รวี เล็กอุทัย หารือประเด็นการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยเน้นความห่วงใยต่อผลกระทบต่อเยาวชนและสุขภาพสังคม พร้อมเสนอให้ร่างกฎหมายที่เป็นกลไกคุ้มครองอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเรียกร้องกรอบกำกับที่สมดุล ทั้งเพื่อป้องกันการดื่มเกินควบคุม สนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อย และส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยไม่กระทบต่อเสรีภาพและไม่เอื้อต่อการผูกขาด
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะขออภิปรายในประเด็นเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาครับท่านประธาน ผมได้มีโอกาสไปร่วม เสวนาเรื่องความห่วงใยเยาวชนอุตรดิตถ์ จากผลกระทบของสุราเสรี และได้รับเสียงสะท้อนจากภาคราชการแล้วก็ของภาคประชาชน ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้ปกครองก็ดี หรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งประเด็นสำคัญที่ทุกคนต่างห่วงใย และฝากผมมายังสภาแห่งนี้ นั่นก็คือความปลอดภัยของเยาวชนจากสุราครับ ซึ่งในวันนั้น ผมได้รับปลากระดาษครับ ปลากระดาษที่เป็นตัวแทนของเด็ก ๆ ซึ่งบรรจุอยู่ในชะลอมแห่งนี้ ซึ่งชะลอมทำหน้าที่เหมือนเป็นดั่งกฎหมายที่จะคอยปกป้องคุ้มครองอันตรายของเด็ก ๆ จาก ผลกระทบของสุรา แล้วผมหวังเป็นอย่างยิ่งครับว่ารัฐสภาแห่งนี้จะเป็นสถานที่ที่สร้างสถานที่ ที่ปลอดภัยให้กับน้อง ๆ เยาวชนไทยทุกคน ท่านประธานครับสำหรับร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. .... นั้นเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงกันมาอย่างกว้างขวาง และผลกระทบนั้นก็ส่งผลต่อสังคมไทยมาโดยตลอด ซึ่งในส่วนของตัวผมเอง ผมมีความเชื่อว่า การควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะส่งผลกระทบทั้งทางตรง และทางอ้อมต่อสังคมไทยและ เศรษฐกิจไทยด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากขอแบ่งประเด็นการอภิปรายออกเป็น ๒ ส่วน ขอสไลด์ขึ้นด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
โดยส่วนแรกจะเป็นเกี่ยวกับมาตรการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสังคม และมาตรการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ที่ไม่กระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ในประเด็นแรกครับ สำหรับมาตรการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น เพื่อป้องกันผลกระทบต่าง ๆ ที่จะเกิดต่อสังคมครับ ผมเห็นว่าการดื่มแอลกอฮอล์ของประชาชนครับท่านประธาน ไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย หรือเป็นอาชญากรรมที่จะต้องขจัดออกไปจากสังคมไทยโดยเด็ดขาด แต่จากสถิติที่มี ผลกระทบต่อสังคม ไม่ว่าจะเป็นสถิติแนวโน้มการเสียชีวิตบนท้องถนนของไทยก็ดี หรือจะ เป็นปัจจัยที่ไปกระตุ้นทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวก็ดี มันทำให้เห็นครับว่าเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์นี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่นำไปสู่ปัญหาอย่างปฏิเสธไม่ได้ อีกทั้งในมิติของทางสุขภาพครับ การดื่มแอลกอฮอล์ก็ส่งผลกระทบต่อร่างกาย ต่ออวัยวะภายในโดยเฉพาะตับ ซึ่งหากดื่ม ติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานก็จะเกิดผลกระทบทั้งเรื่องของระบบความจำ ระบบประสาท ระบบเลือด ความดัน และยิ่งจะรุนแรงมากขึ้นถ้าหากว่ายังดื่มตั้งแต่อายุอย่างน้อย แต่อย่างไรก็ตาม เฉพาะตัวเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เองคงไม่สามารถจะสร้างปัญหาต่าง ๆ ที่กล่าวมาได้ทั้งหมด แต่มันเป็นตัวผู้ดื่มเองต่างหากที่ไม่สามารถควบคุมการดื่มของตัวเองได้ และเป็นสาเหตุ ที่จะนำไปสู่ปัญหาทั้งต่อตนเองและต่อสังคมหรือต่อผู้อื่นครับ โดยเฉพาะภาวะมึนเมาสุรา และทำให้ความสามารถต่าง ๆ นั้นถดถอยลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่ยานพาหนะ จนนำไปสู่อุบัติเหตุมากมายที่เราสามารถเห็นได้ตามข่าวแทบทุกวัน ซึ่งไม่ว่าสถิติของ ผลกระทบต่อสังคมจากฤทธิ์ของสุรานี้จะมีในสัดส่วนเท่าไรก็ตามครับที่ผมกล่าวมา แต่ผลลัพธ์ที่รุนแรงและเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น นั่นก็คือการสูญเสียต่อชีวิต ดังนั้น ผมจึงเห็นด้วยครับที่จะต้องมีการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อที่จะเป็นการป้องกันไม่ให้ เกิดผลกระทบที่จะมีต่อสังคมตามมา แต่ผมขอเน้นย้ำนะครับว่านี่ไม่ใช่การมองหรือตัดสินว่า ผู้ดื่มหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์นั้นเป็นสิ่งที่เลวร้ายหรือเป็นภัยต่อสังคม หากแต่ควร จะต้องมีกรอบที่เหมาะสมเพื่อป้องกันและระวังไม่ให้เหตุร้ายนี้เกิดขึ้นต่อตนเองและผู้อื่น จนนำไปสู่ปัญหาร้ายแรงต่อสังคมต่อไป
ในประเด็นต่อมาครับ นั่นคือมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ไม่กระทบต่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่มองว่าการเปิด สุราเสรีนั้นจะสามารถช่วยพัฒนาเศรษฐกิจเราได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในมิติของการท่องเที่ยว เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสินค้าหนึ่งที่จะช่วยดึงดูดการจับจ่ายใช้สอยจากนักท่องเที่ยว ได้เป็นอย่างดีอย่างที่พวกเรารู้กัน แต่เหนือสิ่งอื่นใดครับ การจะนำเอาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เราจำเป็นที่จะต้องคำนึงถึงการสร้างโอกาส ทางการแข่งขันและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างเท่าเทียม ไม่ถูกกีดกันจากทุนผูกขาด เพราะสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อผู้ประกอบการและชุมชน ที่จะสามารถนำเอาพืชผลทางการเกษตร หรือผลผลิตในพื้นที่มายกระดับ สร้างมาตรฐาน และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อพัฒนาไปสู่ Soft Power ของชุมชน ของจังหวัด และของประเทศต่อไป เช่น สุราพื้นบ้านในอดีตของสมัยพรรคไทยรักไทยครับ และนอกจากนั้นครับ นี่ยังถือเป็นโอกาสของผู้บริโภคและประชาชนทั่วไปที่จะได้มีสิทธิที่จะ เลือกบริโภคและอุดหนุนผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นหรือของดีที่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย เราเองด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นผมคิดว่าการจัดทำพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรมีการพิจารณาอย่างรอบด้านบนฐานของการรับรองที่จะทำให้เกิดการสร้างการแข่งขัน ไม่ให้มีการผูกขาดของตลาด รักษาคุณภาพมาตรฐานการผลิต มีการคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ และความปลอดภัยของผู้บริโภค รวมถึงมีบทลงโทษที่เข้มงวดและเหมาะสมสำหรับผู้กระทำ ผิดไปพร้อม ๆ กัน สุดท้ายนี้ครับผมมองว่าการร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นสิ่งที่สังคมจะต้องร่วมกันตัดสิน เพื่อหาจุดตรงกลาง ที่จะทำให้การพัฒนาเศรษฐกิจ การสร้างความเท่าเทียมและความปลอดภัยของประชาชน เกิดขึ้นและจับมือเดินทางร่วมไปด้วยกันได้ ขอบพระคุณครับ