อนุสรณ์ ชี้ลักสายไฟนนทบุรีรุนแรง ชูแก้กฎหมายค้าของเก่า

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗

อนุสรณ์ แก้ววิเชียร หารือปัญหาการลักลอบตัดสายไฟฟ้าในจังหวัดนนทบุรีที่ทวีความรุนแรงจากความซับซ้อนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและข้อจำกัดด้านการบังคับใช้กฎหมาย พร้อมชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ของกฎหมายควบคุมการค้าของเก่า พ.ศ. 2474 ที่ล้าสมัยและไม่สอดคล้องกับบริบทปัจจุบัน โดยเรียกร้องให้มีการแก้ไขทั้งในเชิงระบบ กฎหมาย และมาตรการป้องกันอย่างชัดเจน รวมถึงเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาและผลักดันการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร นนทบุรี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม อนุสรณ์ แก้ววิเชียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี อำเภอบางกรวย ตำบลบางไผ่ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนที่ ๓ ของ จังหวัดนนทบุรีแล้วนะครับที่ลุกขึ้นอภิปรายในปัญหานี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาลักสายไฟฟ้า หนักหน่วงมากในจังหวัดนนทบุรี จากที่ผมและทีมงานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบปัญหา ผมนำเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าปัญหาการลักสายไฟฟ้า มีปัญหาตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ผมขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้นะครับว่า ก่อนที่ผมจะมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในขณะที่ผมเดินหาเสียงอยู่นั้น มีถนนอยู่เส้นหนึ่ง ไฟทางส่องสว่าง มืดตลอดทั้งเส้นทาง ถนนเส้นนั้นคือถนนคู่ขนานกับรถไฟฟ้าสายสีแดง มุ่งตรงไปยังวงเวียน พระราม ๗ มีระยะทางอยู่ประมาณ ๒๐๐ เมตรครับท่านประธาน ที่ไฟมืดสนิท นับจาก วันนั้นจนถึงวันนี้ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเกือบ ๖ เดือนแล้ว ผมยังไม่สามารถ แก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ได้เลย ท่านประธานทราบไหมครับว่าเป็นเพราะอะไร ไฟทางบนถนนแห่งนี้ถูกลักสายไฟฟ้า แต่ในทุก ๆ ๑๐ เมตร มีเจ้าของอยู่นะครับ เนื่องจาก ถนนเส้นนี้ติดกับรางรถไฟ เหนือรางรถไฟไปเป็นทางด่วนพิเศษศรีรัช เหนือจากทางด่วนไป เป็นรถไฟฟ้าสายสีแดง ทางแห่งนี้มีเจ้าของถึง ๓ เจ้าของ คือการรถไฟ ทางหลวงชนบท และ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หลอดไฟ ๑ ดวง มีเจ้าของถึง ๓ แห่ง ปัจจุบันนี้ผมยัง ไม่สามารถแก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ สิ่งที่น่าเสียใจสำหรับผมคือไฟที่มันมืดมิดมันคร่าชีวิต ของประชาชนในพื้นที่ผมไป ๑ ท่าน จากเหตุชิงทรัพย์ และปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยัง ไม่สามารถตามจับผู้กระทำความผิดได้เลยนะครับ เพราะว่ากล้อง CCTV ไม่ทำงาน ทั้งหมด ทั้งปวงที่ผมพูดมานี้มันเกิดมาจากปัญหาการลักสายไฟฟ้าในพื้นที่ผม นี่คือต้นน้ำนะครับ กลางน้ำ ปัญหาของทางหลวงชนบทคือเวลาที่ไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มักจะได้รับ คำตอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ไม่พบการกระทำความผิดซึ่งหน้า ทางหลวงชนบท จึงแก้ปัญหาด้วยการจัดเวรยามในการเฝ้าสายไฟฟ้าในพื้นที่ สิ่งที่เจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบท สะท้อนผ่านผมมาคือ วันหนึ่งช่างไฟพบผู้กระทำความผิดในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีและ เข้าจับกุม มีการยื้อยุดฉุดกระชากกันระหว่างผู้กระทำความผิดกับเจ้าหน้าที่ของทางหลวง ชนบท ผลสุดท้ายปืนลั่นใส่ผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่ทางหลวงชนบทท่านนั้นถูกเจ้าหน้าที่ ตำรวจตั้งข้อหาพยายามฆ่าและพกพาอาวุธปืน คำถามที่ผมอยากถามถึงพวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า พระราชบัญญัติทางหลวงกำหนดอำนาจหน้าที่ให้กับเจ้าหน้าที่ ทางหลวงในการจับกุมผู้กระทำความผิด แต่ตำแหน่งช่างไฟฟ้าเขาไม่ได้รับการฝึกอบรมมา ในการจับกุมผู้กระทำความผิด เขาไม่มีอำนาจในการติดอาวุธในขณะปฏิบัติหน้าที่ ผลสุดท้าย มีการหย่อนการปฏิบัติหน้าที่ ผมใช้คำว่า หย่อนนะครับ ถ้าตั้งใจปฏิบัติหน้าที่และถูกข้อหา พยายามฆ่า เจ้าหน้าที่เขาขออนุญาตหย่อนการปฏิบัติหน้าที่ครับ นี่คือปัญหาของกลางน้ำ

สุดท้ายครับท่านประธานปัญหาปลายน้ำที่เพื่อนสมาชิกหลายคนพูดถึงคือ การค้าของเก่า ผมขออนุญาตลงไปในรายละเอียดการค้าของเก่านะครับ มีพระราชบัญญัติ อยู่ตัวหนึ่ง ชื่อพระราชบัญญัติควบคุมการขายทอดตลาดและการค้าของเก่า พุทธศักราช ๒๔๗๔ ย้ำนะครับ พุทธศักราช ๒๔๗๔ กฎหมายฉบับนี้เกือบ ๑๐๐ ปีแล้วนะครับ ก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก่อนเกิดระบบรัฐสภาแห่งนี้ กฎหมายแห่งนี้เป็นตัวปัญหา ของปลายน้ำ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่าคนที่จะค้าของเก่าได้ กฎหมายฉบับนี้ กำหนดคุณสมบัติไว้อย่างเข้มงวด ดังนี้ครับ ๑. ต้องมีอายุ ๒๐ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ๒. มีความรู้ หนังสือไทย พออ่านออกพอเขียนได้ ๓. ไม่เคยต้องโทษจำคุกตามประมวลกฎหมายอาญา เข้มงวดไหมครับท่านประธาน ผมนำเรียนอย่างนี้ ในธุรกิจการค้าของเก่าตอนปัจจุบันนี้ มีเงินหมุนเวียนเป็นหลักร้อยล้านบาท พันล้านบาท มีการจดทะเบียนเป็นบริษัทหมดแล้วครับ แต่ดูคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับใบอนุญาตในการค้าของเก่าตามกฎหมายฉบับนี้มันแทบ ใช้ไม่ได้เลยครับกับบริษัทซึ่งเป็นนิติบุคคล ถ้าบริษัทแห่งนั้นกระทำความผิด และถูกเพิกถอนใบอนุญาตจะต้องต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุก หรือต้องคำพิพากษาในการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ. อันนี้ถึง ๒ ครั้งในปีเดียว ผมถามว่าบริษัทมันสามารถต้องคำพิพากษาให้จำคุกได้ไหมครับ เพราะฉะนั้นบริษัทแทบจะ ไม่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต อีกกรณีหนึ่งอัตราโทษในกรณีที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตและ ยังประกอบกิจการค้าของเก่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน บริษัทก็จำคุกไม่ได้ ปรับ ไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท มูลค่าของทองแดงที่เขานำมาขายอาจจะมากกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ด้วยซ้ำครับ ผลสุดท้ายกฎหมายที่เพื่อนสมาชิกพูดมาทั้งหลาย ไม่ว่าจะในประมวลกฎหมาย อาญา หรือ พ.ร.บ. ทางหลวง มันใช้กับผู้ขโมยคนแรกครับท่านประธาน ๒. รับซื้อของโจร แต่ในธุรกิจค้าของเก่ามันมีการรับซื้อกันเป็นทอด ๆ ทอด ๆ ถ้าผู้ขโมยคนแรกมีความผิด ผู้รับซื้อคนแรกรับซื้อของโจรมีความผิด แล้วถ้าผู้รับซื้อของโจรคนนั้นนำไปขายต่อให้บุคคล ที่ ๒ บุคคลที่ ๓ บุคคลที่ ๔ มีความผิดไหมครับท่านประธาน นี่คือช่องว่างช่องโหว่ของ กฎหมายที่มันเป็นอุปสรรคในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ นอกจากนั้นยังมีประเด็นเรื่องของ ฝ่ายปกครองที่ปล่อยปละละเลย หย่อนยาน เพราะในตัวกฎหมายฉบับนี้บอกว่าให้ผู้ค้า ของเก่าบันทึกบัญชีไว้ในสมุด เมื่อเจ้าพนักงานขอดูให้หยิบขึ้นดู ฝ่ายปกครองไม่มีเวลาหรอก ครับที่จะไปเดินไล่ตรวจตามร้านขายของเก่า ปัจจุบันนี้มันสามารถผ่านทางระบบ อิเล็กทรอนิกส์ได้หรือไม่ ถ้าคนไหนนำทองแดงเข้ามาขาย แล้ว Online ไปยังฝ่ายปกครอง เพื่อจะสามารถตรวจสอบได้ สุดท้ายก่อนที่ผมจะจบ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่า ผมเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ถ้าท่านฟังผมตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำปลายน้ำนะครับ ขอสนับสนุนให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ ขอบคุณครับ