ซูการ์โน ค้านร่างสมรสเท่าเทียม ชี้ขัดอิสลามและรัฐธรรมนูญ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖

ซูการ์โน มะทา แถลงคัดค้านร่างแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการสมรสเท่าเทียม โดยอ้างเหตุผลจากหลักศาสนาอิสลาม รัฐธรรมนูญ และเจตจำนงของประชาชนในพื้นที่ชายแดนใต้ พร้อมแสดงความกังวลว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจขัดต่อศีลธรรม ความเชื่อทางศาสนา และกระทบต่อกฎหมายครอบครัวและมรดกของชาวมุสลิมอย่างรุนแรง หากมีการบังคับใช้ในอนาคต

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ แล้วก็เพื่อนสมาชิกจาก พรรคประชาชาติ ความจริงหลายท่านจะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับ แต่ด้วยความเคารพในเรื่องของ เวลาเพื่อให้กฎหมายนี้ได้ผ่านพวกเราสมาชิกพรรคประชาชาติบางท่านก็ได้เสียสละเวลา เพื่อให้พวกเราเหลือแค่ ๔ ท่าน อยากเรียนท่านประธานทราบนะครับ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพทุกท่านว่า วันนี้ผมมาทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน คนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามและพี่น้องประชาชนชาวมลายูจากจังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ที่ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาได้ให้ การสนับสนุนพรรคประชาชาติเป็นอย่างดีมากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ เสียง และวันนี้ผมในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาชาติ เราอยากเรียนผ่านเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติและผ่านท่านประธานถึงสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าในช่วงของการรณรงค์หาเสียง เลือกตั้งที่ผ่านมานั้นเราค่อนข้างมีนโยบายชัดเจนว่าเราไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องการสมรสเท่าเทียม และเราไม่สามารถ รับหลักการเนื่องจากเรามีเหตุผลหลายประการที่จะอภิปรายต่อไปนี้

ท่านประธานครับ เรื่องของ พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียมหรือการแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และผมเชื่อว่าวันนี้เรามี ประชากรอยู่ ๖๐ กว่าล้านคน พี่น้องประชาชนคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามนั้นเป็นพี่น้อง ประชาชนส่วนหนึ่งที่เป็นส่วนน้อย แต่ก็เป็นคนที่ยังเป็นส่วนใหญ่ในประเทศไทยอยู่เช่นกัน ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าเราจะมองผ่านไปเมื่อสัก ๒ ปีที่ผ่านมาพรรคประชาชาติ ซึ่งผมเอง ได้ลุกขึ้นมาเป็นผู้อภิปรายในเรื่อง ร่าง พ.ร.บ. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์แก้ไขเพิ่มเติมนี้ ผมก็ได้อภิปรายเมื่อสัก ๒ ปีกว่าเราไม่เห็นด้วย แล้วก็สมาชิกพรรคประชาชาติตอนนั้น ทั้งหมดก็ลงมติไม่รับหลักการและไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. นี้ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะ บอกว่าทำไมเราถึงไม่เห็นด้วยกับหลักการและไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ ที่เสนอผ่านสภาผู้แทนราษฎรนั้น เบื้องต้นผมอยากเท้าความนิดหนึ่งว่าในประเทศไทย เรามีกฎหมายสูงสุด ก็คือรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่เป็น กฎหมายใหญ่ของประเทศ แล้วในความเชื่อการนับถือหลักศาสนาอิสลามนั้นเรามีฮูก่มหรือ หลักความศรัทธาอยู่ ๖ ประการ ใน ๖ ประการนั้นสิ่งสำคัญที่สุดที่นับถือศาสนาอิสลามนั้น เราต้องศรัทธาต่อพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน พระมหาคัมภีร์ซึ่งเป็นพระมหาคัมภีร์ของ พระองค์อัลเลาะห์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เทียบเท่าหรือเป็นธรรมนูญชีวิตของพี่น้องประชาชน คนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามหรือพี่น้องประชาชนที่นับถือศาสนาอิสลามทั่วโลก ฉะนั้น ผมก็อยากเรียนว่าในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานได้กล่าวไว้ในซูเราะห์ที่ ๗ อายะห์ที่ ๘๐ และอายะห์ที่ ๘๑ ซึ่งมีความชัดเจนว่าพี่น้องที่นับถือ ที่เคร่งครัดต่อศาสนานั้นจะต้องยึดมั่น ในชีวิตคู่สมรส ถ้าจะเป็นคู่สมรสได้ก็จะต้องเป็นเพศหญิงกับเพศชายเท่านั้น เพื่อขยาย เผ่าพันธุ์ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ท่านประธานที่เคารพ สำหรับพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้น ทำไมผมถึงบอกว่ามีความสำคัญต่อพี่น้องศาสนาอิสลามที่นับถือศาสนาอิสลาม เพราะว่ามัน เป็นวัจนะ เป็นพระราชดำรัสของพระองค์อัลเลาะห์ซุบฮานะฮูวะตะอาลาที่ส่งผ่านเทวาทูต มาถึงบรรดาท่านศาสดาเพื่อมาเผยแพร่ต่อพวกเราผู้ศรัทธาทั้งหลาย ฉะนั้นในคัมภีร์ อัลกุรอานเมื่อเขาห้าม ที่ห้ามเราต้องเชื่อว่าในหลักศรัทธาข้อสุดท้ายเราต้องเชื่อใน วันกัลปาวสาน หรือวันกาลอวสาน วันสิ้นโลกวันพิพากษาต้องมีอยู่ในตรงนั้น ฉะนั้นวันนี้ เหตุผลที่ผมไม่สามารถที่จะรับหลักการและเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้น เพราะว่าผมก็มีเหตุผลความจำเป็น ที่จะต้องบอกผ่านท่านประธานว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ เรามีมาตรา ๕ ได้บอกว่า บทบัญญัติใดของรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือข้อบังคับ หรือการกระทำใด ๆ หรือขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ถือว่าบทบัญญัตินั้นกระทำการเป็นอันบังคับ ใช้มิได้ นี่มาตรา ๕ นะครับ ส่วนมาตรา ๒๕ ของรัฐธรรมนูญหลายท่านก็ได้กล่าวไว้ เรื่องสิทธิ เสรีภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทย ในการคุ้มครองเป็นการเฉพาะในรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ยังมีการกระทำใดที่พูดถึงสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนอย่างเท่าเทียม อันนี้ก็มีพูดถึง ในรัฐธรรมนูญ แต่ยังมีมาตราหนึ่งที่หลายท่านคงจะไม่ได้กล่าวถึง นั่นคือมาตรา ๓๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ บอกว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ ในการนับถือศาสนาและย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติหรือประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนา ของตน แต่ต้องไม่เป็นปรปักษ์ต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทย อันเป็นอันตรายต่อความปลอดภัย ของรัฐและไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ทั้ง ๔ ฉบับ ผมขออนุญาตพูดถึงเฉพาะฉบับที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี เพราะ ๔ ปีที่ผ่านมา ผมเคยคุยกัน ในสภาแห่งนี้และเคยขอร้องท่านอาจารย์จากพรรคก้าวไกลว่า ทำไมรัฐธรรมนูญสามารถ เขียนบทเฉพาะกาลยกเว้นมาตรา ๒๗๙ สำหรับผู้ที่ทำการปฏิวัติรัฐประหารได้ ทำไมเรา ร่างกฎหมาย ซึ่งเป็นกฎหมายเล็กกว่ารัฐธรรมนูญเราไม่สามารถที่จะบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ ไม่สามารถไปบังคับใช้กับพี่น้องคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม เพราะเหตุผลความจำเป็น ผมต้องบอกว่าต้องมีข้อพิเศษเฉพาะ บางคนก็บอกว่าการออกกฎหมายแล้วไม่บังคับใช้เฉพาะ บางคน ก็กฎหมายนั้นอาจจะใช้ไม่ได้ แต่ผมอยากบอกพี่น้องผ่านท่านประธานว่า ถ้าพี่น้อง ประชาชนคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งเขาก็อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ด้วย เขาไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นี้ เขาไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่าเขาก็อยู่ในมาตรา ๕ มาตรา ๒๕ มาตรา ๓๑ สภาผู้แทนราษฎร เราออกกฎหมายแล้วไปลิดรอนสิทธิการนับถือศาสนาของเขาหรือไม่ อันนี้ผมก็อยากตั้งเป็น ข้อสังเกต แต่สำคัญที่สุดนะครับ อยากบอกฝากผ่านท่านประธานถึงบรรดากลุ่ม LGBT หรือ กลุ่มผู้ที่มีความหลากหลายทางเพศว่า พวกผมพรรคประชาชาติไม่เคยมีความขัดแย้งใด ๆ กับกลุ่ม LGBT แล้วก็เมื่อสักครู่ผมก็ได้คุยกับตัวแทนของพรรคก้าวไกลแล้วว่า ผมมีมุมมอง จุดยืนที่ชัดเจนว่าผมยึดมั่นในหลักคำสอนของพระองค์อัลเลาะห์ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ฉะนั้น การทำหน้าที่ในฐานะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนนั้น ผมก็จะต้องทำหน้าที่ที่ต้องมีความ รับผิดชอบ ต้องมีมันมีอามานะฮุ มีคำมั่นสัญญาที่เราเคยให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชน ที่อยู่เบื้องหลังของเรา ว่าเราจะต่อสู้เรื่องนี้ถึงที่สุด แม้ว่าในการลงมติในวันนี้เราจะพ่ายแพ้ ในการลงมติ แต่ผมเชื่อว่าในโลกอาคีเราะห์เราและผู้สนับสนุนพรรคประชาชาติเป็นผู้ชนะ ในวันนั้น

ท่านประธานครับ สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผมก็ขอพูดเฉพาะของรัฐบาล มีอยู่ทั้งหมด ๖๘ มาตรา ซึ่งในรายละเอียดนั้น ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และท่านดอกเตอร์วรวิทย์ บารู ท่านอับดุลอายี สาแม็ง ก็จะมาพูดเพิ่มเติมไปนะครับ ผมอยากบอกว่าสาระสำคัญที่ผมรู้สึกไม่สบายใจ ก็คือเราไม่แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยคู่ชีวิต ที่กำหนดว่าจะต้องเป็นเพศ ชายและเพศหญิงที่คนไทยส่วนใหญ่ทั้งประเทศยึดถือปฏิบัติมาเป็นร้อย ๆ ปี แล้วเราไปออก กฎหมายตรงนี้เราไปบังคับใช้ ผมถามว่ากระทบอะไรกับพวกผมที่นับถือศาสนาอิสลาม ผมอยากเรียนผ่านท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ เราบอกว่ากฎหมายต้อง บังคับอย่างเท่าเทียม ผมถามว่าถ้ากลุ่ม LGBT ที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งไม่ได้อยู่ในความ คุ้มครองของมาตรา ๖๖ แต่พี่น้องคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามที่อยู่ในจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งไม่อยู่ในความคุ้มครองตามมาตรา ๖๖ ไปบอกว่าจะขอจดทะเบียนสมรส ระหว่างเพศชายกับเพศชาย แล้วพ่อแม่เขาไม่ให้ แล้วถามว่าเขาไปร้องต่อศาลว่าเราผู้ที่ จดทะเบียนนั้นละเว้นไม่ปฏิบัติตามมาตราก็จะกลายเป็นมาตรา ๑๕๗ และสิ่งสำคัญที่สุด พรรคประชาชาติเราตระหนักว่าเหตุผลสำคัญที่เราบอกว่า การดำเนินการของเรานั้นเรามี จุดยืนที่ชัดเจนว่าเราอยากจะบอกผ่านเพื่อนสมาชิกว่าที่เราไม่สามารถจะเห็นด้วยและรับ หลักการของกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าในพระวจนะของพระองค์อัลเลาะห์ซุบฮานะฮูวะตะอา ลาในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานนั้นได้ระบุชัดว่า คู่สมรสนั้นจะต้องเป็นเพศชายและเพศหญิง เท่านั้น เพราะหน้าที่ของคู่สมรสคือการขยายเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้เพิ่มมากขึ้น วันนี้เรามองเรื่อง ความเท่าเทียม เรามองเรื่องของสิทธิเสรีภาพ เรามองถึงเรื่องของโลกเสรี แต่เราลืมมองเรื่อง ของศีลธรรม ความรู้สึกสิ่งที่ยึดเหนี่ยวอยู่ในหัวใจของพี่น้องประชาชนผู้เคร่งต่อศาสนาที่พวก เขานับถือ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่นับถือศาสนาพุทธ ผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม หรือแม้แต่ผู้ที่นับถือ ศาสนาคริสต์ก็ตาม ผมเชื่อว่าทุกคนก็มีความยากลำบากที่จะมาลงมติในเรื่องดังกล่าวได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหลักการของศาสนาอิสลามนั้น หากเราเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๔ ฉบับนั้น สุดท้ายพวกเราทุกคนที่นับถือศาสนาอิสลามต้องกลับไปสู่พระองค์อัลเลาะห์ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา เราจะถูกพิพากษา สิ่งที่หนักที่สุดก็คือพวกเราทุกคนตระหนักว่า เราต้องการสรวงสวรรค์เพื่อโลกหน้าในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานระบุชัดในซูเราะห์ที่ ๗ อายะห์ที่ ๘๐ อายะห์ที่ ๘๑ ว่าถ้าเราเห็นด้วยตรงนี้เราอาจจะไม่ได้กลิ่นสวรรค์ อันนี้ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคนไทยที่นับถือศาสนาอิสลามก็มีความรู้สึกไม่สบายใจ แต่วันนี้ผม ก็ต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนมาอภิปรายตรงนี้

เหตุผลสำคัญอีกเหตุผลหนึ่งที่ผมอยากเรียนผ่านท่านประธานถึงเพื่อนสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับว่าสิ่งที่ผมอยากอธิบายให้เห็นชัดว่าสิ่งที่เราไม่เห็นด้วย เพราะอะไร และสำคัญที่สุดทำไมผมถึงพูดแต่ร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี เพราะในคณะรัฐมนตรีนั้น มีมาตรา ๖๖ ที่มาใช้ในจำนวน ๖๘ มาตรา ซึ่งในมาตรา ๖๖ นั้นเป็นการต่อสู้ของตัวแทน ของ ครม. หนึ่งในนั้นก็คือ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ต่อสู้ในคณะรัฐมนตรีเพื่อเพิ่มเติมว่า ในร่าง พ.ร.บ. นี้ ๖๘ มาตรานั้นได้เพิ่มไปอีก ๑ มาตราว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ไม่บังคับแก่กรณีที่มีกฎหมายกำหนดเรื่องของครอบครัวและมรดกไว้ เป็นการเฉพาะ อันนี้ถือเป็นวิวัฒนาการ พัฒนาขึ้นจาก ๔ ปีที่แล้ว เป็น ๔ ปีที่พวกเรา พรรคประชาชาติพยายามต่อสู้เพื่อให้เป็นทางออกให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยที่นับถือ ศาสนาอิสลาม แม้ว่าการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการต่อสู้ที่ได้มาเพียงเฉพาะพี่น้องที่มีกฎหมาย มรดกและครอบครัวอยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผล สุดท้ายที่ผมอยากบอกว่า ในกรณีนี้ทำไมผมถึงบอกว่าเราไม่สามารถที่จะรับหลักการตรงนี้ได้ ก็อยากยกบทความของท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ดอกเตอร์อับดุลรอนิง สือแต ซึ่งได้กล่าวว่า ศีลธรรมที่มุสลิมมองแตกต่างกับชุดจริยธรรมโลกเสรีว่าศีลธรรมเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะผิดพลาดไปมากกว่านั้นก็คือการมองเห็นความชั่วร้ายที่อิสลามพูดถึง ก็คือการละเมิด ศีลธรรม อย่างที่คนพูด ๆ กัน การฆ่าคนหนึ่งคนเท่ากับการฆ่าคนทั้งโลก การกระทำผิดซินา หรือการผิดประเวณีมันไม่ใช่มุมมองแบบศีลธรรมทั่วไป มันคือความผิดทางเพศเท่านั้น แต่มัน หมายถึงการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นเพศหญิงที่ไม่ใช่การหลับนอนกับชายและหญิงเป็น การส่วนตัว ฉะนั้นในมุมมองของความเลวไม่ใช่ศีลธรรมที่ศาสนาที่เข้าใจ แต่มันคือ การผิดพลาดในอารยธรรมของมนุษย์ ต่อเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ ท่านประธานครับ ต่อธรรมชาติ ของความดีงาม พระมหาอัลกรุอานมักเรียกว่า มะอรูฟ ซึ่งหมายถึงสิ่งที่มนุษย์รู้จักและคุ้นเคย กันดี ตามร่างคำแล้วสิ่งที่มนุษย์ไม่อาจยอมรับมันได้ตามธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ คือการปฏิเสธมัน และสุดท้ายวันนี้หลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ประเทศสิงคโปร์ หลายประเทศรณรงค์ให้ประชาชนของแต่ละประเทศเพิ่มจำนวนประชากร เพราะประชากร ลดลงนั้นในทางสังคม เหตุผลหนึ่งที่เราไม่เห็นด้วยกับร่างหลักการอันนี้ก็คือว่า มีคำพยากรณ์ ว่าอนาคตอีก ๓๐ ปีประเทศไทยจะมีประชากรเหลือเพียงแค่ ๓๓ ล้านคน และ ๓๓ ล้านคน นั้นเป็นประชากรผู้สูงอายุ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ตัวที่จะขับเคลื่อนอนาคตของประเทศไทยต่อไป เพราะว่าโดยหลักธรรมชาติ ครอบครัวก็คือต้องเป็นเพศหญิงและเพศชาย ขอบคุณมากครับ