ธีระ วัชรปราณี หารือปัญหาผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ส่งผลรุนแรงต่อสุขภาพประชาชน สังคม และกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และผู้หญิง พร้อมเสนอให้มีการปรับปรุง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งในด้านการห้ามโฆษณาส่งเสริมการขาย การควบคุมการเข้าถึง และการบังคับใช้มาตรการอย่างเข้มงวด เพื่อลดปัญหาสุขภาพเรื้อรัง ความรุนแรงในสังคม และการสูญเสียบุคลากรสำคัญของประเทศ โดยย้ำว่าการลงทุนในการป้องกันจะก่อให้เกิดผลตอบแทนสูงต่อสังคมในระยะยาว
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านครับ กระผม นายธีระ วัชรปราณี ในฐานะ ๑ ในผู้ลงชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขอนำเสนอข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณาอย่างน้อย ๓ หัวข้อนะครับ หัวข้อแรก เรื่องปัญหาและผลกระทบ จากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หัวข้อที่ ๒ เรื่องของพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ นี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไรและเกิดผลอย่างไร หัวข้อที่ ๓ เรื่องความท้าทาย ในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในอนาคต ทั้งนี้ผมอยากจะขอกราบเรียนท่านประธาน ใช้เวลาประมาณสัก ๒๕ นาที ไม่เกินนั้นที่จะนำเสนอข้อมูลชุดนี้ครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
เนื่องจากพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บังคับใช้มาแล้ว ๑๕ ปี ถึงเวลาที่ต้องปรับปรุงแก้ไข ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ เดือนหน้าก็จะครบรอบ ๑๖ ปี วาระในการแก้ไขนี้เราจะไปทางไหน เพราะว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นสินค้าที่ไม่ธรรมดา
เรามาดูเรื่องผลกระทบที่สำคัญก็คือผลกระทบจากการศึกษา ในประเทศ อังกฤษพบว่าการศึกษาสารเสพติดหลายประเภท เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารเสพติดที่ ถูกกฎหมาย โดยการศึกษาผลกระทบต่อบุคคลที่เป็นผู้ใช้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วก็อีก อันหนึ่งก็คือการศึกษาผลกระทบต่อผู้อื่น จะเห็นว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นอยู่ในอันดับ แรกเลย แท่งกราฟสีแดงจะเป็นการแสดงให้เห็นว่าผลกระทบต่อผู้อื่นมีจำนวนสูงมาก เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผลกระทบที่มีต่อตัวเองรวมแล้วประมาณ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูง แสดงให้เห็นว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีความเป็นอันตรายในตัวมันเอง แล้วก็ที่สำคัญ ก็คือมันอยู่ทั่วไปครับ เหตุที่มีปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่ทำให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีอันตรายที่สูง เพราะว่ามีขายอยู่ทั่วไป การเข้าถึงได้ง่าย การศึกษานี้เป็นตัวชี้ให้เห็นที่สำคัญ
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี้ทำให้เกิดความสูญเสียต่อประชาชน ๓ ล้านคนต่อปี คิดเป็นเวลาประมาณ ๑๐ วินาทีจะมีผู้เสียชีวิต ๑ คน โรคที่สำคัญที่พวกเราเป็นห่วงกันก็คือ โรค NCDs มีประชากรที่เสียชีวิตจากโรค NCDs เกินครึ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ตัวอย่างเช่น โรคเกี่ยวกับตับ ทางเดินอาหาร เกี่ยวกับสมอง ความดัน เบาหวาน โรคตับต่าง ๆ ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าราย และ ณ ปัจจุบันนี้มะเร็งได้พิสูจน์แล้วนะครับ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลอย่างน้อย ๗ ชนิด สำหรับคนไทยเองเรามีผู้เสียชีวิตโดยเฉลี่ย แต่ละปีประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ ราย เฉลี่ยวันละประมาณ ๖๐ คน อันนี้คืออันตรายที่เกี่ยวข้อง กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และทำให้มีผู้เสียชีวิต
ถัดไปนะครับ มีการศึกษาแล้วก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก ๒ ชิ้นสำคัญ ชิ้นแรก ก็คือว่าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคและการบาดเจ็บ ๒๐๐ กว่าชนิด แล้วก็ที่สำคัญการศึกษาล่าสุดตีพิมพ์ในนิตยสารทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับ ระบุชัดเจนนะครับว่าไม่มีระดับปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์ที่ปลอดภัย การที่มีการพูดถึง เรื่องดื่มอย่างรับผิดชอบหรือดื่มอย่างพอประมาณมีความเสี่ยง ทางการแพทย์แล้วก็ทาง การวิจัย ทางวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาแล้วนะครับ คำถามก็คือว่าแล้วเหตุหรือจุดที่ทำให้เกิด ปัญหาฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เกิดปัญหาอะไรบ้าง จะเห็นว่ามีความสัมพันธ์หลายอย่างนะครับ อันที่ ๑ ก็คือฤทธิ์ของความเมา เมื่อท่านดื่มเข้าไปแล้วจะทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจนะครับ อันที่ ๒ ก็คือความเป็นพิษอย่างที่ผมเรียนก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ที่ได้เรียนไปแล้วนะครับ อันที่ ๓ คือทำให้เกิดเสพติดขึ้นมา ภาวะเสพติดนี้ก็นำไปสู่ปัญหาที่ตามมา ทั้ง ๓ อย่างนี้ เป็นการทำงานของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีผลต่อร่างกายของเราและมีผลต่อสังคมนะครับ เรากำลังพูดถึงคนไทย กลับมาที่คนไทยนะครับ จากที่ดูจากเส้นกราฟจะเห็นว่าสำนักงาน สถิติแห่งชาติสำรวจต่อเนื่องกันมาหลายปี ในปีล่าสุด ปี ๒๕๖๔ เรามีนักดื่มอยู่ประมาณสัก ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบเป็นประชากรก็ประมาณเกือบ ๑๖ ล้านคน โดยใช้ลักษณะคือ ดื่มอย่างน้อย ๑ ครั้ง ใน ๑๒ เดือน ดังนั้นเราจะเห็นว่าประมาณ ๑ ใน ๓ เท่านั้นเอง ที่ประชากรอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปที่ดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนใหญ่นี้ไม่ได้ดื่มนะครับ ถ้าเจาะเข้าไปแยก เป็นประเภทดื่มครั้งคราวกับดื่มประจำ เราจะเห็นว่าส่วนใหญ่เราจะเป็นการดื่มครั้งคราว คือมากกว่า ๑ สัปดาห์ต่อครั้ง แต่ว่าการดื่มประจำประมาณเกือบ ๗ ล้านคน ดื่มประจำ จะก่อให้เกิดปัญหาสะสมระยะยาวนะครับ แล้วก็ที่สำคัญถ้าเราแยกไปอีกประเภทหนึ่งก็คือ ดื่มหนักกับทุกวัน ซึ่งตรงนี้จะเกิดปัญหาที่ว่าถ้าดื่มหนักก็จะเกิดปัญหาเรื่องการเฉียบพลัน แล้วก็ถ้าดื่มทุกวันจะเป็นภาวะการติดสุรา ๒ ส่วนนี้อย่างถ้าดื่มหนักก็อย่างน้อย ๕ หน่วย ดื่มมาตรฐาน ๕ หน่วยดื่มมาตรฐาน ถ้าท่านเทียบง่าย ๆ ก็คือเบียร์ ๑ กระป๋อง นี่เรียก ๑ หน่วยมาตรฐาน ถ้าเป็นพวกสุราสี สุราขาวก็ ๒ ฝา ที่ว่า ๑ หน่วยมาตรฐาน ถ้าท่าน ดื่มหนัก ๑ ครั้ง ๕ กระป๋องเบียร์ขึ้นไปเรียกว่าดื่มหนัก อันนี้จะนำไปสู่ปัญหาผลกระทบ ที่เฉียบพลัน คือการเมาขาดสติต่าง ๆ อันนี้ก็ชี้ให้เห็นว่าบ้านเราประเทศเราเองการดื่ม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นประชากรโดยรวมเป็นอย่างไร แล้วก็ทิศทางแนวโน้มจะเห็นว่า ย้อนหลังไป ปี ๒๕๔๖ เราดื่มประมาณสัก ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ๓๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ ณ เวลานี้ เราอยู่ประมาณสัก ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านดูจากเส้นสีน้ำเงินตรงกลาง นั่นคือ ปี ๒๕๕๑ เป็นปีที่เรามี พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ช่วยทำให้การเพิ่มจำนวนการดื่มของ บ้านเราไม่ได้สูงขึ้นนะครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่เป็นประโยชน์อีกอันหนึ่ง อยากไปดู อีกนิดหนึ่งก็คือเรื่องของข้อมูลทางสาธารณสุขเรียกว่าปีแห่งการสูญเสียสุขภาวะ ก็คือผู้ที่ เสียชีวิตก่อนวัยอันควร แอลกอฮอล์นี่อยู่ในระดับ ๓ ที่มีผลทำให้เราขาดบุคลากรหรือ เราสูญเสียบุคลากรที่จำเป็นในการพัฒนาประเทศต่อไปนะครับ
ถัดไปเราพูดถึงภัยบุคคลอื่นบ้าง การศึกษาพบว่าบ้านเรา ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์รู้สึกไม่ ปลอดภัยในที่สาธารณะที่มาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ มาจากการถูกคุกคาม ในที่สาธารณะ หรือแม้แต่ในที่ส่วนบุคคลจากผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ อันที่ ๓ คือได้รับเหตุต่าง ๆ จากคนดื่มแอลกอฮอล์หรือประสบการโดยสารหรือคนขับรถที่ดื่มแอลกอฮอล์ แล้วก็ อันที่ ๔ เป็นการถูกทำร้ายร่างกาย ถูกผลัก โดนข่มขู่ โดนทำร้ายหรือถูกคุกคามทางเพศ อันนี้ ก็คือสิ่งที่ประชาชนของเรารู้สึกไม่ปลอดภัยต่อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
อีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของเด็ก เยาวชน ซึ่ง ณ เวลานี้รัฐบาลเองก็พยายามที่จะ ส่งเสริมให้เด็กเกิดมากขึ้นนะครับ แต่ ณ เวลานี้ที่เด็กอยู่ในสังคมอยู่แล้วได้รับผลกระทบ อย่างน้อย ๓ ล้านคน ที่อยู่ในครอบครัวที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อันนี้คือสิ่งที่พวกเรา จะต้องให้ความสำคัญและดูแล มาดูเรื่องผู้หญิง ทุกวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ทุกวันที่ ๘ มีนาคม เราพูดถึงการรณรงค์ยุติความรุนแรงในผู้หญิงและเด็ก เราพบว่ามูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ก็สำรวจทุกปี พบว่าอย่างน้อย ๑ ใน ๓ ที่ผู้หญิงเราได้รับผลกระทบแล้วแรงจูงใจที่สำคัญ ก็มาจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั่นเองนะครับ มาดูมาตรการในการแก้ไขนะครับ เรามี แผนการพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายการขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนหรือ Sustainable Development Goals นี่นะครับ เราพบว่าประเทศไทยเราได้นำเอาหลักการนี้เข้ามาใช้ โดยผ่านแผนปฏิบัติการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระดับชาตินะครับ ซึ่งเป็นระยะที่ ๒ ของปี ๒๕๖๕-๒๕๗๐ เป้าหมายก็คือการควบคุมการเพิ่มปริมาณแอลกอฮอล์ในสังคมนะครับ เราก็มีทิศทาง รัฐบาลมีทิศทาง รัฐบาลมีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหานี้นะครับ และที่สำคัญเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาให้ท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็คือเรื่องของ การพัฒนาที่ยั่งยืนมีเป้าหมายอยู่ ๑๗ เป้าหมาย ๑๗ เป้าหมายนี้นะครับ การศึกษา โดยองค์กรระหว่างประเทศ MOVENDI International พบว่าอย่างน้อย ๑๓ เป้าหมาย ที่ส่งผลกระทบเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่สำคัญอันหนึ่งการศึกษาองค์การอนามัย โลกใช้ชื่อภาษาไทย จ่ายน้อยแต่ช่วยรักษาชีวิต เป็นชื่อหนังสือที่ออกมาไม่นานนี้นะครับ พบว่าถ้าลงทุน 1 USD ผลตอบแทนจากการลงทุนนั้นประมาณ 8.32 USD ฉะนั้น ๓๕ บาท จะได้กลับคืนมาหลายพันบาท ซึ่งการรับรองนี้นะครับ เป็นการรับรองจากองค์การระหว่าง ประเทศยืนยันครับว่าการลงทุนควบคุมปัจจัยเสี่ยง โดยเฉพาะบุหรี่ แอลกอฮอล์และ สารเสพติดต่าง ๆ นี้มีผลดีต่อสังคม
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ย้อนหลังไปปี ๒๕๓๕ เรามีการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและ การสูบบุหรี่ เราจะเห็นสำคัญเลยนะครับว่าอัตราการสูบบุหรี่ก็ดี หรือพื้นที่สาธารณะ ในการสูบบุหรี่เปลี่ยนแปลงไป สังคมไทยเราเป็นแนวหน้าในการควบคุมการสูบบุหรี่ แล้วทำไมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีปัญหาต่าง ๆ ที่ผมได้กล่าวถึงยังไม่มีการควบคุมที่ ชัดเจน นี่คือคำถามแรกที่เราตั้งกันขึ้นมา อย่างไรก็ตามรัฐบาลในยุคที่ผ่านมา ผมคิดว่า ตรงจุดนี้สำคัญก็คือมีการพยายามที่จะแก้ไขต่าง ๆ แต่ก็เป็นระดับมติ ครม. อย่างเช่น กรณีปี ๒๕๔๔ ก็พูดถึงเรื่องของสินค้า OTOP ใช่ไหมครับ แล้วก็พยายามที่จะเปิดให้เกิด การผลิตในระดับชุมชนมากขึ้น อันนี้ก็เป็นอันหนึ่งที่เปิดเสรีขึ้นในระดับชุมชน แต่ผลกระทบ ตามมาอื่น ๆ ตามมา ปี ๒๕๔๖ เราพูดถึงผลกระทบจากอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับนี่นะครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีในยุคนั้นก็หยิบเรื่องนี้ขึ้นมา แล้วเป็นประเด็นในการที่จะหาทางแก้ไข ปัญหา ดังนั้นรูปแบบในการแก้ไขปัญหานี้มันเริ่มขึ้นมาระดับหนึ่งแล้ว ตั้งแต่ยุครัฐบาล ไทยรักไทย ปี ๒๕๔๖ ปี ๒๕๔๗ ก็พยายามที่จะใช้อำนาจในศูนย์อำนวยการความปลอดภัย ทางถนนในการดำเนินการเรื่องนี้นะครับ ทั้งการควบคุมโฆษณา การจำกัดการโฆษณา ในพื้นที่นอกสถานศึกษาต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นมาระดับพัฒนาเป็น พ.ร.บ. ควบคุม ปี ๒๕๔๘ พวกเรา แล้วกับทางราชการก็เลยพูดคุยกันน่าจะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมมากกว่าที่จะเป็น แค่มติแต่ก็เกิดเหตุทางการเมืองนะครับ มีการยึดอำนาจ ในวันที่ ๑๙ กันยายน เราก็ต้องไป หยุดตรงนั้นไป ปี ๒๕๔๙ มีรัฐบาลเข้ามาใหม่ พวกเราก็ร่วมกับทางรัฐบาลเพื่อที่จะเสนอ เรื่องนี้เข้ามาในสภา ซึ่งรัฐมนตรี นายแพทย์มงคล ณ สงขลา ณ เวลานั้นก็ได้เห็นชอบกับ แนวทางนี้และเสนอเข้ามา ดังนั้นจะเห็นว่า พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ ปี ๒๕๕๑ ไม่ได้ เกิดขึ้นโดยเจตนาทางการเมืองอะไร แต่เกิดขึ้นจากผลกระทบอย่างที่ผมได้เรียนมาแล้ว ไม่ว่าจะรัฐบาลไหนเมื่อเห็นปัญหานี้ก็ต้องแก้ไขนะครับ ในระหว่างการพิจารณาในตอนนั้น เรียกว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พวกเราในฐานะภาคประชาสังคมก็ร่วมที่จะเข้ามาสนับสนุน เพราะว่ากฎหมายที่จะมาควบคุมผลประโยชน์จากธุรกิจขนาดใหญ่ มันก็มีผลตอบโต้กลับมา เราก็มีกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะสนับสนุนกฎหมายนี้ มีการรวบรวมรายชื่อถึง ๑๓ ล้านรายชื่อ ทั่วประเทศในการที่จะสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ โดยจากทุก ๆ ฝ่าย ทุก ๆ องค์กร ทุก ๆ ภาคส่วนมีส่วนร่วมใน พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ จนเกือบสิ้นปี ๒๕๕๐ ร่างกฎหมายฉบับนี้ ก็อยู่ในขั้นที่ลูกผีลูกคนแล้วกันท่านครับ ก็คือทางฝั่งผู้ที่เสียผลประโยชน์ก็พยายามต่อรอง ทางเราก็คิดว่าอย่างน้อยเรามีกฎหมายฉบับนี้ สุดท้ายสภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนั้น ก็ให้ผ่าน แล้วก็ประกาศใช้ ท่านครับ หลังจากที่ได้ประกาศใช้แล้ว ผมคิดว่ากระทรวง สาธารณสุขและที่สำคัญที่ผมยกขึ้นมาคือกระทรวงมหาดไทย ณ เวลานั้นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยคือ ท่านชวรัตน์ ชาญวีรกูล เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็หยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นมา โดยเฉพาะเรื่องงานประเพณีซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยดูแลอยู่ ทางกระทรวงมหาดไทยดูแลเฉพาะงานกาชาด ก็ยกเอาประเด็นเรื่องงานกาชาด เพราะจัด ในสถานที่ราชการอยู่แล้วนะครับ มาเป็นนโยบายให้เป็นไปตาม พ.ร.บ. แอลกอฮอล์ หรือแม้แต่งานประเพณีที่ไม่ได้อยู่ในสถานที่ราชการแต่พื้นที่สาธารณะ อย่างเช่น ประเพณี การแข่งเรือที่จังหวัดน่าน อย่างนี้เป็นต้นนะครับ ก่อนหน้านั้นก่อนหน้าที่มี พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เราจะเห็น Sponsor จากธุรกิจแอลกอฮอล์มีป้าย ในภาพที่ผมคาดไว้ก็คือเป็นจุดที่ธุรกิจแอลกอฮอล์ใช้ Logo ของตัวเอง หรือแม้แต่ ๒ ฝั่งแม่น้ำก็มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นับได้ประมาณ ๑๔๐ แห่ง อันนี้ก่อนมีกฎหมายนะครับ ซึ่งพูดง่าย ๆ ก็คือเดินไปหา ๕ ก้าว ก็สามารถ ซื้อเบียร์ ซื้อเหล้าได้ เราก็จะเห็นเด็ก เห็นผู้หญิง เห็นการดื่มแอลกอฮอล์เต็มไปหมด อันนี้ ก็เป็นการทำงานที่จากทุก ๆ ฝ่ายนะครับ จากทางผู้ว่าราชการจังหวัด จากทางสมาคม เรือแข่ง จากหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มาแก้ไขปัญหานี้ จนเราสามารถที่จะ เปลี่ยนโดยการไม่รับ Sponsor จากธุรกิจแอลกอฮอล์ โดยใช้ พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ ช่วย สถิติของปัญหาจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็ลดลงจะเห็นภาพนี้จากโรงพยาบาลน่านนะ ครับ เก็บสำรวจในปี ๒๕๔๙ ที่เริ่มต้นด้วยการรณรงค์ แล้วพอมีกฎหมาย สถิติต่าง ๆ นี้ก็ ลดลงอย่างชัดเจนจนถึงปัจจุบันนี้ หรือแม้แต่อีกงานหนึ่งที่ยกตัวอย่าง จังหวัดสุรินทร์ งาน ช้างถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งใช้สถานที่ราชการในการจัด แล้วเมื่อมี กฎหมาย พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ก็สามารถที่จะช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ก็ไม่สามารถขาย หรือดื่มได้ในงาน
ต่อไปนะครับ มีเคสที่สำคัญในปี ๒๕๕๗ คือเคสที่เยาวชนหญิงอายุ ๑๓ ปี เท่านั้นเอง เดินทางโดยรถไฟไปทางภาคใต้ แล้วก็ประสบเหตุมีคนร้ายเป็นคนที่อยู่ บนรถไฟได้เมา โดยข่าวก็คือว่าดื่มเบียร์แล้วก็ใช้ยาบ้า ทำร้ายแล้วก็โยนน้องออกมาจาก รถไฟ เป็นข่าวสะเทือนใจของคนทั้งประเทศนะครับ นั่นคือจุดสำคัญที่เรามีประกาศ สำนักนายกรัฐมนตรีที่ว่าด้วยเรื่องของการห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แล้วก็ห้ามดื่ม แอลกอฮอล์บนสถานที่ คือบนรถไฟแล้วก็ชานชาลาก็เป็นประโยชน์ที่เราสามารถปกป้องไม่ให้ เกิดเคสแบบน้องเยาวชนคนนี้อีก เพราะว่ามี พ.ร.บ. ควบคุมนี้นะครับ
ต่อมานี่คือรายใหญ่ ก็คือกรณีที่ได้รายใหญ่ ๒ ราย ทำกิจการขายเบียร์สด โดยการกดเครื่องอนุมัติผ่านร้านสะดวกซื้อ นั่นแปลว่าอะไร แปลว่าเป็นการเข้าถึงได้โดยง่าย เด็กเยาวชนก็สามารถ และการควบคุมก็ยากขึ้นในการในการที่จะควบคุมไม่ให้เกิด การกระจายตัวของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะครับ ทางฝ่ายภาคประชาสังคมและทางรัฐบาล ก็เห็นชอบที่จะออกประกาศเพิ่มเติมขึ้นมา ผมอยากจะไปเร็ว ๆ อีกสัก ๒ ประเด็นที่สำคัญ ก็คือเรื่องของอายุ การขายให้กับเด็กอายุไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปี เราพบว่าการสำรวจโดยเอกสาร สุขภาพคนไทย ปี ๒๕๖๖ โดยส่วนใหญ่แล้วไม่พบเห็นการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับ เด็ก ๒๐ ปี ส่วนเรื่องการโฆษณา การโฆษณาทางตรงก็พบว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นนะครับ แต่เด็กเยาวชนเห็น นี่ก็เป็นตัวที่ชี้ให้เห็นจากงานวิจัย มาถึงเรื่องของแนวโน้มบ้างนะครับ มี พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วทำให้เกิดการลดผู้ดื่มได้หรือไม่นะครับ ก็คือถ้าเรา ไม่มี พ.ร.บ. แอลกอฮอล์ ปริมาณแอลกอฮอล์ต่อหัวประชากร เรียกว่าหน่วยลิตรแอลกอฮอล์ บริสุทธิ์ต่อประชากรจะเพิ่มขึ้นตามสีแดงนะครับ อาจจะไปถึง ๑๐ ลิตร แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ต่อคนต่อปี แต่มี พ.ร.บ. แอลกอฮอล์แล้วสามารถที่ช่วยยับยั้งไม่ให้เพิ่มสูงขึ้น ณ เวลานี้ ประมาณ ๗ ลิตร แอลกอฮอล์บริสุทธิ์ต่อคนต่อปีนะครับ
ประเด็นสุดท้าย คือความท้าทายในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตอนที่ เรามี พ.ร.บ. แอลกอฮอล์เดิม ช่องทางการสื่อสารเป็นสื่อโทรทัศน์ วิทยุ สิ่งพิมพ์ ณ เวลานี้ เปลี่ยนไปมีช่องทางเป็นสื่อ Digital เดิมลูกค้าส่วนใหญ่เป็นวัยผู้ใหญ่ ปัจจุบันนี้ลูกค้า เป็นผู้หญิงและเด็กมากขึ้น เดิมมีผู้ผลิต ผู้จำหน่ายรายใหญ่ แล้วก็ชุมชน ณ เวลานี้นอกจาก ผู้ผลิตรายใหญ่ ชุมชนแล้วยังมีรายย่อยและรายกลางขึ้นมาอีกด้วย สิ่งสำคัญเจตนารมณ์ ของการแก้ไขก็คือ ทำอย่างไรหัวใจสำคัญโฆษณาแฝงที่เกิดขึ้น ณ เวลานี้ จะมีการควบคุม ได้อย่างไร นี่คือความท้าทาย ตัวอย่าง จริง ๆ พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์ พ.ศ. ๒๕๕๑ สามารถที่จะโฆษณาได้ โดยการยกเว้นให้โฆษณาเชิงสร้างสรรค์สังคมปรากฏได้เฉพาะ Logo และมีข้อความคำเตือน ปรากฏจะเป็นภาพอยู่ทางซ้ายมือของพวกเราก็คือจะต้องมีข้อความ คำเตือนประกอบในการโฆษณา ดังที่ตัวอย่าง เบียร์เป็นเหตุให้ Sex เสื่อมได้ ต้องมี ไม่ว่าจะ โฆษณาอะไรก็แล้วแต่ แต่ต้องอยู่ภายใต้แนวทางที่ว่าการสร้างสรรค์สังคม แต่สิ่งที่ธุรกิจขนาดใหญ่ทำ ณ เวลานี้ก็คือสลับครับ ก็คือแทนที่จะเอาตัวหนังสือเป็นสีขาว ก็เป็นสีม่วง พื้นหลังจากสีม่วงก็เป็นสีขาว แล้วก็เอาไปติดในสินค้าอื่น ๆ เช่น น้ำ ในขนม ในเสื้อ ในโซดา เรียกว่าเป็นการโฆษณาแฝงนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น หรือแม้แต่ Promotion ใน พ.ร.บ. ควบคุมแอลกอฮอล์นั้นมีการกำหนดที่จะไม่ให้มีการลด แลก แจก แถม แต่ก็ยังมี การละเลยละเมิดอันนี้ล่าสุดที่มีการตรวจพบ ประเด็นก็คือว่าทำไม Promotion มีผลต่อ การเพิ่มการดื่ม ท่านสังเกตนะครับว่า ๓ ขวดจะมีโอกาสชิงโชคลุ้นส่วนลดไป ๒๐ บาท หรือ ๕ บาท หรือซื้อเบียร์ ๔ กระป๋องก็จะมีโอกาสได้ชิงโชคมีเงินรางวัลส่วนลดเหล่านี้ แปลว่าอะไร แปลว่าแทนที่เราตั้งใจจะไปซื้อ ๑ ขวด เราเห็น Promotion นี้เราก็ต้องซื้อ ๓ ขวด และ ๓ ขวดนั้นอย่างไรก็ต้องกิน ต้องดื่ม นี่คือสิ่งที่ Promotion มีผลมากต่อการเพิ่ม ปริมาณการดื่มและการเพิ่มยอดขายของธุรกิจ ดังนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องมีกฎหมาย ในการควบคุมนี้นะครับ หรือแม้แต่ใน Online เราก็จะเห็น Promotion Online ไม่ว่าจะ เป็นคำว่า Buffet ก็คือซื้อตั๋วเข้าไปแล้วก็ไปดื่ม เบียร์ Buffet คือดื่มไม่อั้น อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง ของการเพิ่มปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์นะครับ สิ่งที่ผมอยากจะยืนยันว่าเด็กเยาวชนมีผล มากต่อการรับรู้รับทราบการโฆษณาการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ ดังนั้นการโฆษณาและ การส่งเสริมการขายจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องปกป้อง เพราะเด็ก เยาวชน นั้นการวิจัย ด้านสมองก็ดี เอาสมองมาศึกษา ก็เห็นว่าถ้าเด็กดูกิจกรรมการตลาดของธุรกิจแอลกอฮอล์ แล้วสมองก็ตอบสนองต่อการที่จะชื่นชมแล้วก็ต้องการยอมรับ ดังนั้นก็คือสิ่งที่พวกเรากังวล ว่าแล้วถ้าเราจะแก้ไข พ.ร.บ. แอลกอฮอล์เราจะไปทิศทางไหน
มาดูอีกสไลด์สุดท้ายก็คือเรื่องของความชุกของนักดื่ม เราเห็นตัวเลขย้อนหลัง ถ้าดูที่แท่งกราฟ ปี ๒๕๕๔ ถึง ปี ๒๕๖๔ ตัวเลขที่เป็นตัวสีเขียวเข้มจะเห็นว่าตัวนั้นเป็น ผู้หญิง ผู้หญิงจาก ๑.๗ เปอร์เซ็นต์ เป็นนักดื่มหน้าใหม่ นักดื่มหน้าใหม่ความหมายก็คือว่า เมื่อไปที่สำรวจย้อนหลัง ๓ ปีเขาดื่มครั้งแรก จะเห็นว่าปี ๒๕๖๔ เพิ่มขึ้นไป ๗.๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นครั้งแรกที่นักดื่มหน้าใหม่เป็นผู้หญิงที่มากกว่าผู้ชายในปีล่าสุดในปี ๒๕๖๔ นี้ ดังนั้นนี่คือ สิ่งที่คำว่าหน้าใหม่โดยส่วนใหญ่ก็คืออายุ ๑๕-๒๔ ปีที่มีสัดส่วนของการเป็นนักดื่ม หน้าใหม่สูง นี่คือสิ่งที่พวกเราคิดว่าเราจะช่วยกันปกป้อง แล้วก็ดูแลประชาชนได้อย่างไรครับ
สุดท้ายเป็นคำสรุปคำชี้แจงของทางผมนะครับ ก็คือการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์นั้นอนาคตข้างหน้าจะเป็นรูปแบบไหนก็แล้วแต่ แต่จะต้องไม่เพิ่มจำนวนผู้ดื่ม และจะต้องลดผลกระทบที่ตามมา อันนั้นคือหัวใจสำคัญ เป็นเป้าหมาย เป็นเป้าประสงค์ของ การที่รัฐสภาแห่งนี้จะต้องรับไปพิจารณานะครับ
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรามีกฎหมายภาษีสรรพสามิต โดยทางกระทรวงการคลัง ดูแลอยู่ พูดถึงเรื่องการผลิต ซึ่ง ณ เวลานี้ก็สามารถที่จะทำได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตามครับ ถ้าผลิตแล้วจะต้องนำออกมาขายต้องผ่าน พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ครับ พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นตอนนี้มีจุดที่เราต้องช่วยกันแก้คือการโฆษณาแฝง เพราะฉะนั้นผมฝากประเด็นนี้สำหรับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะพิจารณา
ประเด็นที่ ๓ กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นจะมีประสิทธิภาพ ต้องไม่เอื้อประโยชน์ให้กับธุรกิจฝ่ายใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้เพื่อเอื้อฝ่ายหนึ่ง แล้วฝ่ายหนึ่ง ก็ได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น การแก้เอื้อฝ่ายหนึ่ง แต่ฝ่ายที่เราคิดว่าจะช่วยไม่ให้เขาขยายตัวมากขึ้น พูดตรง ๆ ก็คือรายใหญ่กลับได้ประโยชน์มากขึ้น อันนี้คือโจทย์สำคัญว่าถ้าเราใช้ทิศทางนี้ แทนที่จะช่วยลดผลกระทบ ลดจำนวนการดื่ม ไม่เพิ่มจำนวนการดื่ม เราจะได้ผลตรงข้าม สุดท้ายมาตรการที่มีประสิทธิภาพในกฎหมายฉบับนี้ก็คือเรื่องการควบคุม การเข้าถึงทาง กายภาพ ซื้อง่ายขายง่าย จำกัดสถานที่ จำกัดบุคคล อายุ วัน เวลา คือหัวใจสำคัญและ ที่สำคัญก็คือการควบคุมการโฆษณาและการส่งเสริมการขาย เป็นการควบคุมการเข้าถึงทาง จิตใจและอารมณ์ ก็เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาสำหรับสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธาน ขออนุญาตที่จะเชิญอีกท่านหนึ่งนะครับ คุณไพศาล ลิ้มสถิตย์