อนุชา นาคาศัย หารือปัญหาความยากจนของเกษตรกรไทย โดยเน้นว่าแม้ข้าวจะเป็นสินค้าหลักที่สร้างรายได้และ GDP ให้ประเทศ แต่เกษตรกรยังคงอยู่ในภาวะหนี้สินและขาดกำลังซื้อ จึงเสนอแนวทางเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิตจากการทำนาเต็มพื้นที่มาเป็นการแบ่งพื้นที่เพื่อทำเกษตรหลากหลายและสร้างรายได้เสริม เพื่อผลักดันให้เกษตรกรหลุดพ้นจากวงจรความยากจนและสร้างเศรษฐกิจการเกษตรใหม่ที่ยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์นะครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธาน กราบขอบคุณท่านภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย สิ่งที่ท่าน ถามนั้นนับว่าเป็นความสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับประเทศของเรา ประเทศของเราชาติพันธุ์ ของเราคือเกษตรกร พระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ ๗ บอกว่าคนไทยส่วนใหญ่มีอาชีพ เกษตรกร เพราะฉะนั้นอาชีพเกษตรกรเราต้องบอกว่ามีตั้งแต่บรรพบุรุษ เรื่องนี้ถ้าพูดกันคง พูดกันยาวมากกับท่าน สส. เดี๋ยวเราคงต้องมาร่วมกันทำในสิ่งที่สำคัญของประเทศ เรามีอาชีพเกษตรกร โดยเฉพาะนาข้าวบ้านผมที่จังหวัดชัยนาท เพาะปลูกข้าวเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คนบ้านผมพึ่งข้าวเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย แทบไม่มีอย่างอื่นเลย เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวดของคนไทย ข้าวคือปัญหาหลักของประเทศ ของเรา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อยู่มา ๑๐๐ กว่าปี พี่น้องชาวไร่ชาวนาก็ยังอยู่ ในภาวะที่เป็นอย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านพูดมาว่า ชาวนายังลำบากยัง เป็นหนี้เป็นสิน ผ่านมากี่ยุคกี่รัฐบาล กี่องค์กร หลาย ๆ อย่าง พวกเราอยากเห็นพี่น้องชาวไร่ ชาวนาลืมตาอ้าปากได้มาเป็น ๑๐๐ กว่าปี เพราะฉะนั้นถ้าเรายังเป็นแบบเดิม คิดแบบเดิม อีก ๑๐๐ กว่าปีข้างหน้าเราคงพยากรณ์ได้ถึงอนาคตของพี่น้องชาวไร่ชาวนาของเรา เฉกเช่นเดียวกัน ผมคิดว่าทุกท่านในที่นี้คงคิดเหมือนกัน อีก ๑๐๐ กว่าปีข้างหน้าชาวไร่ ชาวนาของเราจะเป็นอย่างไรข้าวของเราผลิตได้ ๒๐ ล้านตันข้าวสาร ประมาณ ๓๐ ล้านตัน ข้าวเปลือก ตลาดของประเทศของเราบริโภคภายในประเทศ ๑๐ ล้านต้น ส่งออก ๑๐ ล้านตัน ข้าวทั้งโลกมีอยู่ ๔๐๐ กว่าล้านตัน แต่มีการซื้อขายกันเพียงแค่ ๓๐-๔๐ ล้านตัน ในโลกใบนี้ เรากินส่วนแบ่งตลาดไปแล้ว ๑๐ ล้านตัน เพราะฉะนั้นราคาข้าวขึ้นอยู่กับตลาดโลกใบนี้ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ข้าวเป็นสินค้าตัวประกัน ข้าวนี้เป็นสินค้าตัวประกัน ข้าวแพงคนกินบ่น เวลาค่าครองชีพแพงกระทรวงพาณิชย์พยายามกดราคา ไข่แพงก็บ่น อะไรแพงก็บ่น เพราะฉะนั้นเกี่ยวกับอาชีพเกษตรกรทั้งนั้นเลย เกษตรกรไทยไม่เคยหลุดพ้นเลยครับ เพราะยังอยู่กับสินค้าตัวประกันอยู่ เราเคยคิดนะครับ กระทรวงเกษตรกรและสหกรณ์คิดว่า ทำอย่างไรถึงจะให้พี่น้องมีกำไรมากขึ้น ไม่ว่าทฤษฎีใหม่ นวัตกรรมใหม่ หลาย ๆ อย่างผ่าน กระบวนการ มีการที่รัฐบาลได้ส่งเสริมโดยการ เขาเรียกว่า Subsidize ไม่ว่าจะเป็นโครงการ รับจำนำที่มีมาหลายยุค ไม่ว่าจะเป็นโครงการประกันราคาข้าวที่มีมาหลายยุค สุดท้าย บทสรุป สิ่งที่เราเห็นอยู่ก็ยังเป็นเฉกเช่นปกติว่าพี่น้องชาวไร่ชาวนาไม่หลุดพ้น ผมอยากให้ เห็น GDP ข้าวของเราครับ ข้าวของเรา ๒๐ ล้านตัน ขายทุกเมล็ด เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ใช้กับคนจำนวนมากของประเทศ เป็นกำลังซื้อหลักของประเทศ ผมอยากให้พี่น้องชาวไร่ ชาวนามีเงินครับ จะได้ผลิตเงินบาทแรกของประเทศ มาเป็นกำลังซื้อให้ลูกหลานไทยที่อยาก ค้าขายแล้วอยากเจริญเติบโต เพราะเขาขาดกำลังซื้อครับ เพราะชาวไร่ชาวนาไม่มีเงินครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งที่เกิดขึ้นในแผ่นดินเรา เราต้องยอมรับว่าสิ่งเราขายข้าวทั้งประเทศ ๒๐ ล้านตัน คือ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้เราเป็นเทวดาเพิ่ม GDP ข้าวอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ได้แค่ ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่พอประทังชีวิตพี่น้องชาวไร่ชาวนาหรอก ไม่มีทางครับ เราต้องช่วยกันคิดใหม่และทำใหม่ครับ ผมบอกนโยบายให้กรมการข้าวว่าให้ผลิตข้าวให้ได้ เพิ่มอีก ๑ เท่า ทำพันธุ์ข้าวให้เพิ่มอีกเท่าหนึ่ง เพื่ออะไรครับ เพื่อเราจะได้แบ่งพื้นที่นา ส่วนหนึ่งทำการเกษตร สมมุติ ๑๐ ไร่ ทำนาข้าว ๕ ไร่ ก็ได้ผลผลิตเท่าเดิม เพราะผมบอกว่า ท่านทำพันธุ์ข้าวชนิดที่ดีเพิ่มขึ้นอีก ๑ เท่า เท่ากับอะไรครับ เรามีข้าวอยู่ ๒๐ ล้านตัน จะกลายเป็น ๔๐ ล้านตัน โลกใบนี้ต้องการข้าวเพียงแค่ ๔๐ ล้านตันเท่านั้นเอง ในการส่งออก แล้วจะไปขายให้ใครครับ ขายให้ใครครับ ฟังดูเหมือนดีฟังดูเหมือนเท่ ผลิตข้าวอีก ๑ เท่า แต่ กลายเป็น ๔๐ ล้านตัน นั่นคือปัญหาใหญ่ที่มันเป็นวัวพันหลัก เพราะฉะนั้นเราบอกว่าเราจะ ผลิตข้าวเพิ่มอีกเท่าหนึ่ง เอาล่ะมีที่ ๑๐ ไร่ แบ่งที่ครึ่งหนึ่ง ๕ ไร่ ผลิตข้าวได้เท่าเดิม ถูกไหมครับ ได้เท่าเดิม แต่อีก ๕ ไร่เอามาผลิตสินค้าอย่างอื่นเพื่อให้เขามีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะอะไรครับ เพราะว่าถ้าหากเรายังติดกับดักเดิม ๆ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมใหม่ ทฤษฎีใหม่อะไรต่าง ๆ เราผ่านมาเป็น ๑๐๐ ปี ถ้าเรายังพูดคำเพราะ คำหวาน ชาวนาของ เราก็ยังมองเห็นอนาคตเหมือนเดิมคือเป็นหนี้เป็นสิน เพราะฉะนั้นอีก ๕ ไร่ที่เพิ่มเราจะทำ อะไรเพื่อให้เขาหลุดพ้นจากหนี้สินและความยากจน เช่น พืชหลังนา ทำปศุสัตว์ ทำประมง ทำสัตว์น้ำขายหรือทำแมลงขายเหล่านี้ เป็นต้น อะไรที่เราต้องมาช่วยกันคิด ว่าอะไรที่จะ สร้างเศรษฐกิจตัวใหม่ให้กับพี่น้องชาวไร่ชาวนาเพื่อให้เขาลืมตาอ้าปากได้จริง ๆ เพื่อให้เขา หลุดพ้นจริง ๆ เพื่อให้ลูกหลานเราที่ไม่เคยกลับไปอยู่บ้าน มองไม่เห็นอนาคตกับไร่กับนา ได้กลับไปอยู่บ้านเพื่อมีอนาคตที่เขาจะรวยขึ้นได้ ลูกหลานไทยไม่มีอนาคตครับ ลูกหลานไทย ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นอะไรครับ คนกินเงินเดือนกับแรงงาน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของลูกหลานไทย นะครับ เราจะปล่อยให้ลูกหลานไทยเป็นอย่างนั้นหรือเคยมีคนอยู่คนหนึ่งพูดจะนำลูกหลาน กลับไปสู่ชนบท จะไปสร้างนิคมอุตสาหกรรมในชนบท ผมถามครับไปสร้างนิคมเอาลูกหลาน ไทยไปเป็นอะไรครับ ก็กลับไปเป็นแรงงานในบ้านตัวเองได้เท่านั้นหรือครับ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นวิถีชีวิตชาติพันธุ์ของเราเกษตร เราต้องใช้เกษตรของเราให้เกิดประโยชน์ ผมเห็น ด้วยกับท่าน สส. ผมสะท้อนใจจากท่าน สส. ท่าน สส. ทรงคุณค่ามากครับสิ่งที่ท่านถามนี้ สิ่งที่เราจะแก้ปัญหาพี่น้องเกษตรกรคือเรื่องสำคัญของพวกเราที่เป็นผู้แทนราษฎร ผมก็เป็น ผู้แทนราษฎรที่อยากแก้ปัญหานี้ของประเทศที่ผ่านมา ๑๐๐ ปี เราจะแก้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ ผมอยากสะท้อนถึงท่านประธาน ถึงท่านสมาชิก ถึงท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแผ่นดินผืนนี้ว่า เงินจากไร่จากนา คือเงินบาทแรกของแผ่นดินที่มีความสำคัญมาก ถ้าท่านไม่มีเงินตรงนี้ อย่าหวังว่าประเทศนี้จะมีความสุข ท่านอย่าฝันเลยครับประเทศนี้จะมีความสุข ไม่มีทางครับ ให้ GDP โตขนาดไหนก็ช่าง ถามคนบ้านท่าน คนบ้านผม ใช้เงินจากการท่องเที่ยวไหมครับ มีนักท่องเที่ยวไปซื้อของในบ้านท่านไหมครับ แต่เป็น GDP ตัวใหญ่ครับ มีภาคอุตสาหกรรม ไปซื้อของในบ้านท่านไหมครับ ไม่มีครับ เป็นอย่างนี้เกือบ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ของประเทศ นั้น เพราะฉะนั้นกำลังซื้อหลักอยู่ที่ภาคเกษตรครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็น กระทรวงที่สำคัญที่สุด สิ่งที่ท่านพูดเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดของประเทศนี้ เพราะมันคือเม็ดเงิน ส่วนใหญ่ที่คนทั้งประเทศใช้ นั่นคือกำลังซื้อหลักครับ ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ต้องการเม็ดเงิน ตัวนี้ ลูกหลานไทยทุกคนต้องการเม็ดเงินตัวนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงเกษตรพยายามคิด อย่างเช่น ยกตัวอย่างเรื่องข้าว ส่วนหนึ่งถ้าหากว่ารัฐ Subsidize ได้ Subsidize เลยครับ นั่นคือ Quick Win แต่ไม่ใช่ระยะยาวแน่นอน เพราะว่าเราผ่านมาทุกยุคทุกสมัย เป็นอย่างนี้ มาเป็น ๑๐๐ ปี นะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องคิดใหม่คืออะไรที่จะสามารถสร้างชีวิตใหม่ ให้กับลูกหลานไทย อะไรที่จะสามารถสร้างชีวิตใหม่ให้กับเกษตรกรไทยนั่นคือวิธีคิดแบบใหม่ นอกกรอบเดิม ๆ ที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นกรอบอะไรก็แล้วแต่ ผมอธิบายได้หมด ไม่ว่าจะเป็นนา แปลงใหญ่ ท่านลองคิดดูปี ๒๕๕๘ ถึงปีปัจจุบันทำได้ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ เฉลี่ยปีหนึ่ง ๒๐,๐๐๐ ไร่ ๑๐ ปีได้เท่าไรครับ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ ๑๐๐ ปี ได้เท่าไรครับ ๒ ล้านไร่ เรามีนาทั้งหมด ๖๐ ล้านไร่ เท่ากับเท่าไรครับ ถ้าคิดบัญญัติไตรยางค์ ๓๐ ล้านไร่ ๑๐๐ ปีครับ ไม่มีทางครับประเทศนี้ไม่ มีทางไปได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นปลูกผสมผสาน ไม่มีทางครับ เพราะอะไรครับ ท่านจะได้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท จากปลูกผสมผสานท่านต้องมีอะไรครับ ดินดี น้ำดี คนเก่ง ตลาดท่านต้องมี ทุกวัน ไม่มีใครมากินเงินเดือนหรอกครับ ไร่ละแสนไร่ ได้เท่าไรครับ ๑๐ ไร่ก็ได้ล้าน เห็น ๆ เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นนี่คือข้อเท็จจริงที่เป็นคณิตศาสตร์ ถ้าเราหนีคณิตศาสตร์ เราพูด แต่จินตนาการประเทศหลุดพ้นครับ ไม่มีทางครับ คนไทยไม่มีวันหลุดพ้น เราต้องดึงคนไทย กลับมาด้วยชาติพันธุ์ของเรา เราจะต้องเป็นเกษตรที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้ ถ้าเป็น Nick นะครับ เราไม่มีเทคโนโลยีของเราแม้แต่อย่างเดียว อย่างเดียวยังไม่มีเลยนะครับ เพราะบ้าน เราคือเกษตร ชาติพันธุ์เราคือเกษตร เราต้องสร้างเม็ดเงินจากเกษตรให้ได้ แต่ด้วยตัวใด เดี๋ยวค่อยมาช่วยกันคิด ต้องขอบคุณท่าน สส. เป็นอย่างยิ่งนะครับ ผมอยากช่วยกัน ขอบคุณท่าน สส. ครับ