษ์ได้รับเรื่องร้องเรียน ก็ต้องรีบลงไปพื้นที่ กุลีกุจอเข้าไปแก้ไขปัญหา แต่ปัญหามันจะได้รับการเยียวยาแก้ไขช้าหน่อยครับ เพราะแขวง ทางหลวงขอนแก่นที่ ๑ ต้องดูแลพื้นที่เยอะแยะครับ อำเภอน้ำพอง อำเภอกระนวน อำเภอเมือง อำเภอซำสูง อำเภอเขาสวนกวาง และอีกบางพื้นที่ในเขตจังหวัดมหาสารคาม นั่นคืออำเภอเชียงยืน เวลาไปถึงแต่ละครั้งแทบช็อกครับ เพราะลำพังอุปกรณ์ที่ตั้งเสื่อมสภาพ นี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ของทีมป๋าสมพงษ์เลยครับ แต่จะท้อใจทุกครั้งเพราะสาเหตุที่ไฟฟ้าใช้ไม่ได้ เป็นเพราะสายไฟมันถูกตัดขโมย และที่สำคัญระยะหลังเกิดถี่มาก เกิดบ่อยครั้ง เป็นการเพิ่ม ภาระงานที่ต้องรับผิดชอบโดยเหตุจำเป็น และเป็นการแก้ไขปัญหาในแต่ละครั้งใช้เวลาแก้ไข ยาวนาน ท่านประธานครับ เมื่อพิจารณาจากพฤติกรรมการลักลอบการตัดสายไฟ ข้อมูลจาก สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา สำนักวิชาการ ระบุครับว่า กลุ่มมิจฉาชีพ แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม มีเพื่อน ๆ สมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว กลุ่มแรกนั้นก็คือกลุ่มมืออาชีพ กลุ่มมืออาชีพนี้คือกลุ่มลูกจ้างประจำที่เข้าลงไปซ่อมแซมบำรุงระบบโทรคมนาคม แล้วก็ ใช้ความชำนาญตรงนี้ในการตัดสายไฟ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มชั่วคราว กลุ่มชั่วคราวนี้สำหรับผม ผมคิดว่ามันมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นะครับ เพราะกว่าจะลงไป รถยนต์ที่ลงไปก็เอาไป แปลงโฉมก่อน แปลงให้มันมีสภาพคล้าย ๆ กับ ๒ หน่วยงาน ทั้งทางหลวงแล้วก็การไฟฟ้า มิหนำซ้ำ Costume พร้อมมากครับ มีการออกแบบเสื้อผ้า หน้าผมให้คล้ายกับเจ้าหน้าที่ ทั้ง ๒ หน่วยงานนั้น เป็นการตบตาเวลาลงไปพื้นที่เพื่อไปโจรกรรม กลุ่มที่ ๓ เป็นกลุ่มที่ผม ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะทางสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเรียกว่า เป็นกลุ่มคนในพื้นที่ แล้วก็มีการยกตัวอย่างว่า เป็นกลุ่มของเยาวชนผู้ติดยาเสพติดที่อยู่ใน ชุมชนนั้น ๆ ท่านประธานครับ กลุ่มนี้ผมว่ามันฟังดูทะแม่ง ๆ เหมือนกับพวกเราในที่นี้รู้อยู่แล้วนะครับว่า ปัญหาที่เกิดจากการลักลอบการขโมยมันมาจากปัญหาเรื่องของยาเสพติด ทุกคนในที่นี้ รู้หมดครับ ท่านประธานก็รู้ ผมรู้หรือลงพื้นที่ไปถามพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตอนนี้ก็รู้ครับว่า ยาเสพติดมันขายอยู่ที่ไหน ขายที่ไหน ขายราคาเท่าไร ใครเป็นคนขาย ส่งยากันตอนไหน ทุกคนรู้หมดครับ แต่ทำไมปัญหาเหล่านี้มันไม่มีการตัดทอนแก้ไขปัญหาที่เกิดจากยาเสพติด หน่วยงานที่รับผิดชอบใส่เกียร์ว่าง ไม่ดำเนินการหรือไม่ ไม่ใช่ครับ แต่มันเป็นเพราะมันมี อำนาจมืดไปกดทับทำให้พวกเขาไม่สามารถดำเนินการเรื่องเหล่านี้ได้ สร้างปัญหาเป็น วงกว้าง ฆ่าคนทั้งเป็น ในพื้นที่ผมถ้าเกิดขอเงินไปซื้อยาไม่ได้ก็จะอาละวาด ทะเลาะกับคน ในครอบครัว เกิดเป็น Trend ใหม่ครับ สำหรับคนที่ติดยา นั่นคือการเผาบ้านโชว์ เผาบ้าน โชว์เพื่อเป็นการเรียกร้องความสนใจจากคนในครอบครัว หรือบางคนอาละวาดสร้างความ หวาดกลัวให้กับครอบครัวแล้วก็เพื่อนบ้าน พอถูกจับไปบำบัด ก็ไม่ได้บำบัดแบบจริงจังครับ เพราะคนส่งยาก็ตามไปส่งยาอยู่ในสถานบำบัดอีกด้วย คำถามคือเราจะปล่อยให้ลูกหลานเรา อยู่อย่างนี้จริง ๆ หรือครับ ท่านประธานครับ เรื่องบทลงโทษทางกฎหมายผมเชื่อว่ามีเพื่อน สมาชิกในสภาแห่งนี้มีข้อเสนอแนะมากมาย สำหรับผมในฐานะที่ผมเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับ ชุมชนสังคมชนบท ผมอยากเสนอให้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องยาเสพติด ซึ่งเป็นกลุ่มหนึ่ง ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาในเรื่องนี้ ผมเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับการปราบปรามยาเสพติด แบบในสมัยก่อนที่มีการวิสามัญ เพราะคนที่โดนฆ่าตายส่วนใหญ่เป็นลูกหลานคนจนครับ เป็นลูกหลานเกษตรกร เป็นลูกหลานคนธรรมดาแบบผมนี่ครับ ผมไม่เคยได้ยินเลยนะครับ แทบจะไม่ได้ยินเลยว่า คนค้ายารายใหญ่ คนส่งยารายใหญ่หรือคนที่มีอำนาจทางการเมือง ถูกวิสามัญเพียงเพราะเรื่องของยาเสพติด แต่ข้อเสนอของผมที่อยากจะเสนอต่อสภาแห่งนี้ คือเพิ่มจำนวนสถานบำบัดที่มีประสิทธิภาพครับ และที่สำคัญมีให้มันเพียงพอกับจำนวน ลูกหลานเราที่กำลังติดยาเสพติดในขณะนี้ เพื่อคืนลูกหลานสู่สังคม สร้างอนาคตใหม่ให้กับ ครอบครัวครับ
สุดท้ายครับ หากจะแก้ไขปัญหา ไม่แก้ที่ต้นตอของปัญหา อย่าว่าแต่เรื่องของ การลักลอบตัดสายไฟเลยครับ ในอนาคตยาเสพติดมันจะพันพัวสาละวนกับปัญหาในด้าน อื่น ๆ อีกมากมาย ถ้าหากเรายังอยากให้ประเทศของเราก้าวหน้า และก้าวไกลไปมากกว่านี้ ผมอยากจะขอให้ทุกท่านจริงจังกับเรื่องนี้เสียทีเถอะครับ ก่อนที่ยาเสพติดมันจะเป็นสาร เพาะเชื้อแพร่กระจายกัดกินเยาวชนอนาคตลูกหลานพวกเรา สุขสันต์วันเด็กครับ