เขมิกา รัตนกุล หารือร่างแก้ไข พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเสนอให้กฎหมายสอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจและสังคมยุคดิจิทัล พร้อมเน้นการกำกับดูแลอย่างเป็นธรรม มีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และส่งเสริมวัฒนธรรมการดื่มอย่างรับผิดชอบ โดยเฉพาะการปรับปรุงข้อบังคับเรื่องเวลาขายและการโฆษณาออนไลน์ให้ยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ ขณะเดียวกันก็เน้นการป้องกันการดื่มในวัยเยาว์และปัญหาเมาแล้วขับอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน เขมมิกา รัตนกุล ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและร่วมเสนอ ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. .... ของดอกเตอร์เจริญ เจริญชัย ในการเสนอร่างแก้ไขอันนี้อยู่ภายใต้กรอบแห่งวัตถุประสงค์ และ Outcome ที่เรา จะต้องการอยากเห็น ๔ ประการ
๑. เพื่อให้กฎหมายนี้บรรลุเจตนารมณ์ที่แท้จริงในการตรากฎหมายขึ้น สร้างการกำกับดูแลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในแนวทางที่สร้างความเป็นธรรม ลดอุปสรรค หรือความเดือดร้อนอันเกินสมควรแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ผู้บริโภค นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ และโดยสอดคล้องกับหลักการ และบทบัญญัติแห่งมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
วัตถุประสงค์และ Outcome ที่เราเห็นประการที่ ๒ ก็คือว่าสนับสนุนให้ ภาคเอกชน ผู้บริโภค และผู้ประกอบการได้มีส่วนร่วมในการจัดทำมาตรการ กฎเกณฑ์ ที่กำกับดูแลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างสมดุลกับนโยบายทั้งทางด้านสังคม สุขภาพ เศรษฐกิจ พร้อมส่งเสริมให้ทุกคนปฏิบัติตามได้ แล้วไม่เกิดภาระเกินจำเป็น
ประการที่ ๓ เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์และนโยบายแห่งรัฐในการ ส่งเสริมด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การประกอบธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม และในระดับชุมชน เพื่อให้กฎหมายนี้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและ สังคมในยุค Digital พร้อมกับส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดีไปพร้อม ๆ กันได้อย่างสมดุล
ประการสุดท้ายค่ะ ส่งเสริมการบูรณาการการร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาการดื่มอย่างเป็นอันตราย หรือที่ฝรั่งเขา เรียกว่า Harmful Use of Alcohol โดยประเด็นหลักก็คือเรื่องของการเมาแล้วขับ การดื่ม ก่อนวัยอันควร การดื่มอย่างเกินพอดี ผ่านการให้ความรู้ การให้ข้อมูลทางวิชาการที่ถูกต้อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้ถึงโทษภัยของการดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นอันตราย ส่งเสริมให้เกิด วัฒนธรรมการดื่มอย่างรับผิดชอบ ให้ผู้บริโภคเลือกที่จะดื่มได้อย่างเหมาะสมอย่างรับผิดชอบ หรือเลือกที่จะไม่ดื่มเลย พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ฉบับปัจจุบันมีปัญหาใน ๒ ประเด็นที่ทำให้เราต้องเสนอร่างนี้ขึ้นมา
ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของปัญหาการบังคับใช้ และความไม่ชัดเจน ในบทบัญญัติของกฎหมาย ท่านทราบดีว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสุราเป็นส่วนหนึ่งของ วัฒนธรรมของคนทั่วโลก ประกาศกระทรวงสาธารณสุขเรื่องสุราของเราบัญญัติไว้ว่า สุรา เป็นอาหารที่กำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ไม่ต่างจากอาหารอื่นนะคะ และประเทศไทย ไม่ได้มีนโยบายห้ามการผลิต หรือการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่อย่างใด การบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือสุราถือเป็นสิทธิเสรีภาพของแต่ละปัจเจกปุถุชน แต่เขาจะต้องดื่ม อย่างรับผิดชอบและเหมาะสม และในขณะเดียวกันก็เป็นสิทธิของผู้ประกอบการ ผู้ผลิตหรือ ผู้ขายที่จะขายที่จะ Trade อย่างรับผิดชอบเช่นเดียวกัน สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าพระราชบัญญัติ ปัจจุบันนี้มีลักษณะที่มุ่งเน้นการควบคุมและห้ามอย่างเด็ดขาด ไม่ใช่การกำกับดูแลอย่าง เหมาะสมที่จะสร้างสมดุลระหว่างเป้าหมายทางเศรษฐกิจ และสุขภาวะที่ดีของประชาชน แล้วบทบัญญัติสำคัญเลยก็คือมีความคลุมเครือที่ท่านพูดบ่อย ๆ นะคะ จำเป็นที่เจ้าหน้าที่ ต้องใช้ดุลยพินิจในการตีความ เราไม่ได้โทษเจ้าหน้าที่นะ แต่กฎหมายมันมาเป็นอย่างนี้ ซึ่งการตีความก็มักเป็นในลักษณะสุดโต่ง กำหนดโทษที่ไม่ได้สัดส่วนกับความผิด ในขณะเดียวกันก็มีการจ่ายสินบนรางวัลกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าปรับ อย่างไม่สมควรแก่เหตุ ก็ก่อให้เกิดการจับกุมอย่างเกินจำเป็น สร้างภาระเดือดร้อนแก่ผู้ผลิต ผู้ขาย ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง ตามไปถึงลดทอนภาพลักษณ์ที่ดี ความน่าเชื่อถือของประเทศไปด้วย
ประเด็นที่ ๒ ของ พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบัน ก็คือว่าบทบัญญัติที่อยู่ในปัจจุบัน ใช้มา ๑๖ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจ สังคมในปัจจุบัน และไม่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจไม่ Ease of Doing Business ซึ่งปัจจุบันอย่างที่ ท่านทราบการท่องเที่ยวและบริการเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจก่อน โควิดการท่องเที่ยวและบริการ Occupy มากกว่า ๑๘ เปอร์เซ็นต์ของ GDP หรือผลิตภัณฑ์ มวลรวมในประเทศ มีการจ้างงานมากกว่า ๔.๖ ล้านตำแหน่ง ส่วนอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์เอง มูลค่าก็ปีละประมาณกว่า ๔.๔ แสนล้านบาท ภาษีทางตรง ภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บได้ ทั้งเบียร์และสุราอื่นก็ประมาณ ๑.๕ แสนล้านบาท นี่ยังไม่รวมมูลค่าเพิ่มที่อุตสาหกรรม ที่เกี่ยวเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการผลิต ทั้งการเกษตร หรือว่า Packaging ทั้งหลายเติบโต ไปพร้อม ๆ กันนะคะ แล้วในขณะที่รัฐบาลก็อยากจะยกระดับการท่องเที่ยวของประเทศไทย เสนอภาพลักษณ์ที่มีความหลากหลายในเรื่องของการท่องเที่ยว ทั้งภาคกลางวันและยาม ค่ำคืน แต่กฎหมายฉบับนี้ พ.ร.บ. ฉบับปัจจุบันนี้ก็กลายเป็นเรียกว่าอุปสรรค ทำให้ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ผับ บาร์ ไม่มั่นใจถูกจับกุม แล้วก็รู้สึก ไม่สะดวกใจ ดิฉันขอ Highlight แค่ ๓ อัน เพราะว่าท่านสมาชิกแล้วก็ผู้อภิปรายพูดไปแล้วนะคะ อย่างเช่นมาตรา ๒๘ เรื่องของการควบคุมเวลาขาย ในประกาศของกฎหมายลูกที่ประกาศ ตามมาตรา ๒๘ เขาบอกว่าขายได้เฉพาะเวลา ๑๑.๐๐-๑๔.๐๐ นาฬิกา แล้วก็เวลา ๑๗.๐๐- ๒๔.๐๐ นาฬิกา ยกเว้นการขายในท่าอากาศยานนานาชาติ หรือว่าการเปิดของสถานบริการ ตาม พ.ร.บ. สถานบริการ นั่นคือเราขายได้ช่วงกลางวัน ๓ ชั่วโมง ช่วงเย็น ๗ ชั่วโมง รวมเป็น ๑๐ ชั่วโมง จาก ๒๔ ชั่วโมง แล้วจริง ๆ การควบคุมเวลาขายมันช่วยให้การดื่มอย่างเป็นอันตราย ลดลงไหม ช่วยให้อุบัติเหตุทางถนนลงลดลงไหม ท่านเห็นจากสถิติค่ะ สถิติเป็นเอกสาร ทางวิทยาศาสตร์ที่ประจักษ์ชัดว่า การควบคุมเวลาขายอย่างเหมารวมเช่นนี้ ไม่ได้ทำให้ การดื่มหรือว่าอุบัติเหตุทางถนนลดลงแต่อย่างใดนะคะ สิ่งที่เราอยากจะนำเสนอก็คือว่าการจำกัดเวลาขายที่ไม่ยืดหยุ่น มันจะต้องปรับเปลี่ยน ที่สามารถให้ทางการท่องเที่ยวไปได้ นักท่องเที่ยวมาเวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกาดื่มไม่ได้แล้วนะคะ ต้องคิดถึงบริบทนี้ ต้องคิดถึงในเรื่องของพื้นที่นะคะ แล้วไปใช้กฎหมายที่มีอื่น ๆ อยู่อย่าง จริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการลงโทษร้านค้าที่ขายสุราให้กับเยาวชน หรือการลงโทษผู้ที่ดื่มเมาแล้วขับ
ตัวอย่างที่ ๒ ของมาตราที่เป็นปัญหาก็คือมาตรา ๓๐ ท่านสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรได้อภิปรายไปแล้ว เรื่องของการห้ามการขาย Online อย่างที่ท่านทราบนะคะ ในปัจจุบันในช่วงโควิด การขาย Online การ Online Transaction โดยผู้ซื้อผู้ขายเพิ่ม ขึ้นมาเป็น ๓-๔ เท่าตัว ตอนนี้ทุกอย่างไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย แต่ทั่วโลกกลับมาเป็น Online แล้วนะคะ แต่ประเทศไทยกลับออกกฎหมายห้ามขาย Online แล้วมันเป็นการ แบบ Absolute คือห้ามอย่างเด็ดขาด ถ้าท่านไปมองในต่างประเทศที่เขามีความสำเร็จ ในการควบคุมนะคะ การดื่มอย่างเป็นอันตรายดิฉันใช้คำว่า การดื่มอย่างเป็นอันตราย เขาทำอย่างไรคะ ง่ายนิดเดียวค่ะ เขาก็มีการจัด Page ยืนยันตัวตน กดเข้าไปก็บอกว่า ท่านอายุเกินกว่า ถ้าเป็นประเทศไทยก็ ๒๐ ปีบริบูรณ์ใช่ไหม หรือว่ามีการผ่านระบบสมาชิก หรือการชำระผ่านบัตรเครดิตก็จะสามารถตรวจสอบตัวตนของผู้ที่เข้าไปแวะชมหรือไปซื้อ สินค้า Online ได้นะคะ และสามารถ Track ในส่วนของประวัติการซื้อขายได้ด้วย มันก็จะ ช่วยป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้โดยง่าย โดยที่ไม่ก่อให้เกิดอุปสรรค อย่างเกินจำเป็นต่อผู้ประกอบสัมมาอาชีพอย่างสุจริตนะคะ ส่วนสุดท้ายที่อยากจะพูดก็คือ ในเรื่องของมาตรา ๓๒ ในเรื่องของการโฆษณา ก็จริง ๆ แล้วมาตรานี้เขาต้องการมี วัตถุประสงค์ที่ป้องกันการโฆษณาเกินจริง ชักจูงการบริโภคให้มากยิ่งขึ้นจนเกินจำเป็นหรือ ชักจูงเยาวชน แต่ไม่ได้ประสงค์ถึงห้ามมิให้โฆษณาหรือแสดงภาพสินค้าโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นดิฉันยืนยันว่าการให้ข้อมูลกับผู้บริโภคเป็นสิ่งจำเป็นและผู้บริโภคมีสิทธิโดยชอบ ธรรมที่จะได้รับข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่เกินจริง ไม่อวดอ้างสรรพคุณ เพื่อสามารถตัดสินใจในการซื้อผลิตภัณฑ์ซื้อสินค้าได้อย่างถูกต้อง กฎหมายมาตรานี้จะต้อง ปรับปรุง การขายให้ข้อมูลหรือโฆษณาณจุดขายต้องทำได้ ถ้าดิฉันจะแสดง Logo ลงในเมนู ซึ่งเข้ามาดื่มกินเขาก็ต้องสามารถกระทำได้เพราะมันเป็นจุดขาย แล้วตรงนี้ถ้าเราปลดล็อก ในเรื่องของกฎหมาย ปรับปรุงให้มันสมดุล เพราะฉะนั้นรายเล็กรายย่อยผู้ผลิตและผู้ขายก็จะ อยู่ได้ด้วย เพราะตอนนี้รัฐบาลบอกว่าให้ชุมชนผลิตได้ แต่ให้ข้อมูลได้ก็ขายไม่ได้ นั่นคือ การกีดกัน กฎหมายนี้จะต้องปรับปรุงให้เกิดการสมดุลระหว่างการกำกับการโฆษณาให้ เป็นไปตามความเหมาะสม แต่ก็ส่งเสริมพัฒนาการพัฒนาการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในระดับเล็ก กลาง ใหญ่ ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้นให้เกิดนวัตกรรม ให้เราสามารถผลิตและ ขายเทียบเท่ากับมาตรฐานโลกได้ ไปแข่งขันในระดับภูมิภาคได้ และสุดท้ายค่ะ สิ่งที่ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ขาด แล้วเราอยากเห็นมันก็คือว่า การส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการให้เขามีส่วนร่วม กฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้ให้ผู้ประกอบการ ผู้ขาย หรือประชาชนได้มีส่วนร่วมในการส่งเสริมความไม่ชอบ ต่อสังคม หรือให้เรา ผู้ประกอบการให้ความรู้ความเข้าใจถึงวิธีการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ที่เหมาะสม รับผิดชอบ หรือการให้บริการอย่างรับผิดชอบ เพราะว่าบางครั้งหรือ หลาย ๆ ครั้ง พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจใช้กฎหมายก็สามารถตีความว่า การส่งเสริม การให้ความรู้เรื่องแอลกอฮอล์ Education หรือว่า Serve Responsibility ของเรา มันเป็น การส่งเสริมให้ดื่ม ให้คนดื่มมากขึ้น ซึ่งไม่จริงนะคะ การส่งเสริมความรับผิดชอบของสังคม โดยการให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มันเป็นการสร้างวัฒนธรรมการดื่มอย่าง รับผิดชอบที่จะแก้ปัญหาเรื่องการดื่มอย่างเป็นอันตรายอย่างยั่งยืน การที่เราจะแก้ไขปัญหา การดื่มอย่างเป็นอันตราย ถ้าเป็นการบูรณาการจะต้องมีความร่วมมือของภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมเดินไปด้วยกัน อย่างประนีประนอมกัน อย่างเข้าใจกัน เพื่อให้เรา สามารถกำหนดมาตรการที่กำกับดูแลที่ยอมรับได้ทุกฝ่าย มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับ สภาพการปฏิบัติได้จริง คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือผู้บริโภคนะคะ เหมือนที่เกิดในทั่วโลก เขาทำกันอย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศออสเตรเลีย ประเทศเกาหลีใต้ หรือสหภาพยุโรป เป็นต้นนะคะ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ดิฉันก็ใคร่ขอให้ท่านประธานและสภาแห่งนี้โปรด รับไว้พิจารณา รับหลักการร่างพระราชบัญญัติควบคุมแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ ดอกเตอร์เจริญ เจริญชัย เพื่อให้เราสามารถขับเคลื่อนเป้าหมายด้านสังคม สาธารณสุขและ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและบริการ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการฟื้นฟูและพัฒนา เศรษฐกิจในปัจจุบันบรรลุผลไปพร้อม ๆ กันอย่างสมดุล และเราจะไม่ทิ้งใครไปข้างหลัง ขอบพระคุณค่ะ