เจริญ เจริญชัย หารือร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับปรับปรุง โดยวิพากษ์มาตราที่กว้างเกินจำเป็นซึ่งละเมิดสิทธิเสรีภาพและกระทบการประกอบอาชีพของผู้ผลิตและนักวิชาการ พร้อมเสนอให้ทบทวนกฎหมายที่อาจเพิ่มโทษหนักอย่างไม่เป็นธรรม และเรียกร้องให้ปรับองค์ประกอบคณะกรรมการให้มีตัวแทนผู้ประกอบการและนักวิชาการเพื่อความสมดุลและรับฟังทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน โดยสนับสนุนด้วยข้อมูลวิเคราะห์และรายชื่อประชาชนกว่าหมื่นรายที่ได้รับผลกระทบ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เจริญ เจริญชัย เป็นนักวิชาการเกี่ยวกับการผลิตสุรา และเป็นผู้ขออนุญาตเสนอชี้แจงร่างพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีผู้ร่วมชี้แจงในวันนี้อีก ๓ ท่าน ก็คือ คุณศุภพงษ์ พรึงลำภู คุณประภาวี เหมทัศน์ และคุณเขมิกา รัตนกุล สำหรับร่าง พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่พวกกระผมขออนุญาต นำเสนอนั้น เป็นการขอแก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งมีการบังคับใช้มา ๑๐ กว่าปีแล้ว แล้วก็มีผลต่อผู้ประกอบการประชาชนทั่วไปจำเป็น อย่างยิ่ง แล้วทำให้พวกกระผมซึ่งได้รับผลกระทบนั้นก็ได้รวบรวมรายชื่อประชาชนได้กันมา ๑๐,๙๔๒ รายชื่อ ซึ่งอาจจะน้อยกว่าร่างพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่ได้นำเสนอโดยประชาชน ทั้งนี้ก็เป็นไปตามกฎหมายที่ว่าขอให้ได้ ๑๐,๐๐๐ รายชื่อ ในการที่รวบรวมรายชื่อนั้นพวกเรา ก็ได้ออกไปเชิญชวนประชาชนทั้งหลายที่ได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ได้มาร่วมกันลงชื่อ ปรากฏ ว่าเราก็ได้ทำงานกันอย่างหนักหน่วง แล้วก็ได้ออกไปขอรายชื่อ ซึ่งจะต้องมีบัตรประชาชน ด้วย ผู้ที่ออกไปช่วยรวบรวมรายชื่อนั้นก็ต้องออกไปตากแดดตากฝนรวบรวมพบกับ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สำหรับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมขออนุญาตให้ทางสำนักงาน ได้นำ PowerPoint ขึ้นประกอบด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
พระราชบัญญัติเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้นมีผลในการจำกัดสิทธิบุคคลเกินความ จำเป็น แล้วก็เป็นอุปสรรคในการประกอบอาชีพของประชาชน ซึ่งข้อความเหล่านี้เรื่อง ของการจำกัด เรื่องของการเป็นอุปสรรคนั้นอยู่ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ที่บอกว่าการที่จะ จำกัดสิทธิประชาชนนั้นต้องไม่เกินความจำเป็น แล้วก็ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบ อาชีพ และในเมื่อขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แล้วก็ได้มีผลกระทบกับพวกผู้ประกอบการ รวมถึงบุคคลทั่วไปอย่างยิ่ง ซึ่งวันนี้ผมอาจจะไม่จำเป็นต้องพูดมากเกินความจำเป็น เนื่องจากว่าท่านสมาชิกได้อภิปรายกันมาในร่างพระราชบัญญัติในกลุ่มของภาคประชาชน ที่ได้นำเสนอไปก่อนหน้านี้ สำหรับกลุ่มของพวกกระผมที่นำเสนอนั้นก็อาจจะบอกว่าไม่ใช่ เป็นภาคประชาชนก็ไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ใช่เป็นองค์กร แต่ว่าเราเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่มนักวิพากษ์วิจารณ์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับผลกระทบ ก็ถือว่าพวกเราเป็นกลุ่ม คนธรรมดา เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่มารวมตัวกัน ไม่ได้เป็นองค์กรที่มีการจัดตั้งอย่างเป็นรูป เป็นร่าง เป็นรูปแบบ เป็นแบบแผนนะครับ . สำหรับมาตราที่มีผลกระทบกับพวกเราเป็นอย่างยิ่งมีหลายมาตรา แต่ว่า เริ่มต้นผมขออนุญาตหน้าถัดไปก็คือ มาตรา ๓๒ นะครับ มาตรา ๓๒ ของพระราชบัญญัติ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วก็ มีสร้อยว่า หรือแสดงชื่อเครื่องหมายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณ ชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยทางอ้อม ซึ่งในบทข้อความของกฎหมายนี้มีทั้งโดยตรง และโดยอ้อม ซึ่งเป็นถ้อยคำที่ค่อนข้างที่จะกว้างขวาง ขอบเขตครอบคลุมไปหมดเลย รวมทั้งคำว่า หรือ ที่ผมทับเป็นตัวสีเหลืองนี้ เป็นการเสริมการควบคุมเครื่องดื่มที่กระทบกับ สิทธิของคนอื่น ของบุคคลธรรมดาเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงแต่ผู้ประกอบการธุรกิจเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น ตัวกระผมเองนั้นเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัยด้านการผลิตเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ซึ่งอยู่ในสาขาวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีการอาหาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลธัญบุรี ในคณะที่ผมสอนนั้นเด็กนักศึกษาปริญญาตรีต้องจบไปเพื่อประกอบการ ทำงานอยู่ในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งจะต้องมีโรงงานอุตสาหกรรมอาหารที่เกี่ยวข้อง กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติแล้วก็ เศรษฐกิจของประเทศจำนวนมาก แต่ว่าเมื่อผมสอนนักศึกษาแล้ว ผมไม่สามารถที่จะสื่อสาร ให้กับประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่หนึ่งของอาจารย์มหาวิทยาลัยที่จะต้องให้การบริการวิชาการ จะต้องให้ความรู้กับสาธารณะในเรื่องของการผลิต ในเรื่องของเทคโนโลยี และผมก็มี Website ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็คือเปิด Website ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการผลิตแอลกอฮอล์ แล้วก็มี Facebook ที่ให้ความรู้กับผู้ประกอบการโดยทั่วไปเกี่ยวกับการทำสุรา ซึ่งชื่อว่า Page สุราไทย ปรากฏว่าผมและเพื่อน ๆ ที่เป็นนักวิชาการทั้งหลาย รวมทั้งเป็นนัก Review เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเขาก็ทำไปตามความเชี่ยวชาญของตัวเองซึ่งเป็นสุนทรียะของ แต่ละบุคคลที่จะพูดถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ได้รับผลกระทบจากมาตรา ๓๒ นี้ ก็คือพวกผม ต้องปิด Page ต้องปิด Website ที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถที่จะแสดงชื่อหรือเครื่องหมายได้ เพราะว่าในข้อความของพระราชบัญญัติ ซึ่งท่านสมาชิกในที่แห่งนี้ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ ว่าไม่สามารถที่จะทำได้ แม้แต่ท่านรองประธานที่ได้เคยกล่าวถึงเครื่องดื่มในจังหวัด ของตัวเอง ก็ไม่สามารถทำได้ อันนี้เป็นผลพวงของพระราชบัญญัติฉบับ ปี ๒๕๕๑ ซึ่งเรา คิดว่าการควบคุมที่เหมาะสม หรือแก้ปัญหานั้นมันไม่จำเป็นจะต้องได้รับผลกระทบไป กว้างขวางขนาดนี้ พระราชบัญญัตินี้ไม่ใช่แค่มาตรา ๓๒ ยังมีอีกหลายมาตรา เป็นการ แก้ปัญหาที่เรียกว่า เกาไม่ถูกที่คัน วันนี้ผมมีไม้เกาหลังมาด้วย เกาไม่ถูกที่คัน ก็คือนอกจาก ไม้เกาหลังที่จะเป็นรอยอยู่บนหลัง แต่ถ้าเปรียบเทียบกับไม้เกาหลังในพระราชบัญญัตินี้ เป็นไม้เกาหลังที่ติดใบมีดไว้ตรงปลาย ก็คือคุณไปเกาในหลังของคนที่ไม่ได้เป็นจุดที่คัน แต่ทำให้เกิดเป็นแผลฉกรรจ์บนหลังของประชาชนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ที่ไม่เกี่ยวข้อง อย่างใน Page ของผมนั้น ผมต้องปิดไปก่อนเนื่องจากว่ามีข้อความที่เกี่ยวข้องกับการผลิต แล้วก็ มีเรื่องของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ มี Page ประชาชนเบียร์ที่แค่พูดถึงเครื่องดื่ม บางชนิดก็ถูกปรับ มี Page Review ซึ่งเจ้าของ Page นั้น ปัจจุบันนี้ก็โดนข้อหาและโดน ค่าปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท สั่งจำคุกด้วย มีโทษจำคุก ๘ เดือน และขณะนี้ยังอยู่ในระหว่าง อุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์จะพิจารณาพิพากษาในปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ และยังมีค่าปรับ เป็นรายวันอีก ซึ่ง Page นี้เขาเพียงแต่พูดว่า สมคำร่ำลือ ถ้าเกิดเขาพูดถึงเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ชนิดหนึ่ง แล้วเขาบอกว่าตัวนี้มีคุณภาพสมคำร่ำลือ ซึ่งไม่ได้มีเจตนาให้ประชาชน วิ่งไปซื้อมาบริโภคในขณะนั้น แต่เขาต้องโดนข้อหาที่เหมือนกับไปทำร้ายคนซึ่งเป็นข้อหา อาญานะครับ เป็นคดีอาญาที่มีโทษจำคุก หน้าถัดไปนะครับ ร้านอาหารที่ขายสินค้าตามปกติ เลยครับ ขายเบียร์ธรรมดา ๆ บนเมนูมีรายชื่อชนิดของเบียร์แล้วก็มีราคา เพียงแต่มีภาพ แก้วเบียร์ประกอบอยู่ในเมนู ตอนนี้เขาถูกดำเนินคดีไปประมาณ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ แล้วก็พิพากษาไปจนถึงขั้นฎีกา ต้องเสียค่าปรับไปเกือบล้านบาท เพราะว่ามีทั้งค่าปรับ รายวันด้วย ร้านอาหารทั้งหลายทั่วไปในประเทศไทยตอนนี้ถ้าท่านไปในร้านอาหารต่าง ๆ ท่านจะพบว่าเมนูต่าง ๆ ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่เพียงแต่ว่าเจ้าหน้าที่จะเลือกไปทำร้ายใคร เท่านั้นเอง ถัดไปครับ เมื่อสักครู่นี้ก็มีท่านสมาชิกได้กล่าวถึงสาวใต้ น้องมาจากเกาะสมุย ที่พวกเราที่อยู่แถว ๆ นี้ พวกเราไปช่วยกันเจรจาคุยกับเจ้าหน้าที่ จาก ๕๐,๐๐๐ บาท ก็ขอ ลดค่าปรับลงมา ๑ ใน ๓ เหลือ ๑๗,๐๐๐ บาท ซึ่งเธอต้องมีค่าใช้จ่ายมาจากเกาะสมุย เพียงเธอเขียนในกลุ่มของ Facebook ซึ่งเป็นกลุ่มนะครับ เป็น Facebook Group เป็น กลุ่มปิด แล้วก็คุยกันเฉพาะในกลุ่ม แล้วก็มีคน Captur เอามาภายนอก ถัดไปก็จะมีพวก ร้านค้าต่าง ๆ ตอนนี้ก็มีใบแจ้งมาว่าให้ไปพบเจ้าหน้าที่ เพราะว่าที่ร้านมีการขายสินค้า แล้วก็ มีเมนูที่เป็นรูปแบบของการอธิบายเครื่องดื่มของแต่ละคนว่าที่ร้านมีเครื่องดื่มอะไรบ้าง
ถัดไปก็มีร้านลุงยาวที่อยู่ริมถนนธรรมดา เป็นร้านลาบธรรมดาก็อยู่ในเมนู ก็โดนเจ้าหน้าที่เรียกไป ตัวอย่างเหล่านี้ก็คือประชาชนทั่วไปหรือแผ่นหลังที่ถูกใบมีดของ ไม้เกาหลังที่เกาไม่ถูกที่คันไปบาดให้เป็นบาดแผลกับประชาชนที่จะต้องมีภาระไปต่อสู้ ในชั้นศาล หรือในชั้นอัยการซึ่งจะต้องเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ไม่รู้จะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ผมก็กลัว จะโดนแบบนี้ ผมจึงต้องปิด Page ที่เป็น Page ที่ให้ความรู้ในด้านการทำสุรา ซึ่งเป็นของ นักวิชาการธรรมดาคนหนึ่ง และเมื่อผมทำงานร่วมกับผู้ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก ๆ เข้า ก็พบว่ามันไม่ใช่เฉพาะแค่บุคคลทั่วไปที่เราจะโดน แต่ว่าเราจะโดนกับผู้ประกอบการที่เขา พยายามที่จะขายสินค้า เขาไม่สามารถที่จะสื่อสารกับผู้บริโภคได้ ในอัตราค่าปรับที่โดน กันนั้น ขอนำขึ้นนะครับ ในกราฟนี้ท่านจะเห็นว่าเขาสามารถหักไว้ได้ทั้งหมด ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ของค่าปรับที่เสียนะครับ ๖๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์เป็นรางวัล แล้วก็มีสินบนอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ สินบนหมายความว่าคนที่มาแจ้งก็จะได้รับด้วย แต่ถ้าไม่มีคนแจ้งก็คือ เจ้าหน้าที่เป็นคนแจ้งเอง เจ้าหน้าที่นั้นก็จะได้ทั้งรางวัลแล้วก็สินบนก็รวมเป็น ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ผมก็คำนวณไว้ในตารางให้ดูว่า ถ้า ๔๕ เปอร์เซ็นต์นั้น ถ้าเป็นผู้ผลิตหรือนำเข้าเข้ามา ทำโฆษณาเสียเองก็จะโดนปรับเต็มที่คือ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ก็จะต้องส่งให้ไปเก็บไว้เป็นสินบน รางวัลนำจับนี้ถึง ๒๒๕,๐๐๐ บาท ก็คือ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นร้านค้าที่ได้รับผลประโยชน์ ก็คือมีติดเหมือนลุงยาวเมื่อสักครู่นี้ ถ้าลุงยาวถูกค่าปรับ ลุงยาวก็ต้องเสีย ๕๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่เป็นคนจับก็จะได้ ๒๒,๕๐๐ บาท นี่กระมังครับที่หน่วยงานที่ต้องการ ที่จะแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ไม้เกาหลังมีความคมมากยิ่งขึ้น จากที่คมอยู่แล้วเกาไป เป็นแผลอยู่บนหลังแล้ว แต่ก็ต้องการให้มันมีความแหลมคมมากยิ่งขึ้น เมื่อเกาไปเพียงทีเดียว ก็จะฉีกขาด เพราะว่าเขาจะเพิ่มค่าปรับ อันนี้ผมไม่ทราบว่าหน่วยงานไหนนะครับ ก็พูด ในกลาง ๆ ว่าค่าปรับถ้าเพิ่มขึ้นจาก ๕๐๐,๐๐๐ บาทที่สูงสุดนั้น มีความต้องการที่จะเพิ่มขึ้น เป็น ๑ ล้านบาทของร่างหนึ่ง และอีกร่างหนึ่งก็จะเพิ่มขึ้นเป็น ๓ ล้านบาท ซึ่งไม่ทราบว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการชี้แจงในที่ประชุมนี้หรือไม่ แต่ว่าน่าจะอยู่ในรายละเอียดของร่าง พระราชบัญญัติที่มีการเสนอเข้ามา ก็เลยสงสัยว่าการที่มีค่าปรับแบ่งให้เจ้าหน้าที่ที่ไปเป็น คนนำจับหรือแจ้งจับนั้น เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาหรือเปล่า ให้เกิดการไล่ล่าที่เรียกว่า Inquisition ก็คือไล่ล่าแม่มด ไล่จับหาส่วนแบ่ง แล้วก็ยิ่งจะเห็นชัดเจนมากขึ้นถ้ามีการเพิ่มค่าปรับ
ประเด็นถัดไปครับท่านประธาน ขออนุญาตหน้าถัดไป ก็คือไม่ใช่แค่ มาตรา ๓๒ เรื่องของการโฆษณา จะมีอำนาจให้คณะกรรมการที่เรียกว่าคณะกรรมการ ควบคุมนั้นเสนอประกาศ เป็นประกาศของสำนักนายกรัฐมนตรี ก็คือเมื่อเสนอแล้ว ฝ่ายบริหารก็ลงนามก็มีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งแตกต่างจากพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่อนุบัญญัติ ทั้งหลายจะต้องเป็นกฎกระทรวง แต่ในพระราชบัญญัตินี้สามารถออกเป็นประกาศได้ และ ประกาศที่เพิ่มขึ้นนั้นอยู่ใน ๕ มาตราที่สามารถออกประกาศได้อย่างไม่มีข้อจำกัด ยกตัวอย่าง เช่น มาตรา ๒๖ บอกว่าให้ผู้ผลิต นำเข้าปฏิบัติดังนี้ ซึ่งปกติปัจจุบันนี้ มาตรา ๒๖ ก็คือ ควบคุมเรื่องของฉลาก แต่ในวงเล็บสุดท้ายของมาตรา ๒๖ ก็บอกว่า การอื่นที่คณะกรรมการ ควบคุมกำหนด ก็หมายความว่าคณะกรรมการที่มีท่านสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ ตอนเที่ยง ๆ ได้อภิปรายว่า คณะกรรมการนี้ก็น่าจะยกเลิกได้ เพราะว่าคณะกรรมการนี้ก็จะสามารถ กำหนดได้ว่าให้ทำอะไรเพิ่มเติมได้โดยไม่มีจำกัด รวมทั้งมาตรา ๒๗ ห้ามขายในสถานที่ ต่าง ๆ ก็สามารถเพิ่มเติมได้ มาตรา ๓๐ เพิ่มวิธีการห้ามขายได้วิธีการต่าง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นจาก (๖) ของมาตรา ๓๐ ก็คือการห้ามขาย Online ซึ่งอยู่ในหน้าถัดไปครับท่านประธาน การห้ามขายด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อสักครู่ก็มีสมาชิกท่านได้อภิปรายแล้ว ผมแทบ จะไม่ต้องพูดอะไรมากมายเลย เพราะท่านบอกว่าทำไมคนที่อยู่ที่บ้านสั่งมาบริโภคที่บ้าน จะไปสร้างปัญหาบนท้องถนน ในเมื่อในช่วงโควิดแทนที่ผู้ประกอบการจะขายสินค้าให้กับ ประชาชนผู้บริโภคที่อยู่ที่บ้านได้ กลับต้องส่งไป ต้องออกมาซื้อ ต้องทำให้มีการจราจร ต้องทำให้มีการขับรถออกมา ออกมาแล้วก็มาดื่ม ดื่มแล้วก็ไปอยู่บนท้องถนน ซึ่งเมื่อสักครู่ ก็มีการพูดถึงเรื่องอุบัติเหตุทางท้องถนนจะแก้ไขอย่างไร มันไม่ใช่เรื่องที่จะไปควบคุมตรงนี้ แล้วจะได้ผล เราก็เห็นกันอยู่แล้วว่าเกาไม่ถูกที่คัน แต่ว่ามันเป็นผลกระทบกับผู้ประกอบการ รายเล็ก อย่างในภาพนั้นก็มีกลุ่ม Craft Beer เขาก็ต้องไปเทเบียร์เพราะว่าเขาขายไม่ได้ ในช่วงที่มีสถานการณ์โควิดที่เขาไม่สามารถที่จะขาย Online ได้ เพราะมีการห้ามขาย Online ซึ่งเป็นประกาศที่ออกมาโดยคณะกรรมการที่ประชุมกัน แล้วก็มาจากคณะกรรมการ ที่มีองค์ประกอบที่เป็นใครครับ ที่เป็นฝ่ายต้านเหล้าทั้งหมด เพราะฉะนั้นในพระราชบัญญัติ ฉบับของคนธรรมดาของพวกผมนี้ ของนายเจริญและคณะ มีรายชื่อลงมาเพียง ๑๐,๐๐๐ กว่าคน แต่เราบอกว่าคณะกรรมการควบคุมที่มีองค์ประกอบเป็นฝ่าย NGO ซึ่งเขาก็มีความพยายาม ที่จะเพิ่มจำนวนของ NGO ต้านเหล้า และส่วนที่กระผมได้เสนอร่างนี้ก็คือขอให้มีกรรมการ จากฝั่งผู้ประกอบการ ผลิตหรือจำหน่ายเข้าไปมีส่วนร่วม และผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็น คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็ต้องไม่ใช่ผู้ทรงคุณวุฒิ หรือนักวิชาการต้านเหล้าเท่านั้น เพราะ ปัจจุบันนี้เราก็ทราบอยู่ว่ามีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับงบประมาณวิจัยจากหน่วยงาน ต้านเหล้า แล้วก็มาอยู่ในคณะกรรมการนี้ แต่นักวิชาการอย่างผมที่สอนการผลิต ไม่มีโอกาส ที่อยู่ในนี้เลย แล้วในประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ถ้าบอกว่ามีการควบคุมอะไรต่าง ๆ ก็ตาม ก็จะต้องมีการรับฟังความเห็นให้รอบด้าน ทั้งผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องที่จะโดนควบคุม ก็ควรที่จะมีพื้นที่ในคณะกรรมการชุดนี้ เราก็เลยเสนอในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าจะขอ เพิ่มเติมองค์ประกอบของผู้ที่มาจากฝั่งผู้ประกอบการ และนักวิชาการที่อยู่ในด้านของ การผลิต อาจจะไม่มีผลในการตัดสินใจของคณะกรรมการ แต่ว่าก็ยังได้รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่จะได้รับผลกระทบด้วย บางครั้งพวกเราก็สงสัยว่า การที่มีพระราชบัญญัติควบคุมที่เคร่งครัดนั้น ผลของการควบคุมที่เกิดขึ้นมา ๑๐ กว่าปีนั้น ได้ผลจริงหรือไม่ ก็มีท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว มีข้อมูล มีตัวเลขให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า มันไม่ได้ผลครับ มันไปเกาไม่ถูกที่คัน เพราะฉะนั้นผมยังใช้ไม้อยู่ ผมก็ยังไม่หายคันเลย กระผมจะขออนุญาตท่านประธานให้สมาชิกที่มาด้วยได้มีโอกาสได้ชี้แจงให้ท่านสมาชิก ได้รับทราบเพิ่มเติมข้อมูล ซึ่งมาจากผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงในส่วนของผู้ประกอบการ ผู้ผลิต แล้วก็ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจ ขออนุญาตท่านประธานครับ