เอกราช อุดมอำนวย อภิปรายสนับสนุนการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อให้บุคคลทุกเพศมีสิทธิจัดตั้งครอบครัวและสมรสได้อย่างเท่าเทียม โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นทางกฎหมาย สังคม และเศรษฐกิจ รวมทั้งความสอดคล้องกับพันธกรณีสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ
ท่านประธานครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนดอนเมือง พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ จากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของประเทศไทยใช้ประมวล กฎหมายนี้มาตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๔๖๘ จนวันนี้ ๙๘ ปีมาแล้วที่กลุ่ม หลากหลายทางเพศ ต้องผ่านคืนวันที่โหดร้าย ๙๘ ปีที่ไม่มีสิทธิในการจัดตั้งครอบครัวจาก บทบัญญัติเดิมบุคคลจะสมรสกันได้ก็ต่อเมื่อชายหญิงเขียนไว้แบบนี้ครับ มีอายุ ๑๗ ปี บริบูรณ์ซึ่งทำให้ บทบัญญัติเรื่องของการสมรสนี้เป็นเฉพาะชายและหญิงในทุกร่างที่เสนอ ในวันนี้ เขาเสนอแก้ง่าย ๆ เลยครับ ถ้าผู้ชมฟังแล้วก็เข้าใจเขายกกล่องเพศออก บัญญัติใหม่ เป็นการสมรสจะทำได้ก็ต่อเมื่ออายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์ในร่างของพรรคก้าวไกลหรือ ๑๗ ปี บริบูรณ์ในร่างของ ครม. ซึ่งแตกต่างกันนิดเดียว แต่หลักการที่เพื่อนทุกคนอภิปรายมานี้ก็จะ เห็นตรงกันว่าบุคคลจะสมรสกัน คำว่า สมรส คือการให้สิทธิในการจัดตั้งครอบครัวกับบุคคล นั้น ๆ การจดทะเบียนสมรสที่ชอบด้วยกฎหมายมีทั้งสิทธิ หน้าที่และศักดิ์ศรีที่พึงมีต่อกัน ในการใช้ชีวิตร่วมกัน ผู้ที่ออกกฎหมายสมัยนั้นอาศัยอะไรครับ ความเชื่อสืบต่อกันมาว่า การสมรส รักกันรับรองสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวนี้สามารถกระทำได้เฉพาะชายหญิงความ เชื่อนั้นมาจากไหน ใครเป็นคนบอก การศึกษาหรือ สังคมหรือ จารีตหรือ ต่างบอกแล้วว่าต้อง เป็นชายนะ ต้องเป็นหญิงนะ แต่แบบนั้นมันไม่ใช่ตัวเรา การจะอ้างว่าประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์สอดคล้องกับสภาพธรรมชาติและเป็นจารีตที่ทำมานานเพื่อให้อยู่กินฉันสามี ภรรยา สร้างสถาบันครอบครัวมีบุตรดำรงเผ่าพันธุ์ตามธรรมชาติ สืบทอดทรัพย์สมบัติมรดก ส่งต่อความผูกพันระหว่างพ่อ น้อง ลุง ป้า น้า อา การสมรสระหว่างผู้ที่มีความหลากหลาย ทางเพศก็สามารถสร้างความผูกพันที่ละเอียดอ่อนดังกล่าวได้เฉกเช่นเดียวกัน ไม่ต่างกันเลยครับ สิทธิในการก่อตั้งครอบครัวเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ท่านประธานครับ ประเทศไทยให้คำปฏิญาณ โดยสมัครใจกับกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน UPR ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ ว่าจะทบทวนเงื่อนไขการสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่จำกัดสิทธิการสมรส เอาไว้ ปัจจุบันหาการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้สำเร็จ แน่นอนว่าประเทศไทยก็จะเป็นที่ยอมรับ จากนานาชาติไปโดยปริยาย และถือเป็นการปฏิบัติตามคำสัญญาพันธกรณีระหว่างประเทศที่ลงนามรับรองไว้ด้วย ถ้าท่าน สมาชิกท่านใดจะกังวลถึงประเด็นสวัสดิการของรัฐว่าในกรณีที่ไม่ได้กำหนดเพศสำหรับ การสมรสไว้ อาจจะเกิด เช่น สามีเบิกค่ารักษาพยาบาลมะเร็งปากมดลูก ภรรยาเบิกค่ารักษา ต่อมลูกหมาก หรือสามีเบิกค่าทำคลอดต้องให้พิสูจน์นะครับ ทั้งสภาพเพศและมีใบรับรอง แพทย์ทุกกรณี เมื่อคำนึงถึงสัดส่วนที่พึงจะเกิดขึ้น หรือว่าจะอ้างว่าเป็นการเพิ่มภาระของรัฐ ทำให้สิทธิของสามีภรรยาที่เป็นชายหญิงจริงนี้ ซึ่งเป็นมหาชนต้องถูกตรวจสอบด้วย ฟังไม่ขึ้นครับ แล้วทำไมคนที่เป็นข้าราชการสักคนหนึ่ง ถ้าไม่ได้แต่งงานกับเพศที่ตัวเอง ไม่ได้ชอบก็หมดสิทธิในการดูแลครอบครัวเขาอย่างนั้นหรือ แบบนี้เสมอภาคตรงไหน ท่านประธานครับ ผมได้ยินเพลงหนึ่ง เขาบอกจะมีแต่เธอที่แสนดีร่วมทางตราบวันจนสิ้นใจ มันเป็นจริงได้ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ให้โอกาสพวกเขาได้สมรสกัน ได้ดูแลกันยามแก่เฒ่า ไม่ต้อง กลัวครับว่าเขาจะมาหวังประโยชน์ในสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐ มันเป็นสิทธิของเขาอยู่แล้ว จะบอกว่าประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีหรือครับ ผมยิ่งคิดว่าในประเทศไทยในขณะนี้ ประสบปัญหาอัตราการเกิดน้อยลงและก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งจะทำให้ผลผลิตแห่งชาติลดลง การเปิดให้เพศทางเลือกแต่งงานกันอย่างถูกต้องตามกฎหมาย คำว่า แต่งงาน นี้ไม่ใช่จัดงาน แต่งนะครับ เพราะไม่มีกฎหมายนี้เขาก็จัดงานแต่งกันได้ คำว่า แต่งงาน คือจดทะเบียนสมรส ที่ไปจดกันต่อหน้านายทะเบียน รัฐให้การรับรอง คือการยอมรับความแตกต่างในสังคม ย่อมดึงดูดให้คนเข้ามาอาศัยทำงานนำไปสู่การจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้น ในปี ๒๐๒๐ เขาบอกว่า ผู้ที่สมรสเพศเดียวกันสามารถกระตุ้นทางเศรษฐกิจท้องถิ่นได้ราว ๓.๘ พันล้านดอลลาร์ สหรัฐ เพราะมีจำนวนเจ้าภาพและแขกที่ต้องใช้จ่ายเกี่ยวกับงานแต่งมากขึ้น หรือ ชาวต่างชาติที่อาจจะหวังว่าเขาจะเข้ามาทำงานในประเทศไทย มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย เช่น นักการทูต เจ้าหน้าที่ก็สามารถได้รับความคุ้มครองและมีศักดิ์ศรีตามที่เคยได้รับในประเทศ ต้นทางที่มีกฎหมายความเสมอภาคในเรื่องการสมรสเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ จากบุคคลคนหนึ่ง ความรู้สึกส่วนตัวจากรักแห่งสยาม หนังที่สะท้อนฉายสังคมเมื่อ ๑๖ ปีที่แล้ว ปัญหาการยอมรับตัวตนจนมาสู่กระแสสูง วันที่๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๓ ฝ่ายนิติบัญญัติ โดยพรรคก้าวไกลเสนอร่างแก้ไขสมรสเท่าเทียมนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎร เปิดรับฟัง ความคิดเห็น มีผู้แสดงความคิดเห็นมากกว่า ๕๐,๐๐๐ คน และมีคนเข้ามารับชมร่างดังกล่าว สูงถึง ๑,๓๐๐,๐๐๐ คน นับเป็นปรากฏการณ์ที่ประชาชนต่างให้ความสนใจและกระตือรือร้น ในการแสดงความคิดเห็นเป็นอย่างมาก การสมรสเท่าเทียมในมุมมองหลาย ๆ ท่านที่เข้าใจ และยอมรับ ผมขอบคุณด้วยหัวใจที่ท่านเห็นถึงความสำคัญและเคารพในความหลากหลาย ซึ่งกันและกัน แล้วหลายท่านที่ยังไม่เปิดใจมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับ ประเทศไทย ยากที่จะยอมรับ แต่ทุกท่านครับ หลายประเทศก็พากันผ่านกฎหมายแล้ว ล่าสุดประเทศเอสโตเนียก็ยอมรับกฎหมายนี้และเขาจะบังคับใช้วันปีใหม่ปีหน้านี้ ปี ๒๕๖๗ นั่นเป็นจุดเปลี่ยนแปลงคู่ชีวิตที่จะมั่นคงขึ้น คู่สมรสที่จะอยู่กันได้อย่างสมบูรณ์ วันนี้เรามี ๔ ร่างเข้าสภาย่อมเกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในประเทศไทย ทั้งมิติสังคมและการสร้าง ครอบครัว ทำให้เกิดการยอมรับทางกฎหมาย ง่าย ๆ เลยครับ ใครบอกว่ามันคือการขยายสิทธิ ท่านต้องเข้าใจใหม่ มันคือการคืนสิทธิที่รัฐพรากเขาไป การสมรสเท่าเทียม หรือการสมรส ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับทุกบุคคลในประเทศไทย ไม่ใช่การเรียกร้องสิทธิที่ได้เหนือมากกว่าใคร เขากลุ่มนี้แค่ต้องการอะไรที่ทุกคนทำมาก่อน ให้สิทธิทุกคนเท่ากันอย่างเท่าเทียม ฝากสภา ชุดที่ ๒๖ ขอบพระคุณครับ