กมลศักดิ์ ยันไม่เห็นด้วยร่างแก้ประมวลกฎหมายแพ่ง ชี้กระทบพื้นที่ใต้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ชี้แจงจุดยืนคัดค้านร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยย้ำความสำคัญของกฎหมายมรดกและครอบครัวตามประเพณีอิสลามในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ และขอให้กรรมาธิการพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อรักษาความเคารพต่อหลักศาสนาและวัฒนธรรมท้องถิ่น

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๕ ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ญัตติการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีตัวยกร่าง ๔ ฉบับวันนี้นะครับ ผมขอ เป็นส่วนหนึ่งที่จะมีส่วนร่วมในการอภิปราย แต่ฟังดูตั้งแต่ต้นผมอาจจะเป็นเสียงส่วนน้อย ของเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายก่อนหน้านี้ ยกเว้นในส่วนของ พรรคประชาชาตินะครับ ที่เราแสดงจุดยืนของพรรคและของสมาชิกเรา ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ใน พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขออนุญาตท่านประธานเท้าความเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้เข้าใจว่า จริง ๆ กฎหมายฉบับนี้จุดยืนของเรามีมาตั้งแต่พรรคประชาชาติก้าวแรกที่เราได้ เข้ามาในสภาแห่งนี้ ก็คือเมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ครั้งที่แล้ว ครั้งที่แล้วก็มี กฎหมายฉบับนี้เข้ามาเช่นกัน เป็นญัตติของพรรคก้าวไกลที่เสนอเข้ามาเมื่อชุดที่แล้ว แล้วทาง สภาได้โหวตวาระที่ ๑ ก็ผ่านในขั้นรับหลักการ แต่ในขณะนั้นผมจำได้ว่ามีเสียงที่ไม่เห็นด้วย ๑๕๐ กว่าเสียง เราพรรคประชาชาติก็คือหนึ่งในนั้น แต่ด้วยระยะเวลาของสภาชุดที่แล้ว มีการยุบสภาเสียก่อนจึงเป็นที่มา การตั้งรัฐบาลเองก็ล่าช้า เป็นเหตุให้ไม่อาจที่จะรับรอง ภายใน ๖๐ วัน จึงเป็นที่มาที่มีการเสนอร่างมาอีกครั้งหนึ่ง แต่ผู้เสนอต่างกัน รอบที่แล้ว พรรคก้าวไกลก็เสนอ คราวนี้ก็เสนอเช่นกัน แต่คราวที่แล้วรัฐบาลไม่ได้เสนอนะครับ ตัวร่าง ของรัฐบาลชุดที่แล้วไม่ได้เป็นของตัวร่างของคณะรัฐมนตรี แต่เป็นร่างของพรรคร่วมรัฐบาล แต่มาในสมัยนี้ยุคนี้นอกจากพรรคก้าวไกลเสนอแล้ว ภาคประชาชนก็เสนอเข้ามา สิ่งที่ผม ต้องอธิบายเพราะว่าให้ประชาชนที่เพิ่งรับฟัง ความเป็นมาของกฎหมายฉบับนี้ได้เข้าใจ แล้วผมจะขอความเห็นใจนะครับ เพราะฉะนั้นความแตกต่างในการเสนอเข้ามา พอมาดูใน รายละเอียดของตัวร่างก็ต่างกันบ้าง แม้จะมีหลักการและเหตุผลตรงกัน เหมือนกันกับ ชุดที่ ๒๕ แต่มีประเด็นหนึ่งก็คือร่างของรัฐบาลที่ต่างกันไม่เคยมีมาก่อน จะอย่างไรก็แล้วแต่ จุดยืนพรรคประชาติเราก็คงต้องแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเหมือนชุดที่แล้ว ก็คือเราไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ แม้ว่าจะมีข้อกฎหมายที่บัญญัติในตัวยกร่างของ คณะรัฐมนตรี มีอยู่ข้อหนึ่งครับท่านประธาน ก็คือในมาตรา ๖๖ คราวที่แล้ว ๔ ร่าง ไม่มีเลย ข้อความลักษณะอย่างนี้ก็ต้องขอบคุณ ทราบข่าวนะครับ ผมก็ติดตามเรื่องนี้มาตลอด พรรคประชาชาติเราติดตามเรื่องนี้มาตลอดว่าเมื่อกำลังจะเข้าสู่สภาเราพยายามทำอย่างไร ให้มีความเข้าใจเห็นอกเห็นใจพรรคประชาชาติ เพราะอยู่ในพื้นที่ที่มีความศรัทธาที่ต่างกัน นั่นก็คือในมาตรา ๖๖ ตัวร่างของคณะรัฐมนตรีมีการระบุข้อยกเว้นว่า ประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ที่มีการแก้ไขไม่ให้ใช้บังคับกับพื้นที่ที่มีกฎหมายมรดกและครอบครัวอยู่ก่อนแล้ว แต่ก่อนไม่มีเลยนะครับ แต่มาปีนี้มี ตอนแรกก็สบายใจอยู่บ้าง แต่มันยังไม่ครบถ้วนสำหรับ ประชาชาติ ผมลุกขึ้นมา ๑. แสดงจุดยืน แต่ดูบรรยากาศอย่างไรก็แล้วแต่ผมเชื่อว่ากฎหมาย ฉบับนี้น่าจะผ่านในวันนี้ในขั้นรับหลักการ แต่สิ่งที่เป็นห่วงอยากเสนอไปยังกรรมาธิการที่จะมี การตั้งขึ้น แล้วก็มีประเด็นคำถามที่ผู้เสนอญัตติ ไม่ว่าจะเป็นตัวแทนของฝ่ายคณะรัฐมนตรี ที่มาชี้แจง ตัวแทนภาคประชาชนที่มีการยกร่างและพรรคอื่นที่ผมไม่ได้กล่าวถึงนี้ว่าในส่วน ของมาตรา ๖๖ ที่เป็นตัวร่างของฝ่ายรัฐบาลนี้ของคณะรัฐมนตรี และผมเชื่อว่าหากผ่าน ขั้นรับหลักการในวาระที่ ๑ แล้ว เดี๋ยวเราก็ต้องมานั่งดูว่าจะใช้ร่างฉบับไหนในการพิจารณา ของกรรมาธิการ แล้วผมเชื่อว่าน่าจะเป็นร่างของคณะรัฐมนตรี สิ่งที่คงจะเป็นประเด็นคำถาม แล้วก็อยากฝากไปทางกรรมาธิการ แม้มีมาตรา ๖๖ ยกเว้น ผมถือว่าการให้ความเคารพหลัก รัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๑ นั่นคือในเรื่องของการนับถือศาสนา ความเชื่อแล้วก็หลักปฏิบัติ แล้วก็กฎหมายต้องให้สิทธิเสรีภาพ ต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของ ประชาชน นั่นหมายความว่าผู้ที่ศรัทธา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของศาสนาอิสลาม ต้องห้ามในเรื่องเหล่านี้ หากมีการระบุกฎหมายครอบครัวมรดกในมาตรา ๖๖ แล้วนี้ ผมถาม ว่าเป็นฉบับเดียวกันกับกฎหมายอิสลาม ปี ๒๔๘๙ ที่ว่าด้วยครอบครัวมรดกหรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นี้นะครับ ที่ผมถามอย่างนี้เพราะผมเกรงว่าจะไปขัดกับกฎหมายที่มีอยู่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่เฉพาะ ๓ จังหวัด สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในขณะนั้นท่านปกครอง แก้ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านเข้าใจ ในหลักปฏิบัติและให้ความเคารพกับผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามส่วนใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ จึงมีการร่างพระราชบัญญัติ พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยครอบครัวและมรดก ให้บังคับใช้กับคู่กรณีที่มีปัญหาเรื่องมรดกและครอบครัวที่ต้องขึ้นสู่ศาลให้มีดาโต๊ะยุติธรรม แล้วก็ใช้หลักกฎหมายอิสลามว่าด้วยครอบครัวมรดกในการพิจารณาคดี นั่นหมายความว่า หากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีการแก้ไขวันนี้ แล้วถ้าเกิดผ่านวาระที่ ๓ ขึ้นไป ถ้าไม่มีการระบุข้อความในทำนองลักษณะเดียวกันกับมาตรา ๖๖ แล้วนี้นะครับ ขออนุญาต อีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน เพราะว่าเป็นประเด็นสำคัญครับ หากไม่มีการระบุบัญญัติ ชัดเจนว่าในพื้นที่ที่มีประกาศใช้ครอบครัวมรดกอยู่แล้ว ระบุชัดเลยว่าเป็นพระราชบัญญัติ ปี ๒๔๘๙ มันก็จะไปขัดในพื้นที่ มันก็จะไปขัดกับกฎหมายอื่นที่มีอยู่ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธาน หลายท่านอาจจะยังไม่เข้าใจ กฎหมายมรดกและครอบครัว ปี ๒๔๘๙ สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ในขณะนั้นทำไมเขาใช้กับ ๔ จังหวัด จังหวัดยะลา จังหวัด ปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล เพราะขณะนั้นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทย นับถือศาสนาอิสลามอยู่ ๔ จังหวัดครับ อยู่ ๔ จังหวัด ภาคอื่น ๆ ยังมีส่วนน้อย เขาเกรงว่าจะเกิดปัญหาในเรื่องของการปกครองระหว่างผู้ถูกปกครองที่มีความเชื่อศรัทธา ที่ต่างกัน สมัยรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามยังให้เกียรตินะครับ ยังเข้าใจในสภาพลักษณะ ขณะนั้น แต่ในขณะนี้ ท่านประธานครับ ในพื้นที่ ๔ จังหวัดที่ผมกล่าวถึงตาม พ.ร.บ. ๒๔๘๙ นี้ การสมรสที่ชอบด้วยกฎหมายไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนที่อำเภอเลยครับ ตอนนี้นะครับ ตอนนี้ใน ๔ จังหวัดที่ผมพูดถึงตาม พ.ร.บ. ปี ๒๔๘๙ ไม่จำเป็นต้องไปที่อำเภอ โดยใช้หนังสือ สมรสที่ไปหาโต๊ะอิหม่าม ผู้นำศาสนาประจำมัสยิด แต่งงาน ออกใบสำคัญการสมรสแบบ ศาสนาอิสลามก็ใช้บังคับได้ ผมเกรงอย่างนี้ครับ ผมเกรงปัญหาในอนาคต นี่คือความเป็นห่วง วันข้างหน้า วันดีคืนดีมีพี่น้องลูกหลานที่นั่นที่นับถือศาสนาเดียวกันไปจดทะเบียนสมรส ที่อำเภอ และกลับมาหาโต๊ะอิหม่ามผู้นำศาสนาให้ออกใบสมรสตามหลักการศาสนาอิสลาม ปัญหาโต๊ะอิหม่ามจะทำตัวอย่างไรดีครับ ต้องคิดอย่างนี้ด้วยครับ นี่คือประเด็นที่เป็นห่วงและ มันก็จะเกิดความขัดแย้งในพื้นที่ ด้วยความเคารพครับ ผมเคารพกับหลาย ๆ ท่านนะครับ เราอาจจะมีความเห็นต่างกัน แต่เรามีความศรัทธาที่ต่างกันตามหลักศาสนาที่แต่ละคนนับถือ ผมเคารพครับ แต่อย่างน้อยที่สุดผมขอความเห็นใจ ความเข้าใจในตรงนี้ด้วยครับ ผมเชื่อว่า ในชั้นกรรมาธิการเราก็คงต้องถกเรื่องนี้ และผมอยากให้ครอบคลุมถึงพี่น้องอิสลาม ทั้งประเทศ เพราะว่าตอนนี้พี่น้องอิสลามทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะ ๔ จังหวัดตาม พ.ร.บ. ๒๔๘๙ แต่มันมีจำนวนมากขึ้น แล้วก็มันจะเป็นปัญหาในสังคมกับในเรื่องของความศรัทธาที่แม้จะ ต่างกัน แต่เราเคารพซึ่งกันและกัน ขอบคุณมากครับท่านประธาน