สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แสดงความเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และเสนอแนวทางในการควบคุมการดื่มสุราให้ได้ผล

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตแสดงความเห็นนะครับว่า ผมเห็นด้วยกับการที่ ประชาชนคนไทยจะบริโภคสุราต่อบุคคลน้อยลง คือให้ลดลง แต่จะห้ามไม่ให้บริโภคก็คง เป็นไปไม่ได้นะครับ เพราะว่าเป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วการบริโภคสุราในปริมาณที่ไม่เกิน สมควรไม่ได้เป็นผลเสียต่อสุขภาพแต่อย่างใด สำหรับร่างพระราชบัญญัติของนายธีรภัทร์ และประชาชน ก็มีการลงรายละเอียดค่อนข้างมากครับ ยกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๒๙ ที่พูดถึงบุคคลที่ถูกห้ามไม่ให้มีการขายท่านก็ได้เพิ่มขึ้นมาอีก ๒ ส่วน ก็คือมีการเพิ่ม การห้าม ขายสุราให้กับบุคคลที่เป็นสตรีที่มีครรภ์หรือผู้ที่ติดสุรา เพิ่มเติมจากบุคคลที่มีอายุน้อยกว่า ๒๐ ปีบริบูรณ์ หรือผู้ที่มึนเมาครองสติไม่ได้ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องดีครับที่มีการห้ามอย่างนั้น แต่สาระสำคัญของการควบคุมการดื่มแอลกอฮอล์ที่แท้จริงนั้นอาจจะไม่สามารถที่จะทำได้ โดยการใช้ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ แต่เพียงอย่างเดียว ในการ ควบคุมนั้นพระบัญญัติ พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็มีการควบคุมไว้อยู่ในหมวด ๔ ตั้งแต่มาตรา ๒๖ ถึงมาตรา ๓๒ ควบคุมตั้งแต่ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย แล้วก็ผู้โฆษณา แต่การจะควบคุมการดื่ม สุราหรือแอลกอฮอล์ที่ได้ผลที่แท้จริงนั้น จะต้องเป็นการควบคุมที่ผู้บริโภคครับ ทำอย่างไร จะให้ประชาชนคนไทยบริโภคสุราในปริมาณที่ลดลง นั่นคือเป้าหมายที่แท้จริงของ การควบคุมการดื่มสุรา การควบคุมผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย หรือผู้โฆษณานั้นก็เป็นแต่เพียง การแก้ไขปัญหาที่เปลือกนอกที่มิได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่รากเหง้าของปัญหา การแก้ไข รากเหง้าของปัญหานี้จะต้องแก้ไขที่การทำความเข้าใจกับประชาชน ซึ่งเป็นผู้บริโภค หากประชาชนซึ่งเป็นผู้บริโภคได้เข้าใจถึงข้อดี ข้อเสียของการดื่มสุราและแอลกอฮอล์แล้ว และทำให้ประชาชนมีความตระหนักรู้ มีความรับผิดชอบในการควบคุมตนเองหรือบุคคล ในครอบครัว ให้มีการดื่มสุราหรือเสพสุราแอลกอฮอล์ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น จึงจะทำ ให้การควบคุมเรื่องของแอลกอฮอล์หรือสุราได้ผลอย่างแท้จริงครับท่านประธาน ผมขอ อนุญาตยกตัวอย่างมาตรการการควบคุมที่ไม่สามารถลดการบริโภคสิ่งเสพติดมึนเมานะครับ ตัวอย่างที่ผมจะยกตัวอย่างก็คือ เรื่องของบุหรี่ครับ กรมสรรพสามิตและกระทรวง สาธารณสุขในรัฐบาลที่แล้ว ได้มีการออกมาตรการขึ้นภาษีสรรพสามิต ทั้งนี้เพื่อที่จะให้มี การบริโภคบุหรี่ในปริมาณที่ลดลง แต่ผลปรากฏว่าเราก็ทราบดีมีการขึ้นภาษีสรรพสามิต ๒ รอบ ใน พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งหนึ่ง ใน พ.ศ. ๒๕๖๔ ครั้งหนึ่ง ผลที่ได้คืออะไรครับท่านประธาน การยาสูบแห่งประเทศไทยมียอดขายลดลงเป็นอย่างมาก ผลประกอบการที่เคยได้กำไรปีละ หลายพันล้านบาท ก็กลายเป็นเหลือประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาท ผลประกอบการ ลดลงมาก แล้วการบริโภคบุหรี่ก็ไม่ได้ลดลงครับท่านประธาน กลายเป็นว่าเมื่อไม่มี การบริโภคบุหรี่ในประเทศที่ผลิตโดยการยาสูบแห่งประเทศไทย ก็ไปบริโภคบุหรี่ต่างประเทศ หรือบุหรี่เถื่อน ในทำนองเดียวกันครับท่านประธาน การควบคุมการดื่มสุราโดยการออก มาตรการต่าง ๆ ได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้ผลอย่างแท้จริงครับ เพราะว่าสุดท้ายแล้วก็ต้อง ไปแก้ที่การตระหนักรู้ของประชาชน ในข้อดีและข้อเสียทำให้ประชาชนคนไทยมีวินัย มีความรับผิดชอบในการบริโภคสุราและ แอลกอฮอล์อย่างมีสติ อันนี้จึงจะเป็นสาระสำคัญ การออกมาตรการการควบคุมหลาย ๆ ครั้ง มันก็ทำให้เกิดความลักลั่นกัน เช่น การบอกว่าห้ามขายหรือห้ามบริโภคสุราในสถานศึกษา แต่ในทางปฏิบัติแล้วเมื่อมีการจัดงานคืนสู่เหย้าหรืองานอะไรต่าง ๆ ก็มีการบริโภคสุรา ในสถานศึกษาเช่นเดียวกันนะครับ เราก็พบกันโดยทั่วไป หรือการกำหนดว่าไม่ให้มีการขาย สุราโดยกำหนดระยะห่างจากสถานศึกษา ปรากฏว่าก็มีการขายสุราเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่า ก็มีการอนุโลมให้ร้านที่เคยขายอยู่ก่อนสามารถขายได้ หรือมีข้อยกเว้นต่าง ๆ ก็ปรากฏว่า มาตรการต่าง ๆ ก็ไม่ได้ผลเท่าที่ควรนะครับท่านประธาน ก็ขออนุญาตฝากไปถึงผู้ที่จะได้ พิจารณาเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาโดยกรรมาธิการวิสามัญหรือจะเป็นการพิจารณา โดยกรรมาธิการสามัญหรือโดยวิธีใด ๆ ก็แล้วแต่ ว่าการควบคุมการดื่มสุราและแอลกอฮอล์ ที่ได้ผลที่แท้จริงนั้นคือการควบคุมพฤติการณ์ของผู้บริโภคสุรา จึงจะได้ผลที่แท้จริง ขอบพระคุณท่านประธานครับ