พชร อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยันห้ามขายบางเวลาไม่ลดการดื่ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗

พชร จันทรรวงทอง อภิปรายร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเสนอให้ยกเลิกบทบัญญัติห้ามขายในเวลาที่กำหนด เปลี่ยนการออกข้อกำหนดให้เป็นกฎกระทรวง และเพิ่มผู้แทนภาคเอกชนเข้าเป็นกรรมการนโยบาย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายย่อยและสุราพื้นเมืองสามารถแข่งขันกับเจ้าตลาดใหญ่ สร้างงานสร้างรายได้และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน

นายพชร จันทรรวงทอง นครราชสีมา

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพชร จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ปัจจุบัน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้สร้างความสับสนและสร้างอุปสรรคในการทำการค้าขาย ทั้งในเรื่องของกฎที่จำกัดเวลาซื้อ เวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือการโฆษณาสินค้าต่าง ๆ และเมื่อมาดูในร่าง พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับที่ท่านดอกเตอร์เจริญ เจริญชัย กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้เสนอนั้น ในเรื่องของการยกเลิกบทบัญญัติ เรื่อง การห้ามขายในเวลาที่กำหนด กระผมคิดเช่นกันว่าการกำหนดวันห้ามขายเวลาจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ใช่สาระสำคัญในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ได้ช่วยลด การดื่มของพี่น้องประชาชนลงได้ ดังนั้นการห้ามดื่ม หรือห้ามขายเป็นบางวัน หรือบางเวลา จึงไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อันใด มีแต่จะก่อให้เกิดผลเสียมากกว่า เนื่องจากประชาชน บางส่วนมิได้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเพื่อสันทนาการหรือสังสรรค์เพียงเท่านั้น แต่อาจจะ นำมาใช้ในการประกอบอาหารหรือกิจกรรมอื่น ๆ นอกจากนี้การออกข้อกำหนดให้ผู้ผลิต หรือนำเข้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัดให้มีบรรจุภัณฑ์ ฉลาก พร้อมทั้งข้อความเตือน ควรที่จะ ออกเป็นกฎกระทรวงตามที่ตัวร่างฉบับนี้ได้เสนอมา เนื่องจากจะมีความเหมาะสมต่อ สถานการณ์มากกว่า เพราะสามารถแก้ไขได้สะดวก รวดเร็ว ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในโลก ปัจจุบัน นอกจากนี้การเพิ่มบทบัญญัติให้ผู้แทนสมาคมการค้าของผู้ผลิตและจำหน่าย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และผู้ทรงคุณวุฒิในด้านการผลิตมาเป็นที่ปรึกษคณะกรรมการนโยบาย เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติจะก่อให้เกิดความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากคณะกรรมการตามกฎหมายปัจจุบันส่วนใหญ่เป็นกลุ่มข้าราชการที่อาจไม่ได้มีความ เชี่ยวชาญ ความเข้าใจในธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เท่าที่ควร การเพิ่มคณะกรรมการโดยให้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เข้ามามีส่วนร่วม ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็น กำหนดนโยบาย จะทำให้มี การรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลายจากทุกภาคส่วน อีกทั้งจะได้ข้อมูลและสถานการณ์ของ ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากผู้ที่มีประสบการณ์ตรง มีความรู้ ความสามารถ และมีความ เข้าใจในเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในกฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ฉบับปัจจุบันมีการ จำกัดการห้ามโฆษณาที่มากเกินไป อาทิเช่น การที่ประชาชนหรือผู้ประกอบการเพียงพูดชื่อ สุราท้องถิ่น หรือว่า Post รูปสุราตาม Social เหมือนที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายก็อาจจะถูก ข้อกล่าวหาว่าอาจจะผิดกฎหมาย ห้ามโฆษณา การปลดล็อกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าสู่ตลาดถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าในปัจจุบัน ผู้ประกอบการค้าขายแอลกอฮอล์เจ้าใหญ่ในตลาดมีอยู่เพียงไม่กี่เจ้า ส่งผลให้ผู้บริโภคขาด ทางเลือกในการบริโภคสินค้า แต่หากมีการส่งเสริมให้ผู้ผลิตรายย่อยมีโอกาสที่จะสามารถ ลืมตาอ้าปากมาสู้กับเจ้าใหญ่ในตลาดได้ก็จะก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่น และเป็นการสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยในปี ๒๕๔๔ รัฐบาลของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เคยมีนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งหนึ่งในนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนคือการส่งเสริมให้มีการผลิตสุราแช่ สุราผลไม้ สุรา แช่พื้นเมือง สุรากลั่น ซึ่งสุราเหล่านี้ล้วนแต่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวไทยอันมีความ แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ซึ่งการส่งเสริมเช่นนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ รายย่อยสามารถผลิตและจำหน่ายสุราพื้นเมืองหรือสุราท้องถิ่นได้ โดยหลังจากที่รัฐบาล ทักษิณได้มีนโยบายนี้ก็ส่งผลให้มีโรงงานผลิตสุราเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในชุมชนต่าง ๆ จนนำไปสู่ผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือที่เรียกว่าสินค้า OTOP ซึ่งการดำเนินการเช่นนี้ก่อให้เกิดผลดี กับพี่น้องเกษตรกรชาวไทย เพราะเป็นการแปรรูปผลผลิตและเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ ผลผลิตทางการเกษตรได้ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ผลไม้ท้องถิ่น มะม่วง ลำไย มังคุด ลิ้นจี่ สับปะรด นอกจากนี้การส่งเสริมผู้ผลิตรายย่อยจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้ เนื่องจาก จะส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นไทย จะช่วยสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของ ประเทศตั้งแต่ฐานราก สามารถลดการนำเข้าสุราพร้อมทั้งสนับสนุนให้คนไทยนิยมของไทย ดื่มของไทย และเมื่อสินค้าไทยติดตลาดก็จะสามารถส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ซึ่งสามารถ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยได้ อีกทั้งยังก่อให้เกิด Soft Power หรืออิทธิพล ทางวัฒนธรรมในการดื่มสุราไทย ที่สามารถโน้มน้าวใจชาวโลก จึงก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ส่งผลให้ชาวโลกต่างหันมาสนใจสุราไทย ด้วยเหตุนี้หากทุกภาคส่วนช่วยกันส่งเสริมและ พัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตสุราท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เราก็จะสามารถสร้างผู้ประกอบการ รายย่อยให้แข็งแรง แล้วประเทศไทยอาจจะกลายเป็น ๑ ในผู้นำอุตสาหกรรมสุราทัดเทียม กับนานาประเทศได้ เพราะประเทศไทยมีวัตถุดิบอันเป็นส่วนประกอบในการผลิตสุราที่ หลากหลายแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น ทั้งผลไม้นานาชนิด วัตถุดิบ น้ำตาลที่หลากหลาย ซึ่งล้วนแต่เป็นวัตถุดิบในการผลิตสุราที่ดีแทบทั้งสิ้นอีก ทั้งประเทศไทยยังมีภูมิปัญญาดั้งเดิม ในการผลิตสุราที่แตกต่างไปจากประเทศอื่น เพราะฉะนั้นเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเปิด ตลาดให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมในอุตสาหกรรมสุรา ท่านประธานครับ ที่ผมได้อภิปราย มาทั้งหมดนี้ผมจึงอยากขอเสนอเรื่องทั้งหมดให้กับทาง ครม. เพื่อนำไปพิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ