มนพร เจริญศรี ชี้แจงความคืบหน้าโครงการขยายถนน 4 ช่องจราจรในจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะทางหลวงสาย 2116 ที่ต้องดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเนื่องจากผ่านพื้นที่โบราณสถาน พร้อมเร่งรัดแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานร่วมกับโครงการรถไฟรางคู่สายบ้านไผ่-ขอนแก่น-นครพนม และการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อที่เกี่ยวข้อง พร้อมระบุงบประมาณและกำหนดแล้วเสร็จในปี 2571 โดยเน้นการบูรณาการระบบคมนาคมอย่างเป็นระบบในพื้นที่
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ดิฉันได้รับมอบหมายในการมาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกจาก ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมค่ะ เนื่องจากวันนี้ท่านสุริยะติดประชุมเรื่องของการติดตาม นโยบายและการพิจารณากรอบงบประมาณ ในวันนี้ต้องขอถือโอกาสขอบพระคุณ ท่านสมาชิกที่ท่านได้ให้ความใส่ใจ สนใจต่อปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพค่ะ ปัญหาของพี่น้องประชาชนมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของถนน หนทาง เรื่องของการก่อสร้างสนามบิน เรื่องของปัญหาน้ำกิน น้ำแล้ง น้ำใช้ ฉันขอ ชื่นชมท่านสมาชิกว่าท่านได้ตั้งใจทำหน้าที่ตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วก็อยากจะให้เป็นต้นแบบเป็นตัวอย่างให้กับสมาชิกท่านอื่น ๆ ว่าเวทีของสภา ผู้แทนราษฎรเป็นเวทีที่เป็นเงาสะท้อนประชาชน เราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ท่านก็ มีคำถามมากมายค่ะ คำถามของท่านสมาชิกดิฉันขอขมวดตอบเช่นเดียวกัน เนื่องจาก ท่านสมาชิกรวบคำถามเป็นเพียงคำถามเดียว ฉันขอขึ้นสไลด์ในภาพของเส้นทางทางหลวง สาย ๒๑๑๖ ซึ่งเป็นสี่แยกยางตลาดไปจนถึงดอนตาลมีจุดเริ่มต้นที่อำเภอยางตลาด จังหวัด กาฬสินธุ์จะผ่านไปจากจังหวัดร้อยเอ็ดจะยาวไปถึงจังหวัดยโสธร แล้วก็ไปสิ้นสุดที่อำเภอ ดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร มีระยะทางทั้งสิ้น ๑๙๑.๕ กิโลเมตร โดยกรมทางหลวง ได้จัดลำดับทางหลวงเส้นดังกล่าวเป็นทางหลวง ชั้นที่ ๓ ซึ่งสักครู่ที่ฉันตอบกระทู้ของ ท่านสมาชิกไปเขาเรียกว่าทางหลวง ชั้นที่ ๔ ก็คือระหว่างอำเภอต่ออำเภอ แต่นี่คือเป็น เส้นทางที่มีขนาดยาวผ่านหลายจังหวัด เราจึงเรียกทางหลวงเส้นนี้ว่าเป็นทางหลวง ชั้นที่ ๓ นั่นหมายถึงเป็นทางหลวงที่เชื่อมระหว่างจังหวัดกับจังหวัด ซึ่งเป็นทางหลวงขนาดใหญ่ แต่มีเพียง ๒ ช่องจราจรเท่านั้น โดยมีการปรับปรุงช่วงที่ผ่านมาย่านชุมชนเป็น ๔ ช่องจราจร เป็นช่วง ๆ โดยช่วงแรกจะเป็นช่วงของยางตลาดไปจนถึงสี่แยกหนองแปน จากตำบล ยางตลาด อำเภอยางตลาดไปที่หนองแปน ตำบลกมลาไสย ตรงนี้จะมีระยะทาง ๒๑.๙ กิโลเมตร เป็นทางหลวงที่มี ๔ ช่องจราจรผิวลาดยาง Asphaltic Concrete แล้ว ๖.๙๐ กิโลเมตรดังท่านสมาชิกเห็นในภาพ ต่อมาเส้นทางดังกล่าวบางช่วงยังคงเป็น ๒ ช่องจราจร แล้วก็ไม่มีเกาะกลางซึ่งแบ่งพื้นผิวจราจรอยู่ในระยะทาง ๑๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็น ถนนที่สามารถรองรับการจราจรได้ระดับหนึ่ง นอกจากมีการก่อสร้างทางแล้วสิ่งสำคัญ นั่นก็คือความปลอดภัยต่อผู้ใช้รถใช้ถนน ระยะทางทั้งหมดของหมายเลข ๑๒ นั้น ที่ท่าน สมาชิกได้ถามยังเป็นเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจสายตะวันออกเชื่อมต่อไปยังตะวันตก หรือ East-West Economic Corridor และเป็นเส้นทางหลวงสายหลัก ลำดับที่ ๑ นี้ หมายถึงว่าเป็นเส้นทางหลวงที่เชื่อมโยงระหว่างประเทศเป็นสายทางหลักที่รองรับ การเดินทาง ซึ่งถนนสายนี้จะไปเชื่อมโยงกับเส้นทางสายหลัก อย่างไรก็ตามท่านประธาน ที่เคารพว่าการดำเนินการก่อสร้างเส้นทางหลวงเส้นสายที่ ๒๑๑๖ ยังเป็นทางหลวงของ ๔ ช่องจราจร เราเองยังจำเป็นจะต้องศึกษาและรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือทำ EIA เสียก่อน เนื่องจากทางดังกล่าวเป็นเส้นทางที่มีแหล่งโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนแล้ว นั่นก็คือสถานที่ใบเสมาบ้านหนองแปน ขอสไลด์สถานที่ด้วยค่ะ ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดหนองแปน ตำบลหนองแปน อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นใบเสมาหินทรายที่มีภาพของ การสลักชาดก แล้วก็พุทธประวัติของพระพุทธเจ้าเป็นจำนวนมาก แล้วก็มีการขุดพบเจอ ที่บริเวณหมู่บ้านหนองแปน ซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองคูกำแพงเมืองฟ้าแดดสูงยางอำเภอทาง ทิศตะวันตกเฉียงใต้ห่างออกมาอีกประมาณ ๓.๕๐ กิโลเมตร แล้วก็สถานที่ดังกล่าวเป็นแหล่ง โบราณสถานที่มีการขึ้นทะเบียนไว้แล้ว ก็จะเห็นว่านี่คือปัญหาและอุปสรรคเช่นเดียวกัน ถ้าเราได้มีการศึกษา EIA แล้วก็มีความเหมาะสมทั้งพี่น้องประชาชนทั้งกฎหมายที่เปิดโอกาส ให้เราได้ดำเนินการก่อสร้าง อุปสรรคเหล่านี้เราก็จะต้องแก้ด้วยกฎหมายก็จะนำเรียนถึง ความคืบหน้าหลังจากเราทำ EIA เสร็จเรียบร้อยแล้วท่านสมาชิกค่ะ
ต่อมาท่านสมาชิกถาม เรื่องของว่ากระทรวงคมนาคมมีแผนรองรับการเชื่อม ถนนสายรองและเส้นทางหลวงสาย ๒๑๑๖ ให้สอดคล้องกับระบบการขนส่งในอนาคต หรือไม่ ก็ขออนุญาตตอบแล้วก็ขยายความถึงความคืบหน้าของโครงการเส้นทางดังกล่าว ต่อท่านประธานต่อไปยังท่านสมาชิกว่าขณะนี้จังหวัดกาฬสินธุ์ แล้วก็เส้นทางดังกล่าวเรามี โครงการก่อสร้างรถไฟรางคู่แนวใหม่เริ่มจากสายบ้านไผ่-ขอนแก่น-นครพนม ซึ่งเป็นหนึ่ง ในโครงการพัฒนาระบบขนส่งทางรางที่สำคัญของกระทรวงคมนาคม ซึ่งปัจจุบันโครงการ ดังกล่าวได้ดำเนินการก่อสร้างโดยมีระยะทางทั้งสิ้น ๓๕๕ กิโลเมตร มีสถานีย่อยแต่ละสถานี ทั้งสิ้น ๑๘ แห่ง มีลานจอดตู้สินค้าจำนวน ๓ แห่ง โดยแบ่งโครงการก่อสร้างเป็น ๒ ช่วง คือ
ช่วงที่ ๑ ช่วงบ้านไผ่ถึงอำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งในโครงการ ช่วงแรกจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๒๗,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีแผนงานก่อสร้างแล้วเสร็จตอนนี้ ประมาณ ๒.๓๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพิ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างก็จะเป็นความหวังแล้วก็เป็น เส้นทางรองรับในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบขนส่งทางบก แล้วก็ระบบรางที่ท่านสมาชิก ได้มีความห่วงใย
ช่วงที่ ๒ จะเป็นช่วงของโพนทองไปยังจังหวัดร้อยเอ็ดจะยาวไปถึงสะพาน มิตรภาพ แล้วก็แห่งที่ ๓ ของจังหวัดนครพนมจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๒๘,๓๐๐ ล้านบาท ขณะนี้มีผลงาน แล้วก็เริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วซึ่งถ้าโครงการ ๒ โครงการนี้ ๒ ช่วงนี้ แล้วเสร็จก็พร้อมที่จะเปิดบริการให้พี่น้องประชาชนในปี ๒๕๗๑ ซึ่งท่านสมาชิกก็สามารถ เดินทางไปเยือนนครพนมได้โดยใช้ทางรถไฟสายบ้านไผ่-ขอนแก่น
คำตอบต่อมาที่ท่านสมาชิกได้ถาม ฉันก็จะพูดถึงเรื่องของว่าขณะนี้ กรมทางหลวงอยู่ในระหว่างการจ้างที่ปรึกษา ศึกษาถึงความเหมาะสมว่าการพัฒนา ระบบเครือข่ายของกระทรวงคมนาคมที่จะต้องเชื่อมต่อกับรถไฟทางคู่แนวใหม่ สายบ้านไผ่-ขอนแก่น จะช่วยสนับสนุนระบบคมนาคมขนส่งทางรางสายใหม่ ซึ่งเราเรียกว่า สายบ้านไผ่-นครพนม ส่วนทางหลวงหมายเลข ๒๑๑๖ กับสายอื่น ๆ ซึ่งเป็นถนนสายรอง ก็จะควบคู่ไปกับเส้นทางของรถไฟเส้นทางใหม่นี้ เขาเรียกว่าถนนทางคู่ที่อยู่ระหว่างมีราง รถไฟแล้วก็มีถนนควบคู่กันไป กระทรวงคมนาคมเมื่อได้ศึกษาเส้นทางดังกล่าวเราก็จะเร่งรัด ดำเนินการก่อสร้าง ที่ขออนุญาตพูดถึงเส้นทางรถไฟ เพราะว่าท่านสมาชิกจะได้เห็นภาพว่า เมื่อมีทางรถไฟมา ถนนเส้นนี้ก็จะได้รีบเริ่มทำการก่อสร้าง
นอกจากนั้นท่านสมาชิกมีคำถามในคำถามที่ ๓ ประเด็นที่ดิฉันจะตอบคือ ประเด็นของคำถามที่ ๓ รวบกันว่า การจัดสรรงบประมาณหลังจากเรามีการสำรวจออกแบบ EIA แล้ว ในงบประมาณปี ๒๕๖๘ กรมทางหลวงกับจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างที่ดิฉันได้ตอบ คำถามท่านสมาชิกสักครู่เรื่องอีกเส้นทางหนึ่ง แต่ในเส้นทางดังกล่าวก็จะขอตอบยาวไปถึง ปี ๒๕๖๘ ว่ากรมทางหลวงร่วมกับจังหวัดกาฬสินธุ์ก็ได้ทำการเสนอแผนงบประมาณ โดยใช้งบของกลุ่มพัฒนาจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนที่เราเรียกว่า ร้อยแก่นสารสินธุ์ ร่วมกับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัดในการขยายช่องจราจรจาก ๒ ช่องจราจรให้เป็น ๔ ช่องจราจรในบริเวณที่ตำบลยางตลาดถึงตำบลหัวงัว อำเภอยางตลาด ระยะทางอีก ๒.๑๙ กิโลเมตร ในวงเงิน ๕๐ ล้านบาท นอกจากนั้นในช่วงที่เป็น ๒ ช่องจราจร กระทรวง คมนาคมโดยกรมทางหลวงก็จะเร่งรัดในการจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๘ เมื่อขณะนี้อยู่ใน ระหว่างการทำแผนงบประมาณปี ๒๕๖๘ ไปควบคู่กันก็ขอให้ท่านสมาชิกได้รวบรวมปัญหา เส้นทางพี่น้องประชาชนที่ต้องใช้สัญจรไปมาลำบาก แล้วก็ขอเสนอแผนไปยังกรมทางหลวง ชนบทหรือว่าเสนอแผนไปยังทางหลวงชนบทจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ท่านอยู่ในพื้นที่ ท่านประธานที่เคารพค่ะทุกปัญหาของกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะการใช้เส้นทางทางหลวง การใช้เส้นทางของกรมทางหลวงชนบททั้ง ๒ หน่วยงานก็ตาม กรมทางหลวงชนบทเอง ซึ่งไม่ได้มาตอบในกระทู้นี้ แต่ว่าท่านก็ได้ฝากมาว่าอะไรที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ๒ หน่วยงาน แล้วก็หน่วยงานทุกหน่วยงานในกระทรวงคมนาคมเราจะ ทำงานควบคู่กัน แล้วก็พัฒนาความเจริญให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้ตั้งกระทู้ถาม ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ ขอบพระคุณค่ะ