พงศธร ศรเพชรนรินทร์ หารือการปรับปรุงกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน สนับสนุนผู้ผลิตรายย่อย และการควบคุมปัญหาสังคมจากผู้ดื่มขาดสติ โดยเสนอให้เปิดโอกาสการขายออนไลน์อย่างถูกกฎหมายผ่านการยืนยันตัวตนด้วยเทคโนโลยี พร้อมเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและควบคุมการเข้าถึงตามอายุอย่างเข้มงวด
ท่านประธานที่เคารพ ผม พงศธร ศรเพชรนรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง เขต ๓ อำเภอแกลง อำเภอเขาชะเมา จากพรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ที่ผมฟังมาร่างทั้ง ๓ ฉบับนี้ ทั้งผู้นำเสนอ และ ผู้อภิปราย เพื่อนสมาชิกแทบทุกคนผมคิดว่าเรามีเป้าหมายใกล้เคียงกัน คือเราต้องการที่จะ ควบคุมให้เกิดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสำหรับ ๒ ฉบับที่กำลังพิจารณาในวาระนี้มีเป้าหมายเพิ่มขึ้นมาก็คือ ต้องการที่จะ ส่งเสริมเศรษฐกิจ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ปลดปล่อยศักยภาพสุราประชาชนให้ ได้รับส่วนแบ่ง ขยายเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตได้ เพราะว่าตลาด มูลค่าตลาดของ สุราเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของประเทศไทยสูงถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้คือประมาณ ๑ ใน ๘ ของงบประมาณที่เรากำลังพิจารณาอยู่ มูลค่า สูงมาก ดังนั้นถ้าเราสามารถปลดปล่อยศักยภาพ ลดการควบคุมเพื่อทำให้รายย่อยเติบโตได้ ลองนึกภาพดูว่าเม็ดเงินมหาศาลจะไหลเข้าสู่ชุมชน สู่เกษตรกร สู่ผู้ผลิตรายย่อย สู่ร้านค้า ชุมชน สู่สถานประกอบการต่าง ๆ มากมายขนาดไหน ดังนั้นตรงนี้ก็จึงเป็นเรื่องที่จะได้มา พูดคุยกันว่าแล้วเราจะออกแบบการควบคุมอย่างไรเพื่อที่จะทำให้เกิดสมดุล ส่งเสริม เศรษฐกิจ ชีวิตปลอดภัยโดยที่ไม่เกิดการควบคุมแบบล้นเกินเหมือนที่เป็นอยู่ เหมือนที่ผ่านมา วาระที่เราคุยกันอยู่นี้ทำให้ผมนึกถึงท่อนหนึ่งของบทเพลงของศิลปินท่านหนึ่งครับ ที่บอกว่า กระบี่อยู่ที่ใจ ถ้าไร้ใจก็ไร้กระบี่ ที่ทำร้ายคนไม่ใช่กระบี่ ที่ทำร้ายคนคือคน เรื่องนี้ก็เช่นกัน ผมคิดว่าในมุมหนึ่งที่ทำร้ายคน ไม่ใช่เหล้าเบียร์นะครับ ที่ทำร้ายคนคือคนเมาที่ขาดสติ ที่ขับรถไปชนคน บาดเจ็บล้มตาย ที่คุกคามทางเพศ ที่สร้างปัญหา ไม่ใช่เหล้าเบียร์ครับ คือ คนเมาที่ขาดสติ แต่เรากำลังจะควบคุมอย่างล้นเกินแล้วเหมารวมเอาคนดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ทั้งหมด ซึ่งไม่ถูกต้องครับ เพราะว่าคนที่ดื่มอย่างมีสติ คนที่ดื่มอย่างรับผิดชอบ เป็นคนส่วนใหญ่ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ดื่มแอลกอฮอล์ครับ ตลอดชีวิตที่ผ่านมาผมดื่ม แอลกอฮอล์ไม่เคยเมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว และผมคิดว่าคนส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนั้นครับ ดังนั้น ถ้าเรากังวล ซึ่งผมคิดว่าทุกคนกังวลตรงกันและต้องการแก้ปัญหาเช่นเดียวกันในเรื่องของการ ควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาจากคนเมาที่ขาดสติ แต่ว่าเราต้องควบคุมให้ถูกจุดเหมือนที่ผู้นำเสนอ ได้พูดไปนะครับว่าเราต้องเกาให้ถูกที่คัน ปัญหาของคนเมาที่ขาดสติไปก่อให้เกิดปัญหา เห็นด้วยว่าต้องจัดการอย่างเต็มที่ครับ เราจะจัดการอย่างเต็มที่ไม่ได้หรอกครับ ถ้าการบังคับ ใช้กฎหมายยังเป็นไปอย่างไม่เสมอหน้า ถ้าเรายังเห็นคดีความของลูกบริษัทใหญ่โต บางคนขับรถชนคนตาย เมาแล้วขับแต่ไม่ได้รับการดำเนินคดี ในขณะที่ประชาชนตาสีตาสา ยายมียายมาเมาแล้วขับโดนกันหมด ทีนี้ก็แก้ไม่ได้ครับ ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องของการบังคับ ใช้กฎหมาย เป็นเรื่องของการออกแบบในการควบคุมคนเมาที่ขาดสติให้เกิดความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมต่างหาก รวมถึงการออกแบบระบบของสังคม ของเรา ออกแบบ Eco system ให้รองรับเพื่อแก้ปัญหา อย่างเช่นในวาระที่ผ่านมามีเพื่อน สมาชิกได้พูดถึงว่า ปัญหาเมาแล้วขับ อุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดจากสุรา ถ้าดูสถิติ เปรียบเทียบกับต่างประเทศจะเห็นได้เลยว่าหลายประเทศคนดื่มมากกว่าเรา แต่สถิติต่ำกว่า ดังนั้นการมีขนส่งมวลชน การมีระบบที่ดีของประเทศนี้ก็จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ได้ ต้องมอง อย่างรอบด้าน ไม่เฉพาะเจาะจงนะครับ ดังนั้นถัดมาสิ่งที่ผมเห็นว่าต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ และผมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยเฉพาะเรื่องของการควบคุมการโฆษณา ปัจจุบันนี้เราควบคุมอยู่ใช่ไหมครับ ปัจจุบันนี้ เราควบคุมห้ามโฆษณาอยู่ใช่ไหมครับ ถ้าเราเปิดโทรศัพท์ เปิด Facebook เบียร์ชื่อดังดูครับ โฆษณาทุกวัน บริษัทใหญ่เขาจ่ายค่าปรับได้ เขามีปัญญาจ่ายค่าปรับ ก็เพราะโฆษณาทุกวัน แต่รายย่อยทำอะไรไม่ได้ครับ รายย่อยตายครับ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การควบคุมแบบล้นเกิน มันเอื้อต่อทุนใหญ่ รายเล็กเกิดไม่ได้ โตไม่ได้ มูลค่าตลาดกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงกระจุก อยู่ ไม่กระจายให้กับประชาชนคนเล็กคนน้อย ดังนั้นเรื่องนี้ผมเห็นด้วยกับร่างนี้ แล้วก็ร่าง ของคุณเท่าพิภพครับว่าควรให้มีการโฆษณาได้ แล้วไปจำกัดเรื่องของอายุผู้เข้าถึงโฆษณา ตามที่เสนอเอาไว้ ถัดมาเรื่องมาตรการในการห้ามขาย ในวันสำคัญทางศาสนา เรื่องนี้ผมมี เพื่อนชาวต่างชาติมาเที่ยวประเทศไทย ฝรั่งงงครับ บอกว่าอะไรเมื่อวาน I อย่างดื่มได้เลย วันนี้วันอะไร I ไม่เข้าใจ ทำไมดื่มไม่ได้ คริสตชนเอย ผู้นับถือศาสนาอื่น ๆ เอย หรือคนที่เป็น Atheist ที่ไม่ได้นับถือศาสนาใด ๆ เขาไม่ควรถูกควบคุม ไม่ควรเอาวันสำคัญทางศาสนาใด ๆ ไปควบคุมคนทุกคนที่มีความคิดความเชื่ออันหลากหลาย ดังนั้นเรื่องนี้ควรเปิดโอกาสเพื่อให้ เศรษฐกิจได้เติบโต ให้คนทุกคนได้มีสิทธิในการดำเนินชีวิต ในการดื่มกินอย่างเท่าเทียมกัน ถัดมาสั้น ๆ เรื่องของเวลาในการจัดจำหน่ายก็เช่นเดียวกัน ผมคิดว่าคุณเท่าพิภพพูดไปแล้ว ที่เอามาจากประกาศคณะปฏิวัติ สมัยจอมพล ถนอม ใช้มา ๕๐ กว่าปี ควรได้รับการพิจารณา แก้ไขนะครับ เพื่อเปิดโอกาสให้เศรษฐกิจเติบโต เพื่อเปิดโอกาสให้คนเราได้ใช้สิทธิและ เสรีภาพ โดยที่อย่างบอกครับ เรื่องของปัญหาก็ไปแก้กัน
ถัดมาเรื่องสุดท้าย เรื่องการขาย Online ครับ ผมคิดว่าหลายท่านพูดไปแล้ว ผมคงไม่ลงรายละเอียด ก็สนับสนุนหลายท่านว่าการขาย Online เป็นเรื่องที่ช่วยแก้ปัญหา ได้ด้วยซ้ำ ทำให้คนกินดื่มได้อยู่ที่บ้าน ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิดฝาผิดตัวอย่างมาก เป็นเรื่อง ลำดับต้น ๆ ที่ต้องเร่งแก้ไขให้มีการขาย Online ได้ ยืนยันตัวตนได้ เทคโนโลยีสมัยนี้ทำได้ ขอบคุณครับ