พนิดา มงคลสวัสดิ์ อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม โดยเน้นย้ำความสำคัญของการรับรองสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้มีความหลากหลายทางเพศอย่างเท่าเทียม ไม่ถูกกีดกันจากอคติ เพื่อผลักดันให้เกิดความเสมอภาคทางกฎหมายและสังคม พร้อมเรียกร้องให้สมาชิกสภาให้การสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อเปิดศักราชแห่งความเท่าเทียม
เรียนประธานที่เคารพ ดิฉัน พนิดา มงคลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ในมาตราที่ว่าด้วยสิทธิในการสมรสและสิทธิของคู่สมรสหรือที่เราเรียกกันว่า สมรสเท่าเทียม ก่อนดิฉันจะเข้าเรื่องดิฉันอยากจะเกริ่นถึงการเกิดขึ้นและมีอยู่ของกฎหมายสมรสเท่าเทียม ทั่วโลก ในปัจจุบันมีอยู่ ๓๕ ประเทศที่มีกฎหมายรับรองสิทธิการสมรสนี้ โดยประเทศแรกที่มี กฎหมายนี้คือประเทศเนเธอร์แลนด์ ผ่านร่างกฎหมายในปี ๒๕๔๔ ๒๒ ปีที่แล้วค่ะ จากนั้น ก็มีอีกหลายประเทศตามมา เช่น ประเทศไอซ์แลนด์เมื่อ ๑๓ ปีที่แล้ว ซึ่งมีคู่สมรสคู่แรกก็คือ อดีตนายกรัฐมนตรี ๘ ปีที่แล้วประเทศลักเซมเบิร์กผ่านกฎหมายโดยสภาผู้แทนราษฎร และในเวลาต่อมานายกรัฐมนตรีของประเทศในขณะนั้นก็ได้ใช้สิทธินี้ตามกฎหมายเช่นกัน ประเทศไอร์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ผ่านกฎหมายสมรส เท่าเทียมผ่านการทำประชามติของประชาชน ศาลสูงของประเทศสหรัฐอเมริกามีคำวินิจฉัยรับรองสิทธิในการสมรสของคนทุกเพศ ประเทศ ไต้หวันเป็นที่แรกในเอเชียที่มีสมรสเท่าเทียม และล่าสุดค่ะท่านประธาน ประเทศเนปาล เพิ่งผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ทีนี้มองกลับมาที่ประเทศไทยค่ะ ดิฉันไม่อาจทราบได้อย่างแน่ชัดว่าการต่อสู้ของผู้มีความหลากหลายทางเพศเพื่อทวงสิทธิ ขั้นพื้นฐานที่ถูกพรากไปนั้นเริ่มตั้งแต่เมื่อไร ปี พ.ศ. ใด แต่ดิฉันมั่นใจ ไม่ว่ายุคสมัยไหน จะ ๑๐ ปี ๒๐ ปี หรือ ๙๘ ปีที่แล้วนับตั้งแต่มีการประกาศใช้กฎหมายประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์บรรพ ๕ ในปี ๒๔๖๘ ก็คงมีผู้มีความหลากหลายทางเพศรุ่นทวดเราหลายคน ตั้งคำถามว่าทำไมกฎหมายประเทศนี้ถึงไม่รับรองสิทธิของพวกเขาเลย วันนี้ดิฉันจะพา ทุกท่านย้อนเวลากลับไปดู Timeline การต่อสู้เพื่อสมรสเท่าเทียมและการถูกกดทับของผู้มี ความหลากหลายทางเพศตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ๑๔ ปีที่แล้ว เกิดการรวมกลุ่มประท้วง คัดค้านการจัดงานพาเหรด Gay Pride ที่จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ประท้วงมีการใช้ความรุนแรงกับ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ ๑๑ ปีที่แล้วมีคู่รักเพศเดียวกันไปจดทะเบียนสมรสแต่ถูก ปฏิเสธ ถึงแม้จะครองรักกันมานานกว่า ๑๙ ปี จึงได้มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ๓ ปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๓ พรรคก้าวไกลยื่นร่างสมรสเท่าเทียมเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร และถูกบรรจุในวาระการประชุม เดือนพฤศจิกายน ๒ ปีที่แล้ว ศาลรัฐธรรมนูญอ่าน คำวินิจฉัยโดยมติเป็นเอกฉันท์ว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๘ ที่ให้ สิทธิการสมรสเพียงหญิงชายไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลธรรมนูญยกเหตุผลว่าการสมรส มีจุดมุ่งหมายเพื่อสืบเชื้อสายวงศ์ตระกูล การสมรสของชายหญิงจะเป็นไปโดยธรรมชาติ สอดคล้องตามจารีตประเพณีที่มีมาอย่างช้านาน ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติแต่อย่างใด เดือนมิถุนายนปีที่แล้วสภาผู้แทนราษฎรมีมติรับร่างสมรสเท่าเทียมของพรรคก้าวไกล ในวาระที่ ๑ แต่ร่างสมรสเท่าเทียมก็ได้ตกไปด้วยกลไกตามรัฐธรรมนูญนะคะ
สุดท้ายในวันนี้ค่ะท่านประธาน วันที่ ๑๒๘๑ หลังจากพรรคก้าวไกลนำเสนอ ร่างนี้เข้าสู่รัฐสภาครั้งแรก สมรสเท่าเทียมเข้าสู่วาระการพิจารณาอีกครั้ง พร้อมทั้งร่างฉบับ ของพรรคก้าวไกล ฉบับคณะรัฐมนตรีจากกระทรวงยุติธรรมและประชาชน ทุกท่านจะเห็นได้ ว่าเราสู้เรื่องนี้กันมาอย่างยาวนาน และท่านประธานคะ ในวันนี้ดิฉันไม่ได้พูดในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งเท่านั้น แต่ดิฉันคือเสียงเรียกร้องของผู้มีความหลากหลาย ทางเพศคนหนึ่งที่เชื่อมั่นว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้เข้าใจในหลักการและพร้อมจะปิดฉาก ศตวรรษสังคม ๒ เพศ ที่อนุญาตให้เพียงหญิงชายเท่านั้นที่สมรสกันได้ แล้วมาร่วมกันเปิด ศักราชใหม่ที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่สังคมแห่งการเชิดชูคุณค่าความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียม กันโดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องเพศมาเป็นกฎเกณฑ์ขวางกั้น วันนี้จึงไม่ได้มาเพื่อร้องขอค่ะ ท่านประธาน แต่อยากจะมาใช้โอกาสนี้ในการสื่อสารผ่านไปยังหลาย ๆ ท่านที่อาจจะยัง ไม่เห็นด้วย หรืออาจจะยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่าเห็นชอบกับหลักการนี้ไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยความคิดหรือความเชื่อ ทุกท่านค่ะ สมรสเท่าเทียมคือความเท่าเทียมที่ไม่ได้ทำให้ ท่านเสียสิทธิหรือผลประโยชน์ใด ๆ ไม่มีใครต้องเสียอะไรเลยค่ะ ท่านมีสิทธิที่จะเชื่อใน แนวคิดหรือค่านิยมของท่าน แต่ดิฉันขอโอกาสให้สังคมนี้ได้ก้าวเข้าสู่วาระแห่ง การเปลี่ยนแปลง ก้าวเข้าสู่ลู่วิ่งมีเส้นไทยคือสังคมที่ตระหนักถึงการเคารพศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน ปฏิบัติกับทุกคนโดยปราศจากอคติทางเพศและเป็นสังคม ที่ผู้มีความหลากหลายทางเพศอย่างดิฉันจะกล้าพูดอย่างภาคภูมิใจว่าดิฉันรักใคร พร้อมกับ การได้รับสิทธิทุกประการเหมือนกันกับคนทุกคู่ไม่ว่าจะเป็นเพศใด เพราะดิฉันเชื่อมั่นเป็น อย่างยิ่งว่าเราทุกคนเท่ากัน อย่างน้อยที่สุดท่านจะไม่ร่วมยินดีกับความรักของดิฉันเพียง สักนิดก็ได้ ขอเพียงไม่ขัดขวางหรือกีดกันสิทธิที่เราควรจะมีเหมือนกันเท่านั้นพอ ดิฉันเชื่อว่า หลาย ๆ ท่านในที่นี้คงจะเห็นสีสันของงาน Pride Month ผ่านตามาบ้าง สวยงามใช่ไหมคะ สังคมแห่งการโอบรับความแตกต่างหลากหลายก็สดชื่นสดใสสวยงามอย่างนั้นเช่นกันค่ะ ขอเพียงอย่าใช้มันเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจเท่านั้นเลย คืนสิทธิความเสมอภาค เท่าเทียมต่อหน้ากฎหมายเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรมให้กับพวกเราด้วย อย่าให้ผู้มี ความหลากหลายทางเพศอย่างดิฉันต้องมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ดิฉันผิดอะไร ความรักของ ดิฉันมีคุณค่าน้อยกว่าคนอื่นตรงไหน หรือเผลอไปแม้แต่สักวินาทีเดียวที่สงสัยในความเป็นตัว ของตัวเอง อย่างประวิงเวลาไปนานกว่านี้เลยค่ะ ในระหว่างที่เรากำลังรอให้กฎหมายฉบับนี้ ผ่านสภามีผู้มีความหลากหลายทางเพศหลายคนถูกลิดรอนสิทธิในการสมรสอย่างเท่าเทียม ขาดหลักประกันในการใช้ชีวิตคู่ และบางคนก็อาจจะรอนานกว่านี้ไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ ดิฉันขอรับการสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนในที่นี้โหวตเห็นชอบ ในหลักการ คืนสิทธิทุกประการที่ควรจะเป็นของคนทุกคนให้กับพวกเรา ขอบคุณค่ะ