ไพศาล หารือร่าง พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ เน้นลดผลกระทบ-เพิ่มสิทธิผู้เสียหาย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๖ · ๑๐ มกราคม ๒๕๖๗

ไพศาล ลิ้มสถิตย์ หารือร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับประชาชน โดยเน้นเจตนารมณ์ในการลดผลกระทบต่อสุขภาพ สังคม และเศรษฐกิจจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมอ้างอิงแนวทางองค์การอนามัยโลกที่สนับสนุนการจำกัดการเข้าถึง การโฆษณา และส่งเสริมการบำบัดฟื้นฟู เพื่อป้องกันปัญหาความยากจน เด็กและเยาวชนได้รับผลกระทบ รวมถึงความเหลื่อมล้ำในสังคม พร้อมเสนอให้กฎหมายส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ปรับปรุงบทบาทคณะกรรมการระดับจังหวัดให้มีประสิทธิภาพ ควบคุมการโฆษณาและโฆษณาแฝงอย่างเข้มงวด กำหนดประเภทการขายและมาตรการป้องกันปัญหาสังคม อุบัติเหตุ พร้อมเสนอโทษทางปกครองที่เป็นธรรมและสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และสนับสนุนให้ผู้เสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดจากผู้ดื่มสุราสามารถฟ้องคดีแพ่งได้ภายใต้กรอบคดีผู้บริโภค โดยให้หน่วยงานหรือองค์กรที่ได้รับรองสามารถฟ้องร้องแทนได้ เพื่อลดภาระประชาชน โดยยกตัวอย่างกรณีน้องการ์ตูนเพื่อเน้นความสำคัญของการคุ้มครองผู้บริโภคและผู้เสียหาย.

นายไพศาล ลิ้มสถิตย์ ผู้แทนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอ กฎหมาย

กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ผมก็ขออนุญาตใช้ เวลาโดยไม่มากแล้วกันนะครับ จะสรุปในเรื่องของสาระสำคัญที่เป็นหลักการของร่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับประชาชน โดยเจตนารมณ์ของตัว พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ ก็จะระบุไว้ในกฎหมายอย่างชัดเจนว่าเป็น พ.ร.บ. ที่ทำในเรื่อง การสร้างเสริมสุขภาพของประชาชน แล้วก็เพื่อที่จะลดปัญหาที่เกิดจากผลกระทบจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบทางสังคม เศรษฐกิจ แล้วก็ปัญหาในด้าน สุขภาพ แล้วก็จะลดในเรื่องของอันตรายที่เกิดจากร่างกาย อุบัติเหตุ ความรุนแรง อาชญากรรมต่าง ๆ ขออนุญาตเพิ่มเติมแล้วกันว่าสาเหตุที่เรื่องนี้มีความสำคัญโดยในระดับ สากลคือ องค์การอนามัยโลกเองหรือ World Health Organization เองได้มีการเน้น ในเรื่องนี้ก็ถือว่าออกมาตรการอยู่ทั้งหมด ๕ เรื่องด้วยกันซึ่งถือเป็นมาตรการสำคัญ ถ้าเกิด เรามาดูวิเคราะห์แล้วเราจะพบว่าในมาตรการทั้ง ๕ มีอยู่ประมาณสัก ๓ มาตรการที่อยู่ใน พ.ร.บ. ควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรการแรก ก็คือในเรื่องของการจำกัดการเข้าถึง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาตรการที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการเข้าถึงการบำบัดฟื้นฟู มาตรการที่ ๓ ก็คือในเรื่องของการควบคุมหรือจำกัดในเรื่องของการโฆษณาส่งเสริมการขาย ทั้ง ๓ มาตรการนี้ก็จะเป็นมาตรการที่ปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สาเหตุที่องค์การอนามัยโลกได้เน้นย้ำในเรื่องนี้ เพราะว่าทั่วโลกมีประชากรที่ต้องเสียชีวิตจาก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรค การบาดเจ็บต่าง ๆ ปีละ ๓ ล้านคน ในประเทศ ไทยเองก็มีประมาณเกือบ ๒๐,๐๐๐ คน นอกจากนี้เองหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่า องค์การอนามัยโลกได้ศึกษาวิจัยแล้วพบว่าแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของความยากจน แล้วก็ ยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อในเรื่องของเด็กและเยาวชน แล้วก็ยังทำให้เกิดปัญหา ความเหลื่อมล้ำในสังคมด้วย แอลกอฮอล์จะไปเกี่ยวข้องอย่างไร ถ้าเกิดว่าเด็ก เยาวชน หรือว่าคนในครอบครัวนั้นมีคนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือเป็นผู้ติดเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ แล้วเด็กก็ใช้แอลกอฮอล์ตั้งแต่เด็กก็จะส่งผลต่อในเรื่องของพัฒนาการทางสมอง เขาเองก็จะไม่ตั้งใจเรียนนะครับ แล้วก็มีแนวโน้มที่จะทำให้ในอนาคตต่อไปนี้ในเรื่องของ หน้าที่การงานต่าง ๆ เองก็จะไม่สามารถที่จะเข้าไปสู่คนที่มีรายได้ที่สามารถที่จะเลี้ยงชีพได้ ก็จะทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของความเหลื่อมล้ำในสังคมนะครับ เราจะเห็นว่ากลุ่มประชากร ที่เป็นชนชั้นแรงงานหรือว่ากลุ่มเปราะบางกลุ่มนะครับ ที่ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากก็จะ ประสบปัญหาเหล่านี้นะครับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เองถ้าเกิดว่าเรามีมาตรการที่เหมาะสม ก็สามารถที่จะทำให้เกิดแรงงานในเรื่องของแรงงานที่มีฝีมือ แล้วก็ทำให้ลดต้นทุนทาง ด้านเศรษฐกิจได้ด้วยนะครับ

ประการแรก ผมขออนุญาตให้เนื้อหาสรุปเนื้อหาสำคัญ ในหัวข้อแรกก็คือ ในเรื่องของ ร่าง พ.ร.บ. นี้จะมีเรื่องของการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน โดยมี การจัดให้มีการประชุมสมัชชาเครือข่ายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัดหรือ ในระดับภูมิภาคนะครับ เพื่อเป็นกลไกในการติดตามในเรื่องการประเมินผล นโยบาย แล้วก็ การปฏิบัติตามกฎหมายของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ ผมเองในฐานะที่เป็น กรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ก็จะทราบสภาพปัญหาในส่วนกลาง แล้วก็ ในจังหวัดต่าง ๆ ก็ทราบว่าในพื้นที่เองคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในจังหวัดเองมีบางจังหวัดที่ขาดการประชุมในบางปีหรือว่ามีการประชุมนาน ๆ ครั้ง ซึ่งก็ทำ ให้การดำเนินงานในเรื่องของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจังหวัดนั้น ๆ ขาดความ ต่อเนื่อง ในเรื่องนี้ก็จะโยงไปถึงในหัวข้อที่ ๒

ประการที่ ๒ ในเรื่องของการปรับปรุงในเรื่องขององค์ประกอบบางส่วน แล้วก็อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในระดับจังหวัด โดยในตัวร่างฉบับนี้เองก็จะมีอำนาจกำหนดในเรื่องของการติดตามประเมินผล แล้วก็ การปรับปรุงประสิทธิภาพของตัวคณะกรรมการควบคุมแอลกอฮอล์จังหวัดด้วยนะครับ โดยมีการจัดทำในเรื่องของแผนปฏิบัติการประจำปี โดยเป็นแผนการมีส่วนร่วมของ ภาคประชาชน แล้วก็ภาคเอกชนอะไรต่าง ๆ ด้วย ซึ่งอันนี้จะเป็นการทำงานในเชิงรุก แล้วก็ จะมีการกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ ๓ ครั้ง ซึ่งคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์จังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานเอง ก็น่าจะต้องทำงานอย่าง Active หรือว่าเชิงรุกมากขึ้น

ประการที่ ๓ ก็คือในเรื่องของการปรับปรุงมาตรการในการควบคุมแอลกอฮอล์ ในปัจจุบันนี้ใน พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์จะเป็นระบบการห้ามไม่ให้มีการโฆษณา ยกเว้น แต่กรณีที่เข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดนะครับ อย่างไรก็ดีเราก็คิดว่ามาตรการดังกล่าวเอง ก็อาจจะมีจุดอ่อนบางประการนะครับ แล้วก็อาจจะมีปัญหาในเรื่องการตีความกฎหมายได้ เราจึงเสนอว่าอยากจะให้มีการควบคุมการโฆษณาในรูปแบบของการขออนุญาตก่อน การโฆษณา โดยผู้ขออนุญาตเองก็จะต้องมีการยื่นคำขอแล้วก็ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ แต่อาจจะมีข้อห้ามบางประการที่ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาได้ เช่น สื่อที่เข้าถึงกลุ่มเด็ก เยาวชนหรือว่าสื่อ Online ต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็จะสอดคล้องกับ แนวทางปฏิบัติของต่างประเทศ กฎหมายต่างประเทศก็จะบัญญัติลักษณะนี้เช่นกัน นอกจากนี้เองเราก็ยังผ่อนคลายในเรื่องบทลงโทษด้วย เราจะมีบทลงโทษที่จำแนกตาม ประเภทของผู้ฝ่าฝืน คือไม่ได้เหมารวมว่าถ้าเป็นผู้กระทำความผิดในเรื่องของการห้าม โฆษณาแล้ว จะใช้โทษอัตราโทษเดียวกัน แต่เราจะมีการแยกจัดเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ กลุ่มผู้รับจ้างโฆษณา แล้วก็ประชาชนทั่วไปนะครับ ในกรณีที่เป็นประชาชนทั่วไปเองก็จะมี โทษที่ค่อนข้างน้อย มีการปรับอัตราโทษลงมานะครับ ในส่วนของมาตรา ๓๒ ซึ่งเป็นมาตรา สำคัญในเรื่องของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เอง ก็ถือว่าเป็นกฎหมายที่สอดคล้องกับ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญของราชอาณาจักรไทย ในเรื่องของการจำกัดสิทธิเสรีภาพ เพราะว่ามีเหตุผลในเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็อันนี้ก็สามารถทำได้โดยมีแนว คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ ๒/๔ ปี ๒๕๕๕

ประการที่ ๔ ที่สำคัญและเกี่ยวข้องกับการโฆษณาเหมือนกันก็คือเราจะมี การควบคุมโฆษณาแฝงของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปัจจุบันนี้ทุนใหญ่ ๆ ที่เป็นผู้ประกอบการ รายใหญ่จะได้เปรียบผู้ประกอบการรายย่อยก็คือจะมีการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่านสินค้าอื่นที่มีการจดทะเบียนเป็นสินค้าที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น น้ำดื่มน้ำแร่ แล้วก็เครื่องหมายการค้าเหล่านั้นเองก็จะมีความคล้ายคลึงกัน ดังนั้นเองเราก็คิดว่ามาตรการ ที่เหมาะสมก็คือมีการห้ามในเรื่องของการไม่ให้มีการโฆษณาในเรื่องของโฆษณาแฝง ลักษณะนี้นะครับ

ประการที่ ๕ ที่คิดว่ามีความสำคัญก็คือในเรื่องของการควบคุมในเรื่องของ การให้ทุนสนับสนุนหรือกิจกรรม CSR ซึ่งอาจจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เราอนุญาตให้ทำได้ในบางกรณี แล้วก็อนุญาตให้มีการบริจาค การช่วยเหลือตามมนุษยธรรม ได้ในกรณีที่เกิดสาธารณภัยอย่างร้ายแรง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่อนุญาตให้มีการเผยแพร่หรือว่า ประชาสัมพันธ์กิจกรรมเหล่านี้

ประการที่ ๖ ก็คือประเด็นที่เป็นเรื่องใหม่ที่เราจะอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็คือการกำหนดหน้าที่ของผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยจะมีการแบ่งประเภทของผู้ขาย ออกเป็นประเภทร้านที่ดื่มที่ร้านกับประเภทที่ซื้อกลับไปนะครับ ซึ่งอันนี้ก็จะสอดคล้องกับ แนวทางในต่างประเทศที่มีการกำกับดูแล ในกรณีจากปัญหาที่เราพบว่าในปัจจุบันเอง ผู้ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย เราไม่ต้องมีใบอนุญาตหรือ License อันนี้จะแตกต่างกันในต่างประเทศ ถ้าเป็นประเทศที่เขา พัฒนาแล้ว ผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็น Bartender ก็ดี พวกบริกรก็ดี คนเสิร์ฟ ต่าง ๆ ก็ต้องมีใบอนุญาตด้วย แต่ว่าในเมื่อกฎหมายเรายังไปไม่ถึงขนาดนั้น เราก็ใช้มาตรการ ในเรื่องของการกำหนดหน้าที่ของผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทน เช่น จะต้องคอยดูแลไม่ให้ มีการทะเลาะวิวาทก่อความวุ่นวาย หรือว่าไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับผู้มี การมึนเมา อันนี้ก็จะส่งผลดีว่าเป็นมาตรการที่เป็นมาตรการทางกฎหมาย ก็จะเป็น การป้องกันว่าไม่ให้คนที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นไปขับขี่รถยนต์ แล้วก็ประสบอุบัติเหตุ อันนี้ก็จะเป็นมาตรการที่มีความเป็นรูปธรรม ส่วนโทษอันนี้ก็จะเป็นโทษทางปกครอง เช่น การระงับ หรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นการชั่วคราว

ประการที่ ๗ ในเรื่องของการเพิ่มในเรื่องของสิทธิในเรื่องของการฟ้องคดี ทางแพ่ง ค่าเสียหายทางแพ่งของผู้เสียหายจากอุบัติเหตุ ของผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในปัจจุบันนี้ผู้ที่ต้องเสียชีวิต พิการ บาดเจ็บ จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เอง จากผู้ที่ขับขี่ รถยนต์ยานพาหนะต่าง ๆ หรือมอเตอร์ไซค์จะต้องเป็นผู้ที่ไปฟ้องคดีอาญาหรือคดีแพ่งเอง ซึ่งอันนี้จะทำให้เกิดภาระกับประชาชนในการที่เขาจะต้องไปจ้างทนายความ จะต้องไป ขึ้นศาลต่าง ๆ เราก็เลยคิดว่าควรที่จะกำหนดให้เป็นสิทธิของผู้บริโภค ที่ได้รับความเสียหาย ให้ถือเป็นคดีผู้บริโภคตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค แล้วก็อาจจะให้มี คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค สมาคมหรือมูลนิธิที่คณะกรรมการคุ้มครองบริโภครับรอง สามารถฟ้องคดีแทนได้ด้วย อันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างคดีที่ สะเทือนใจก็คือคดีของการ์ตูน น้องการ์ตูนเหตุเกิดเมื่อประมาณเกือบ ๑๐ ปี มาแล้ว เมื่อประมาณ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๗ น้องการ์ตูนตอนนั้นอายุประมาณ ๕ ขวบ คุณแม่ ทางครอบครัวก็เป็นร้านขายสเต๊ก แล้วก็ถูกคนขับรถที่ดื่มแล้วขับมาชนที่ร้าน ก็ทำให้ คุณพ่อของน้องการ์ตูนเสียชีวิต ส่วนน้องการ์ตูนเองก็ต้องบาดเจ็บสาหัส แล้วก็ต้องเข้ารับ การรักษา โดยวิธีโรงพยาบาลต้องผ่าตัดสะโพกหลุด ปัจจุบันนี้เป็นผู้ป่วยติดเตียง แล้วก็ มีอาการที่สมองถูกกระทบกระเทือนทำให้ตาบอด ๒ ข้าง อันนี้ผมคิดว่าถ้าเรามีกฎหมายที่จะ ไปช่วยเยียวยากลุ่มผู้ที่เสียหายพวกนี้ได้ก็จะเป็นเรื่องที่ดี เพราะปัจจุบันนี้แม่ของน้องการ์ตูน แจ้งว่าแม้ว่าศาลจะตัดสินให้ผู้ขับขี่ต้องชดใช้เงิน