ณัฐพล แจงความหมายไพรด์ เสนอไทยเจ้าภาพ World Pride 2028

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖

ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล ชี้แจงที่มาและเจตนารมณ์ของงานไพรด์ที่เริ่มจากเหตุการณ์ประท้วงในสหรัฐฯ ปี 1969 สู่การเป็นสัญลักษณ์ของการเรียกร้องสิทธิและความเสมอภาคของผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลก พร้อมผลักดันให้ไทยเป็นเจ้าภาพ World Pride ปี 2028 และเน้นย้ำความจำเป็นในการผลักดันกฎหมายรองรับความหลากหลาย ไม่ใช่เพื่อเศรษฐกิจ แต่เพื่อให้ทุกคนได้รับความเท่าเทียมในสังคมอย่างแท้จริง

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ พรรคก้าวไกล ผมจะอารัมภบทให้น้อย วันนี้มีสมาชิกหลายท่านได้พูดไปถึงเรื่องของ World Pride แต่เผื่อที่ถ้าหากหลายท่านยังไม่เข้าใจว่า World Pride คืออะไร ผมขอเล่าย้อนไปที่ คำว่า Pride เทศกาล Pride Month งาน Pride ขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

สไลด์ต่อไปเลยครับ งาน Pride นะครับ Pride หมายถึงความภาคภูมิใจ งาน Pride มันเกิดจากเหตุการณ์ในปี ๑๙๖๙ ที่สหรัฐอเมริกา ในยุคนั้นก็คือเป็นยุคที่ผู้มีความหลากหลายทางเพศนี้ถูกกดขี่ มีอยู่วันหนึ่ง ก็ทางเจ้าหน้าที่รัฐเขาก็บุกทลายผับแห่งนี้นะครับ จากเหตุการณ์ครั้งนั้นก็คือมีผู้มีความหลากหลายทางเพศเริ่มออกมาประท้วงเดินขบวน จากนั้นเป็นต้นมา จากเหตุการณ์ในวันนั้นก็เกิดขบวน Pride เกิดขึ้นตามหัวเมืองต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกากระจายออกมาตามประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก สำหรับประเทศไทยเองผมหา จุดเริ่มต้นไม่ได้ว่าขบวน Pride งาน Pride มันเกิดมาตั้งแต่เมื่อไร อาจจะเกิดมาตามที่เพื่อน สมาชิกได้พูดไปก็ได้นะครับ เชียงใหม่ปี ๒๕๕๒ เราบอกไม่ได้ครับ แต่สิ่งที่เราต้องยอมรับกัน ว่าในช่วง ๓ ปีหลังมานี้งาน Pride งานที่แสดงถึงความภาคภูมิใจการแสดงถึงตัวตนของผู้มี ความหลากหลายทางเพศ การออกมาเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ มันเสียงดังขึ้นมีงาน Pride เกิดขึ้น มากขึ้นสไลด์ต่อไปเลยก็ได้ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

อันนี้เป็นรูปงาน Pride ที่เกิดขึ้น ในช่วง ๒-๓ ปีหลังมานะครับ ก็ได้รับความนิยมมีผู้มาร่วมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละปี ทีนี้ในสภาแห่งนี้มีหลายท่านพูดไปถึง World Pride ขอเล่านิดหนึ่งนะครับ ก็คืองาน Pride แบบนี้ แต่จัดโดยองค์กรที่รวบรวมกลุ่มองค์กร Pride ในแต่ละประเทศมาอีกทีหนึ่ง มีสมาชิกกว่า ๓๐๐ องค์กร ทีนี้ World Pride ก็จะจัดงานลักษณะนี้เหมือนกัน แต่เป็นงาน ที่จะเรียกร้องในระดับโลกเพื่อให้เสียงมันดังในระดับโลก World Pride จัดโดยองค์กร Inter Pride ซึ่งผมก็ได้ทราบข้อมูลมาว่า ณ ขณะนี้ประเทศไทยเราโดยภาคประชาชน โดยภาครัฐภาคเอกชนเองด้วยก็พยายามที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน World Pride ก็ถ้าดู ในสไลด์ว่า World Pride จัดครั้งแรกเมื่อปี ๒๐๐๐ ในหลายเมืองหลายประเทศทั่วโลก ครั้งล่าสุดคือที่เมืองซิดนีย์ หลายท่านอาจจะคิดว่างาน Pride มีแค่ขบวนพาเหรดหรือเปล่า จริง ๆ ไม่นะครับ ถ้าเป็นงาน World Pride ก็จะมีแผนที่ว่าในเมืองซิดนีย์มีจุดอะไรต่าง ๆ บ้าง มาทั้งโซนที่เป็นการแสดง โซนดนตรี โซนที่เป็นการเสวนาการประชุม Conference ระดับโลก ที่เรามาพูดกันถึงเรื่องสิทธิต่าง ๆ ผมโชคดี ผมได้ข้อมูลชุดนี้มาจาก TCEB ก็เป็นองค์กร ภาครัฐของเราที่ขับเคลื่อนเรื่อง Event ต่าง ๆ จาก Timeline นี้เรากำลังที่จะเสนอ ตัวเองเป็นเจ้าภาพ World Pride ในปี ๒๐๒๘ แต่เดือนเมษายนปีหน้านี้เราต้องทำการส่ง Proposal แล้วนะครับ หลายท่านอาจจะคิดว่าการผ่านสมรสเท่าเทียมในวันนี้จะเป็นการติด อาวุธให้ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพหรือเปล่า ซึ่งผมจะตอบว่าการผ่านสมรสเท่าเทียมในวันนี้ ก็อาจจะทำให้เราไม่ได้เป็นเจ้าภาพ เพราะว่า ๔ ประเทศที่ผมยกตัวอย่างมานี่คือ ๔ ประเทศ ที่เป็นคู่แข่งของเราที่พยายามจะเป็นเจ้าภาพ World Pride ปี ๒๐๒๘ ดูจากตาราง ประเทศ อาร์เจนตินา ประเทศเม็กซิโก ประเทศยูเครน แล้วก็เซาท์แอฟริกา ทั้ง ๔ ประเทศนี้มีทั้ง กฎหมายสมรสเท่าเทียม การเปลี่ยนคำนำหน้านาม การเปลี่ยนเพศในเอกสารราชการ แล้วก็ มีกฎหมายที่รับรองอัตลักษณ์ให้สิทธิต่าง ๆ ตามเพศสภาพ ส่วนประเทศไทยวันนี้สมรส เท่าเทียมเรากำลังจะมีส่วนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางเพศอีก ๒ ฉบับนั้น ณ วันนี้ยังไม่มีนะครับ แต่ว่าก็อยู่ระหว่างทางนะครับ

ทีนี้ที่ผมมาอภิปรายในวันนี้คือหลายท่านอาจจะตีความได้เช่นเดียวกันว่า ผมเอาเรื่อง World Pride มาเร่งรัดให้เราผ่านกฎหมายต่าง ๆ เพื่อที่จะเป็นเจ้าภาพ หรือเปล่า เพื่อที่เราจะสร้างเศรษฐกิจสีรุ้ง เพื่อที่เราจะดึงการท่องเที่ยวสร้างเม็ดเงิน สร้างกิจกรรมสร้างเทศกาลระดับโลกหรือเปล่า มันก็ไม่ผิดที่ท่านจะคิดแบบนั้น อย่างที่ สส. เบญจาได้พูดไปเศรษฐกิจสีรุ้งมันมาแน่ครับ แล้วก็อย่างที่ สส. พนิดาได้พูดไปเหมือนกัน เราก็ไม่ควรที่จะนำเศรษฐกิจสีรุ้งมาเป็นเครื่องมือที่จะมาผลักดันการโอบรับความหลากหลาย ในประเทศเรา ที่ผมพูดวันนี้ผมอยากให้ทุกท่านได้ฉุกคิดครับ ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาชน ภาคธุรกิจผู้มีอำนาจ สส. อย่างเราเองก็ตาม เรื่องนี้เราต้องหาจุดสมดุลมันให้ได้ เราต้อง นึกย้อนไปถึงสิ่งที่ผู้มีความหลากหลายทางเพศ ซึ่งอาจรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่ม Minority ต่าง ๆ สิ่งที่เขาเรียกร้องกันมาตลอดตามประวัติศาสตร์เกือบ ๑๐๐ ปีว่าสิ่งที่เขาต้องการมัน คืออะไรนะครับ เป้าหมายของพวกเขามันไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่มันคือเรื่องของ คนเท่ากัน ผมฝากไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ