ประสิทธิ์ สนับสนุนควบคุมโฆษณาแอลกอฮอล์ เปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗

ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยวิเคราะห์มาตรา 32 ที่ห้ามโฆษณา พร้อมเปรียบเทียบกฎหมายต่างประเทศและชี้ให้เห็นความล้าสมัยของกฎหมายไทยที่ไม่ครอบคลุมสื่อสังคมออนไลน์

นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล จังหวัดปทุมธานี เขต ๗ อำเภอลำลูกกา อำเภอธัญบุรีและอำเภอหนองเสือนะครับ ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยอาจารย์เจริญ เจริญชัย แล้วก็ สส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ในส่วนของการโฆษณา มาตรา ๓๒ ดูเหมือนจะมี ผู้อภิปรายพอสมควรเลย ซึ่งผมก็มองว่ามีปัญหาเช่นกันนะครับ ขอร่วมอภิปรายแล้วก็จะ นำเสนอกฎหมายของต่างประเทศเปรียบเทียบกันว่าเป็นอย่างไร มาตรา ๓๒ ของไทยก็ห้าม มิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือแสดงชื่อเครื่องหมายของเครื่องดื่มนะครับ อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม อันนี้อย่างที่อาจารย์ เจริญได้กล่าวไปนะครับ เป็นการออกกฎหมายแบบครอบจักรวาลจริง ๆ แล้วก็อนุญาตให้ เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจเยอะมาก ๆ เลย ผมจะเสนอกฎหมายของต่างประเทศให้ฟังนะครับ แต่ละประเทศมีข้อแตกต่างกันหลายอย่างมาก อย่างประเทศไทย ประเทศอินเดีย ไม่อนุญาต ให้โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย แต่สหรัฐอเมริกาจะมีกฎหมายอยู่หลายระดับ ระดับของ กฎหมายรัฐบาลกลางก็จะเป็นกฎหมายที่ค่อนข้างจะทั่ว ๆ ไป เพราะว่าบังคับใช้ทั้งประเทศ แล้วก็อนุญาตให้กับทางแต่ละรัฐออกกฎหมายควบคุมของตนเอง เพราะฉะนั้นในแต่ละรัฐ ก็จะมีกฎหมายควบคุมที่แตกต่างกันไป บางรัฐก็สามารถโฆษณาในทีวีได้เลยนะครับ โฆษณา ในรายการทีวีที่มีผู้ชมเป็นผู้ใหญ่มากกว่า ๗๑.๖ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปสามารถโฆษณาได้ ซึ่งตรงนี้ ชี้ให้เห็นอย่างไรครับ ชี้ให้เห็นว่าเขามีการวิจัยลงตัวเลขเป็นเปอร์เซ็นต์เป็นทศนิยมเลย ว่า ๗๑.๖ เปอร์เซ็นต์จะสามารถโฆษณาได้นะครับ ถ้ารายการนั้นมีผู้ใหญ่ดู ๗๑.๖ เปอร์เซ็นต์ หรือหากการโฆษณาบน Website ก็จะมีการระบุว่าคุณอายุเกิน ๒๑ ปีขึ้นไปก็สามารถ เข้าไปชมโฆษณาได้นะครับ อันนี้คือประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง ประเทศญี่ปุ่นไม่มีกฎหมายห้ามการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่เขาให้เป็นการ Self Regulation ก็คือการที่อุตสาหกรรมเครื่องดื่มนั้นกำหนดกฎเกณฑ์ของตนเอง แล้วก็ ปฏิบัติตามกันในอุตสาหกรรมนั้น อย่างเช่น ไม่โฆษณาในช่วงเวลาตั้งแต่ตีห้าถึงหกโมงเย็น หลังจากเวลา ๖ โมงเย็นถึงตีสี่ ๕๙ นาทีก็โฆษณาได้นะครับ ไม่ใช้ดาราดังที่ดึงดูดเยาวชน ดาราที่เป็นที่นิยมของเยาวชนห้ามใช้มาโฆษณา แล้วก็เน้นการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ จะเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นก็เปิดโอกาสให้มีการโฆษณาอย่างกว้างขวาง แต่ก็อาจจะมีปัญหาบ้าง ตรงนี้ก็ต้องไปศึกษากันนะครับ ส่วนประเทศจีนเป็นอย่างไร ประเทศจีนถ้าเรามองเราคง คิดว่ากฎหมายเขาจะต้องเข้มงวดเหมือนประเทศไทยหรือมากกว่าประเทศไทยแน่ ๆ แต่จริง ๆ แล้วตรงกันข้ามเลยครับ ประเทศจีนเขาแบ่งการโฆษณาเป็น ๒ ส่วน ส่วน ๑ คือ Hard Risker มีแอลกอฮอล์มากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์จะห้ามโฆษณาทางทีวี วิทยุ แล้วก็พื้นที่ ส่วนใหญ่ สาธารณะส่วนใหญ่จะห้ามโฆษณา แต่ก็ยังอนุญาตให้โฆษณาบางส่วนนะครับ แล้วก็สำหรับเบียร์หรือไวน์ ที่แอลกอฮอล์ต่ำกว่าสามารถโฆษณาในสื่อได้หลาย ๆ ตัวเลย อย่างเช่น ในนิตยสาร หนังสือพิมพ์ Billboard Online แต่ Online จะจำกัดอายุคนเข้า Web site แล้วท่านรู้ไหมครับว่ามีการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ตีพิมพ์ในนิตยสาร Alcohol Health And Research World ของสหรัฐอเมริกา ระบุว่าการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ได้ทำให้มีการบริโภคเพิ่มขึ้นเลย อันนี้ผลวิจัยก็เป็นที่ยอมรับได้ระดับหนึ่งนะครับ ยอมรับ อย่างกว้างขวางในอเมริกา แล้วก็เหตุที่ว่าไม่มีการดึงดูดคนเข้ามาดื่มเพิ่ม แล้วเขาโฆษณา ทำไมนะครับ เขาโฆษณาเพื่อจะสร้าง Brand Loyalty ให้คนยึดติดกับ Brand ของเขา หรือว่า Switch จาก Brand อื่นมา Brand ของเขา เขาทำแค่นั้น แต่ก็ยังมีผลวิจัยบางตัว ที่เห็นแย้ง ระบุว่าการโฆษณาก็สามารถเพิ่มผู้ดื่มรายใหม่ได้ ซึ่งการเห็นแย้งเหล่านี้ เราจึงต้อง นำมาถกกันในสภา เราสามารถนำมาถกกันในวาระการร่างกฎหมายได้นะครับ เป็นสิ่งที่ ดีด้วยที่เราได้ถกกันในประเด็นต่าง ๆ นะครับท่านประธาน แล้วก็ผมมอง พ.ร.บ. ของเรา ร่างมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ หรือ ๑๖ ปีที่แล้ว และ ๑๖ ปีที่แล้วคืออะไรครับ iPhone เพิ่งเริ่มมีเอง Facebook Hi5 ก็เริ่มมีนะครับ คนส่วนใหญ่ยังใช้ Nokia3110 อยู่เลยนะครับ ใช้ Blackberry เครื่องโทรศัพท์ที่มีปุ่มเยอะ ๆ เป็นร้อยปุ่มนั้นนะครับ ยังไม่มีหน้าจอสัมผัส เลย คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่ใช่หน้าจอสัมผัสเลย Social อะไรยังไม่รู้จัก เพราะฉะนั้นด้วยความ เป็นธรรมกับกฎหมายฉบับนี้ เขาออกมาเขาไม่ได้คำนึงถึงการโฆษณาบนสื่อ Social เลย เขามองแต่การโฆษณา Billboard หนังสือพิมพ์ แล้วก็ทีวี ซึ่งพวกนี้ค่าใช้จ่ายเป็นล้านบาท ในการโฆษณา เพราะฉะนั้นกฎหมายที่ออกมาตอนนั้นก็จะปรับกับรายใหญ่ ๆ ไม่ได้คำนึงถึง รายย่อย อันนี้ก็เป็นช่องว่างที่เราควรจะต้องมานั่งถกกันอีกรอบนะครับว่าเราจะต้องแก้ กฎหมายให้มันดีขึ้น ส่วนเรื่องค่าปรับแล้วก็การมีส่วนแบ่งรายได้จากค่าปรับ หลายท่านก็ได้ พูดไปแล้วนะครับ ตรงนี้เป็นกฎกระทรวง ซึ่งเราก็อาจจะต้องเสนอแก้ ถ้าคุณศิริกัญญาได้เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็จะแก้ได้ง่ายขึ้นนะครับ เพราะเป็นกฎกระทรวงการคลัง ที่กำหนดให้มีการให้สินบน เรื่องของสุราก้าวหน้าที่เรากำลังผลักดันกันของพรรคก้าวไกล ถ้าเกิดกฎหมายตัวนี้ห้ามโฆษณายังมีอยู่ สุราก้าวหน้าที่ก็จะเกิดขึ้นยากนะครับ สุราก้าวหน้า ก็คืออนุญาตให้รายย่อยสามารถผลิตสุราขายได้ ถ้าเกิดโฆษณาไม่ได้ รายย่อยจะขายอย่างไร ครับ มีปัญหาแน่ ๆ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐาก็เคยพูดว่าจะสนับสนุนสุราผลิตของ รายย่อย สุราก้าวหน้าตรงนี้นะครับ เราก็เห็นตรงกันนะครับว่าควรจะสนับสนุนพี่น้อง แล้วถ้าเกิดเราห้ามโฆษณากันแบบนี้ ไม่มีทางที่รายย่อยจะเกิดได้ แล้วนโยบายนี้ที่ผมไปพูด ที่จังหวัดปทุมธานี ในเขตพื้นที่ของผมมีคนสนใจมากมายเลยนะครับ เพราะเป็นพื้นที่ เกษตรกรรม แล้วก็สามารถที่จะนำสินค้าเกษตรกรรม อย่างเช่น ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ข้าว หรือสับปะรดนำมาผลิตเป็นเบียร์ได้นะครับ ทุกคนก็สนใจที่จะสนับสนุนทางด้านสุราก้าวหน้า สุราชุมชน สุราพื้นที่ เพื่อให้สร้างรายได้ ทำให้มูลค่าของสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้น สร้างรายได้ ให้กับพื้นที่ในชุมชน ผมจึงเห็นว่าการโฆษณานี้เราควรจะต้องมานั่งคุยกันจริง ๆ จัง ๆ ว่า ถ้าเกิดเราห้ามโฆษณาแล้ว สิ่งต่าง ๆ ผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของชุมชน และเศรษฐกิจของประเทศมันก็จะไม่โตสักทีนะครับ อย่างที่คุณเท่าพิภพยกตัวอย่าง โซจู ของประเทศเกาหลี หรือสาเกของประเทศญี่ปุ่น ตรงนั้นคือ Soft Power การที่เราจำกัด การโฆษณา Soft Power ประเทศไทยของเราจะเกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วก็ไม่มีการพัฒนา ทางด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย ถ้าเกิดเรายังกีดกันกันขนาดนี้นะครับ อย่างไรก็ตาม ก็อยากให้สภารับร่าง แล้วก็นำมาพิจารณากันนะครับ เพื่อจะแก้กฎหมายให้มันทันสมัยขึ้น กฎหมาย ๑๖ ปีที่แล้วควรจะสะท้อนถึงสถานการณ์ปัจจุบันได้แล้วนะครับ ขอบคุณครับ