รวี สนับสนุนร่างสมรสเท่าเทียม เน้นสิทธิมนุษยชนและครอบครัวมั่นคง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๔ · ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๖

รวี เล็กอุทัย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมโดยเน้นความสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนและความเสมอภาคทางเพศ พร้อมเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทางเพศ สิทธิในการสร้างครอบครัว และการเข้าถึงบริการสาธารณะอย่างเท่าเทียม ทั้งยังหารือถึงผลกระทบที่อาจเกิดต่อสถาบันครอบครัวและสังคม โดยย้ำถึงความจำเป็นในการคุ้มครองสิทธิปัจเจกบุคคลควบคู่กับความมั่นคงทางศาสนาและบริการสาธารณะ ก่อนสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าวบนพื้นฐานของความเชื่อในศักดิ์ศรีและความเสมอภาคของทุกคน

นายรวี เล็กอุทัย อุตรดิตถ์

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายรวี เล็กอุทัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียมเป็นการแสดงออกถึงการมีแนวคิด ที่คำนึงถึงความเท่าเทียมของประเทศไทยและสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอสนับสนุนพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ เพราะนี่เป็นเรื่องของสิทธิ มนุษยชนและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย รวมถึงผมเห็นควรในการท้าทายเกี่ยวกับ ค่านิยมและกฎหมายไปพร้อม ๆ กัน ดังนั้นผมจึงขออนุญาตเสนอประเด็นที่ต้องคำนึงถึง หลักการเพื่อนำไปพิจารณากำหนดรายละเอียดในกฎหมายต่อไปใน ๓ ประเด็นครับ ขอสไลด์ ถัดไปครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิด Presentation)

นั่นคือ ๑. ประเด็นความเท่าเทียม ๒. ประเด็น การรับรองให้ถูกกฎหมาย และ ๓. ประเด็นข้อใส่ใจที่อาจเกิดผลกระทบต่อสังคม

ประเด็นแรก คือความเท่าเทียมครับท่านประธาน โดยข้อเท็จจริงพื้นฐาน คนเราที่เกิดขึ้นมามีชีวิตเป็นบุคคลหรือมนุษย์ไม่ว่าจะในแง่ของบริบทตามธรรมชาติ หรือคลอดและอยู่รอดเป็นทารกตามข้อกฎหมาย เราทุกคนไม่สามารถที่จะเลือกได้ว่าจะเกิด มาเป็นเพศอะไร อยู่ในครอบครัวแบบไหน แต่เมื่อเกิดและมีชีวิตมาแล้วเราต่างเป็นคนที่มี ความเท่าเทียมกันและไม่ควรจะมีข้อจำกัดใดที่จะขึ้นมาว่าเราเป็นคนที่ไม่เท่ากันตามเพศสภาพ ที่มีเพียงชายและหญิง ดังนั้นบุคคลไม่ว่าจะเพศใดควรจะมีสิทธิที่จะเลือกใช้ชีวิต ตามวิถีที่แต่ละคนปรารถนา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิในการสมรสเพื่อมีชีวิตครอบครัวและ การมีคนดูแลเป็นคู่ชีวิตร่วมกัน ซึ่งเพศกำเนิดไม่ควรถูกนำมาเป็นข้อจำกัดทางกฎหมาย ที่สร้างความเหลื่อมล้ำในสังคมขึ้นมา ซึ่งผมดีใจที่เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มี การคำนึงและให้ความสำคัญต่อบริบทดังกล่าวอย่างมาก และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เพื่อนสมาชิกทุกท่านในที่ประชุมแห่งนี้จะให้การสนับสนุนและช่วยกันพิจารณาถึงความก้าวหน้า ในทางสิทธิเสรีภาพและประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อสังคมไทย ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะให้ การรับรองบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ เช่น การมีพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พุทธศักราช ๒๕๕๘ เพื่อไม่ให้เกิดการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลทางเพศ แต่ประเทศไทยควร จะต้องมีกฎหมายที่เป็นรูปธรรมที่สอดคล้องตามพันธสัญญาที่เราได้ให้ไว้กับนานาอารยประเทศ ตามหลักการของสิทธิมนุษยชนด้วยครับ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะมีส่วนสำคัญที่เราจะสามารถ ทำให้เกิดผลขึ้นจริงได้ แล้วจะก่อให้เกิดผลดีต่อความเชื่อมั่นที่แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ของประเทศไทยที่เคารพต่อหลักสิทธิมนุษยชน

ประเด็นถัดมา คือประเด็นการรับรองให้ถูกกฎหมาย ในประเด็นแรกที่ผม ได้อภิปรายวางกรอบเริ่มจากบุคคลที่ไม่ว่าจะเกิดมีเพศสภาพแบบใดก็สามารถที่จะสมรส และมีชีวิตคู่ร่วมกันได้ อันเป็นสิทธิที่บุคคลพึงได้รับการรับรองจากรัฐ หลังจากที่มีสิทธินี้ ขึ้นมาแล้ว กฎหมายพึงจะต้องทำให้สอดคล้องกับจุดเริ่มต้นด้วย เช่น การปรับเปลี่ยนคำที่มี นัยในทางกฎหมายให้มีความสอดคล้องกัน แต่ผมเห็นด้วยที่จะต้องมีคำที่ระบุเพศ ในบางบริบท เช่นเพื่อให้พิสูจน์ทราบได้ในทางอัตลักษณ์กำเนิด ซึ่งย่อมมีผลต่อความสะดวก ในการจัดทำบริการสาธารณะต่าง ๆ ที่รัฐพึงจะจัดให้ หรือการพิสูจน์ทราบอัตลักษณ์ของ บุคคลที่มีผลในแง่ของความมั่นคง นอกจากการมีสิทธิในการสมรสแล้วกฎหมายฉบับนี้ ยังได้กำหนดหน้าที่ที่คู่สมรสต้องมีเช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ขอชื่นชมว่าคณะผู้ร่างได้พยายามคิด มาอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของการหมั้น เหตุแห่งการฟ้องหย่า การถือครองทรัพย์สิน การพิสูจน์สิทธิในตัวบุตร อย่างไรก็ตามครับ สภาแห่งนี้จะได้มีส่วนสำคัญในการมีส่วนร่วม พิจารณาให้เกิดความรอบคอบมากยิ่งขึ้น

ประเด็นสุดท้าย คือข้อใส่ใจที่กฎหมายฉบับนี้อาจส่งผลกระทบต่อสังคม แม้ว่าจุดเริ่มต้นจะเป็นจุดที่สวยงามทั้งในเชิงหลักการและความปรารถนาที่จะทำให้ประเทศไทย เป็นสังคมที่มีความเท่าเทียม แต่ในทางปฏิบัติการใช้ชีวิตร่วมกันของบุคคลในครอบครัวจะมี แต่ความสุขสงบนั้นคงเป็นไปไม่ได้ ความรักและความสัมพันธ์ที่มีลักษณะเฉพาะในครอบครัว นั้น ๆ ย่อมมีทั้งทุกข์และสุขครับ ซึ่งรัฐควรจะต้องให้ความรับรองโดยพื้นฐานของกฎหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียต่อปัจเจกบุคคล ตลอดรวมไปถึงความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้นต่อบุตร ในบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป รวมถึงการจัดทำบริการสาธารณะ เช่น ในมิติของการศึกษา ที่จะต้องก่อร่างสร้างฐานความเข้าใจชุดใหม่ที่จะทำให้สังคมสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเคารพ สิทธิซึ่งกันและกัน ในส่วนที่มีความสอดคล้องไปกับประเด็นสมรสเท่าเทียมนี้ภายใต้ของ กฎหมายอื่น ๆ โดยเฉพาะความมั่นคงและความเชื่อทางศาสนา เราอาจจะต้องให้ความสนใจ และใส่ใจในการร่วมกันพิจารณาเพื่อให้กฎหมายเมื่อมีผลบังคับใช้แล้วสามารถปฏิบัติได้ โดยมีผลกระทบน้อยที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน

สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสมรส เท่าเทียมฉบับนี้บนฐานที่เชื่อว่าคนเรามีความเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเกิดมาในเพศอะไรก็ตาม ตามธรรมชาติ ทุกคนควรมีสิทธิที่จะเลือกใช้ชีวิตสมรส สร้างครอบครัวกับบุคคลที่รัก โดยมี กฎหมายที่เป็นธรรมให้การรับรอง ซึ่งขณะเดียวกันจะต้องมีหน้าที่ที่พึงร่วมกันรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเองและสังคมด้วย ขอบพระคุณครับ