ประภาวี ชี้ พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ กีดขวางธุรกิจคราฟท์เบียร์

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗

ประภาวี เหมทัศน์ นำเสนอปัญหาจาก พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ในฐานะตัวแทนผู้ประกอบการและผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมายที่ขัดขวางการสื่อสาร การตลาด และการเติบโตของธุรกิจคราฟท์เบียร์อย่างไม่เป็นธรรม โดยสนับสนุนการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการมีส่วนร่วม รวมทั้งเรียกร้องการเปลี่ยนทัศนคติของสังคมต่อผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเป็นธรรม

นางสาวประภาวี เหมทัศน์ ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอ กฎหมาย

ดิฉัน นางสาวประภาวี เหมทัศน์ เป็นตัวแทนจากสมาคมคราฟท์เบียร์นะคะ ซึ่งในสมาคมก็มีผู้ประกอบการ มีผู้บริโภค แล้วก็มีหลายคนที่มีความชื่นชอบ แล้วก็สนใจ ในธุรกิจ Craft Beer นี้ แม้ไม่ได้มีส่วนได้เสียโดยตรงนะคะ ดิฉันได้ใช้เวลาตั้งแต่ ปี ๒๐๒๐ ประมาณ ๔ ปีแล้วนะคะ พูดคุยเรื่องกฎหมายนี้กับกรรมาธิการกับทางรัฐบาล กับสื่อ กับหน่วยงานต่าง ๆ มาตลอด เพราะว่าเพื่อนรอบข้างแล้วก็ผู้ประกอบการมีความเดือดร้อน จากกฎหมายนี้เป็นจำนวนมากนะคะ ตอนที่ผ่านมา ๔ ปีแล้ว เมื่อวันก่อนยังมีเพื่อนรุ่นพี่ ส่งข้อความมาปรึกษาว่า สน. นนทบุรีส่งหมายจับมาเรื่องโฆษณาทาง Page Facebook ซึ่งดิฉันก็ไม่เข้าใจนะคะว่าที่พร่ำพูดมาตลอด ๔ ปีนี้คือไม่ได้มีผลอะไรเลยใช่ไหม จนมาถึง จุดที่ประชาชนอย่างดิฉันซึ่งควรจะไปทำมาหากินได้แล้ว ต้องมานั่งเขียนกฎหมายแล้วก็ยื่น เข้าสภาด้วยตัวเองพร้อมกับเพื่อนพี่น้อง แล้วก็ทุกท่านที่มาพูดชี้แจงในวันนี้ ในฐานะตัวแทน สมาคมคราฟท์เบียร์ แล้วก็ดิฉันเองก็เป็นผู้ประกอบธุรกิจนี้ด้วย แล้วก็เป็นประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้งด้วย แล้วเราก็เป็นส่วนเล็ก ๆ ส่วนหนึ่งที่จ่ายภาษีของอุตสาหกรรมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ในประเทศนี้ ซึ่งมีจำนวนเงินประมาณแสนล้านบาท ดิฉันขอโอกาสพูดถึง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่ม ปี ๒๕๕๑ สักหน่อยนะคะ ซึ่งแน่นอนว่าได้มีโอกาสศึกษามาแล้วประมาณ หนึ่งนะคะ พ.ร.บ. ควบคุมฉบับเดิม แน่นอนเราอาจจะได้ฟังข้อดีไปแล้วว่า ช่วยควบคุม ในหลายเรื่อง แต่แน่นอนมันก็มีข้อเสียด้วย ไม่อย่างนั้นคงไม่มาขออนุญาตแก้ไขเปลี่ยนแปลง ตรงนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ พ.ร.บ. ควบคุมอันนี้ส่งผลกระทบ ก็คือว่าการที่เราจะสื่อสารข้อมูล ความรู้ความเข้าใจแล้วก็สร้างทัศนคติที่ถูกต้องในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับ ประชาชนถูกห้ามไว้ด้วย หมายความว่าการตีความต่าง ๆ นานา ของสำนักงาน คณะกรรมการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะพูดเรื่องที่เป็นประโยชน์ก็อาจจะมีโอกาส ถูกปรับได้นะคะ หลัก ๕๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งมีผลที่ทำให้ธุรกิจรายย่อยซึ่งเป็น ทางเลือก ซึ่งเป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพของประเทศถูกตัดตอน แล้วก็ไม่สามารถเติบโต ได้ และที่น่าเสียดายมากกว่านั้นนะคะ มีผู้ผลิตบางคนด้วยซ้ำที่ไม่ได้อยากทำธุรกิจนี้อย่างถูก กฎหมาย โดยอ้างว่าแม้จะทำถูกกฎหมายก็ถูก พ.ร.บ. ควบคุมห้ามขายอยู่ดี อันนี้เป็นเรื่องที่ น่าเสียใจมากนะคะว่า พ.ร.บ. ของกระทรวงสาธารณสุขส่งผลกระทบกับทางกรมสรรพสามิต ด้วยนะคะ ทั้ง ๆ ที่กรมสรรพสามิตรัฐได้ภาษีจากเราเยอะมาก ดิฉันเองเป็นผู้ประกอบการ รายย่อยที่ไม่มีทุนทรัพย์จะมาโฆษณาอัดฉีดแข่งได้เหมือนรายใหญ่แน่นอน แต่ดิฉันยินดีที่จะ ลงสู่สนามแข่งขันเรื่องการตลาดกับรายใหญ่ด้วยความเท่าเทียม ไม่ได้รู้สึกว่าจะต้องมี กฎหมายนี้มาช่วยเหลือ หรือคำพูดที่บอกว่ากฎหมายนี้เพื่อป้องกันรายใหญ่มาได้เปรียบ รายย่อย ดิฉันไม่เห็นด้วย แล้วดิฉันก็ยินดีจะแข่งขันด้วยเครื่องมือที่เราออกแบบเอง ขอให้ ไม่มีกฎหมายนี้ที่มาจำกัดลิดรอนสิทธิ แล้วก็เปิดช่องในการรีดไถนะคะ นั่นก็เป็นเหตุผลที่เรา ได้ยื่น พ.ร.บ. ควบคุม ฉบับประชาชน ๑๐,๐๐๐ ชื่อขึ้น ดิฉันก็เชื่อด้วยเหมือนกันว่า ผู้ประกอบการรายย่อยท่านอื่นมีความคิดเห็นแบบเดียวกัน แน่นอนว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควรถูกควบคุม ซึ่งเรามีการควบคุมที่มากอยู่แล้วนะคะ เราเสียภาษีสรรพสามิตจากมูลค่า เราเสียภาษีสรรพสามิตจาก Degree แอลกอฮอล์ เราเสียภาษีเพื่อธุรกิจเฉพาะ ก็คือตัวเลข ทาง สสส. ทาง Thai PBS ทางกระทรวงมหาดไทยได้ต่อปีเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเหมือนกันนะคะ เรามีกฎหมายจราจรพูดเรื่องเมาแล้วขับ กำหนด Limit ไว้ เรื่องของการดื่มระหว่างขับขี่ เรามีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่พูดเรื่องการห้ามโฆษณาเอาไว้แล้ว เรามีกฎหมายเยาวชนด้วย ที่บอกว่าห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับเด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี นี่คืออะไร นี่คือ ความซ้ำซ้อน นี่คือภาระของผู้ประกอบการที่เสียภาษีอย่างถูกต้องแล้วก็เป็นภาระของ ประชาชนด้วยนะคะ ดิฉันได้เข้าร่วม Workshop กับทางกรมสรรพสามิต แล้วก็ได้รับข้อมูล มาว่าปัจจุบันเยาวชนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์น้อยลง แล้วก็คนที่ดื่มอยู่ก็จะดื่มใน Degree ที่น้อยลง เป็น Low Alcohol Beverage นะคะ ซึ่งอยากจะยืนยันว่าสิ่งนี้ไม่ได้เกี่ยวกับ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี ๒๕๕๑ แต่อย่างใด แต่เป็น Trend ของโลก ทั่วโลก แล้วก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทยด้วย ยุคนี้เป็นยุคที่เราต้องอยู่กับโลก การขาย การนำเสนอสินค้า หรือแม้แต่การที่สร้างทัศนคติหรือสื่อสารทาง Online ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ทั่วโลก แล้วก็แทบจะเป็นทางเดียวที่ทำให้เหล้า เบียร์ รายย่อยของไทยถูกนำเสนอ สู่ประชาชนแล้วก็สู่สายตาชาวโลกด้วย แต่ปรากฏว่าวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ คณะกรรมการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ออกกฎหมายห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทางช่องทาง อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ออกมาแบบล้าหลัง ไร้เหตุผล ไร้คำอธิบาย และจนตอนนี้ ผ่านมา ๓ ปีแล้วยังไม่ออกมาแม้กระทั่งคู่มือการบังคับใช้กฎหมาย ผู้ประกอบการและ ประชาชนจำนวนมากก็ไม่เห็นด้วย แล้วก็ไม่เชื่อมั่นกับการควบคุมแบบนี้ รวมไปถึงการ ควบคุมอื่น ๆ ที่อยู่ในพระราชบัญญัติปี ๒๕๕๑ ด้วยเช่นกัน

สุดท้ายในฐานะผู้ประกอบการ ในฐานะสมาคมคราฟท์เบียร์ ดิฉันเห็นด้วยว่า การควบคุมควรมี แต่ขอให้เป็นการควบคุมที่ได้ประสิทธิภาพ ไม่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ขูดรีด ไม่เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่รีดไถแล้วก็หาประโยชน์ใส่ตัว ขอให้เป็นการควบคุมที่พวกเราได้มี ส่วนร่วม ได้ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ แล้วก็ให้พวกเราได้อยู่ร่วมกับประชาชนคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ ถูกชี้หน้า เราขอที่จะอยู่กับประชาชนคนอื่น แล้วก็ไม่มีใครมานั่งชี้หน้าผู้ประกอบการ จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือผู้ผลิตว่าเราเป็นผู้ร้าย เราเป็นคนที่ทำลายชาติ ทั้ง ๆ ที่ เราเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ ก็ขอฝาก พ.ร.บ. ควบคุมฉบับนี้ไว้กับทุกท่านนะคะ แล้วก็ อยากจะบอกว่าเรารอไม่ได้แล้วค่ะ ประเทศชาติต้องการให้ผู้ประกอบการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ช่วยหาเงินค่ะ ขอบคุณค่ะ