ทรงศักดิ์ ชี้ที่ดินท้องถิ่นซับซ้อน หนุนแก้กฎหมายเพิ่มความคล่องตัว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๑ · ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๗

ทรงศักดิ์ ทองศรี หารือประเด็นการใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ที่มีขั้นตอนซับซ้อน พร้อมเสนอให้ท้องถิ่นดูแลโดยต้องสอดคล้องกับกฎหมาย และอาจต้องปรับแก้กฎหมายเพื่อเพิ่มความคล่องตัว โดยเฉพาะการใช้ที่ดินถาวร พร้อมชี้แจงการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ภายใต้กรอบ พ.ร.บ. บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น และคำสั่ง คสช. ไม่ใช่อำนาจโดยตรงของกระทรวงมหาดไทย จึงเสนอแนวทางแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรผ่านการสรรหาที่เป็นระบบปีละ 2 ครั้ง เพื่อลดปัญหาการตระเวนสอบและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมท่านสมาชิกเล็กน้อยนะครับ ในเรื่องของ ที่ดินสาธารณประโยชน์ ท่านอาจจะมีความกังวลว่า ขั้นตอนของการดำเนินการขอใช้ ประโยชน์ในพื้นที่มันมีขั้นตอนค่อนข้างมาก แล้วก็น่าที่จะมอบหมายให้กับ อปท. ซึ่งเป็น หน่วยงานท้องถิ่นที่อยู่ใกล้ประชาชนดำเนินการแทน แต่ว่าเรื่องดังกล่าวนี้ผมเรียนถึงแม้ว่า บางเรื่องจะเป็นเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยเองก็สามารถที่จะออกเป็นกฎกระทรวงหรือเป็น ประกาศหลักเกณฑ์อะไรก็แล้ว แต่ว่าสิ่งเหล่านั้นก็ต้องออกไปตามกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ด้วย โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายที่ดิน ตามมาตรา ๘ มาตรา ๙ บังคับให้ต้องทำอย่างนี้อยู่แล้ว อันนี้ ก็ต้องฝากท่านสมาชิกว่า ถ้าเห็นว่ามันเป็นประโยชน์จริง ๆ แล้วก็การออกกฎหมายก็ต้อง ไปฟังเสียงประชาชนว่า เราจะต้องแก้กฎหมายอะไรที่จะยึดโยงให้ท้องถิ่นสามารถดำเนินการ ให้เกิดความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น แต่ว่าในขณะเดียวกันก็เข้าใจนะครับ กระทรวงมหาดไทยเอง ก็พยายามออกหลักเกณฑ์อะไรที่มันสามารถออกได้ เพื่อที่จะผ่อนปรนในเรื่องของการใช้ ที่สาธารณะเป็นการชั่วคราว แต่ถ้าอะไรที่เป็นการถาวรโดยการใช้พื้นที่สาธารณะเป็นการ ถาวร อันนี้ต้องไปแก้กฎหมายนะครับ ถ้าเป็นเรื่องเอกชนก็เป็นพระราชบัญญัติ ถ้าเป็นเรื่อง เกี่ยวข้องกับรัฐด้วยกันก็อาจจะเป็นเรื่องของกฤษฎีกานะครับ อันนี้ก็เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกด้วยนะครับ

อีกเรื่องหนึ่งที่ท่านสมาชิกให้ความกรุณาได้ถามก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับประกาศ เหมือนกันนะครับ อันนี้เป็นเรื่องของการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น มีหลายคนมีความเข้าใจคิดว่า งานบริหารงานบุคคลของ อปท. จะเป็นเรื่อง ของกระทรวงมหาดไทย อันนี้ผมเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า การบริหารงานบุคคลมันไปเกี่ยวข้องกับกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ อันนี้ก็คือส่วนที่ ๑

ส่วนที่ ๒ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งหัวหน้า คสช. ๘/๒๕๖๐ เรื่องการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานบุคคล อันนี้มี ๒ ส่วน ที่วันนี้การบริหารงานบุคคลของ อปท. ทั้งหลายมันไปยึดโยงอยู่ตรงนี้ อันนี้ผมเรียนท่านประธานเบื้องต้นก่อนนะครับ ส่วนเรื่องการบริหารงานบุคคลของ อปท. ส่วนท้องถิ่นตามกฎหมาย พระบัญญัติบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มีองค์กรที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารบุคคลท้องถิ่น เป็นการเฉพาะ เป็นการแยกเฉพาะต่างหากจากกระทรวงมหาดไทย มีลักษณะเป็น องค์ประกอบที่มีลักษณะเป็นไตรภาคี ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และมีผู้ทรงคุณวุฒิ มีสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน แล้วก็แบ่งออกเป็น ๓ ระดับด้วยกัน ระดับที่ ๑ เป็นเรื่องของคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคล ส่วนท้องถิ่น ที่เรียกว่า ก.ถ. ทำหน้าที่ในการกำกับมาตรฐานกลางเกี่ยวกับการบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น ระดับที่ ๒ คณะกรรมการกลางข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่เรียกว่า ก.จ. คณะกรรมกลางของ อบจ. แล้วก็ ก.ท. คณะกรรมการกลางของเทศบาล ก.อบต. คณะกรรมการกลางขององค์การบริหารส่วนตำบล หรือเรียกว่า ก.กลาง ทำหน้าที่ กำหนดมาตรฐานทั่วไป เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น นั่นระดับที่ ๒ นะครับ ระดับที่ ๓ คณะกรรมการข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่เรียกว่า ก.จ.จ. อันนี้เป็น ส่วนจังหวัด ถ้าเป็น อบจ. ก็ ก.จ.จ. ถ้าเป็นเทศบาลก็ ก.ท.จ. ถ้าเป็น อบต. ก็ ก.อบต. จังหวัด หรือเราเรียกว่า ก. จังหวัด ทำหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับการบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น อันนั้นส่วนแรก ส่วนที่ ๒ เป็นคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ ซึ่งผม ทราบว่าในขณะนี้ที่สภาเราก็มีท่านสมาชิกให้ความกรุณาเสนอ เหมือนจะยกเลิกคำสั่ง ดังกล่าว แล้วก็ไปแก้เป็นกฎหมาย เพราะว่าคำสั่ง คสช. ถือว่าเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ คำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เป็นเรื่องการขับเคลื่อนการปฏิรูปการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ ในข้อ ๒ กำหนดให้คณะกรรมการกลาง ข้าราชการหรือ พนักงานส่วนท้องถิ่น ก.จ. ก.ท. แล้วก็ อบต. มีหน้าที่ในการสอบคัดเลือก และการคัดเลือก ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นให้กำหนดประเภทอำนวยการ ประเภทบริหารท้องถิ่น และตำแหน่งสายงานบริหาร โดยคณะกรรมการกลางข้าราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ก.จ. ก.ท. ก.อบต. นี้ อาจมอบหมายให้คณะกรรมการราชการ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ที่เป็น ก. จังหวัด ไปดำเนินการแทนได้นะครับ อันนี้คือการบริหารงานบุคคลของท้องถิ่น ก็ไปเกี่ยวข้องกับ ๒ ส่วนนะครับ ในขณะนี้เรามีประกาศคณะกรรมการกลาง ข้าราชการหรือ พนักงานส่วนท้องถิ่น ก.กลาง เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการสอบคัดเลือกตามที่ ท่านสมาชิกได้กรุณาได้พูดถึง แล้วก็ตำแหน่งสายงานผู้บริหาร ฉบับที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๔ ลงวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๔ ข้อ ๕ วรรคสี่ กำหนดให้กรณีคณะกรรมการข้าราชการหรือ พนักงานส่วนท้องถิ่น ก.จังหวัด เป็นหน่วยดำเนินการสรรหาให้กำหนดวันและกำหนดการ ดำเนินการสรรหาได้ ปีละ ๒ ครั้ง คือวันเสาร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนเมษายน และวันเสาร์ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนตุลาคม เรื่องดังกล่าวนี้ ผมเรียนท่านประธานว่า เพื่อป้องกันมิให้มี การตระเวน อันนี้เป็นเรื่องที่หารือกันใน ก. ถึงได้มีประกาศคณะกรรมการกลาง ในฉบับที่ ๔ ป้องกันการตระเวน การไปสรรหาหลาย ๆ จังหวัด เพราะว่าเป้าหมายที่จริง อยากให้ ข้าราชการท้องถิ่น เขาได้อยู่ในพื้นที่ของแต่ละวังหวัด เมื่อก่อนอาจจะสอบ อาจจะจัดสอบกัน ที่ ก.กลาง แต่มีปัญหาว่าสอบไปแล้ว ไม่กี่เดือนก็ไปขอย้าย ย้ายข้ามจังหวัด พื้นที่เดิมก็ขาด บุคลากร ขาดข้าราชการ ขาดเจ้าหน้าที่ในการทำงาน อันนี้ก็เป็นแนวทางในการแก้ปัญหาว่า เราให้เป็นแนวทางในการประกาศสอบ ปีละ ๒ ครั้ง อย่างที่เรียนเบื้องต้นว่า เป็นวันเสาร์แรก ของเดือนเมษายน แล้วก็เสาร์สุดท้ายของเดือนตุลาคมในแต่ละปี ๆ แล้วก็ ก. กลางเองก็ได้มีการจัดการประชุมหารือเพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาและอุปสรรค ต่าง ๆ อันจะนำไปสู่การดำเนินการ เพื่อให้ ก. จังหวัดสามารถดำเนินการสรรหาได้ปีละ ๒ ครั้ง อันนี้ผมฟังท่านสมาชิกอาจจะกังวลเรื่องนี้ว่า มันมีปัญหาว่ามันจะทำได้ไหม จริง ๆ แล้วผมเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกว่า ก่อนที่จะมีคำสั่ง คสช. จังหวัดเอง เคยสอบสรรหาสายผู้บริหารอย่างนี้ได้ถึง ๔ ครั้ง แต่พอหลังจากมีคำสั่ง คสช. มา ก็จะ เป็นประเด็นหนึ่งที่พอเราจะกลับไปให้ ก. จังหวัดดำเนินการ ก็จะมีปัญหาที่อาจจะเป็น อุปสรรคบ้าง แต่ว่าก็ ก. กลางเอง ซึ่งทำหน้าที่ในการขับเคลื่อนเรื่องของการบริหารงาน บุคคลให้กับท้องถิ่นทุกระดับ ก็พยายามหาแนวทางในการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศ ก. กลาง เรื่องมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการสอบคัดเลือก และการคัดเลือกข้าราชการและพนักงานส่วน ท้องถิ่นให้ดำรงตำแหน่งสายงานผู้บริหาร อันนี้ปัจจุบันได้มีคำสั่งประกาศของ ก. กลางถึง ฉบับที่ ๗ แล้ว ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๖ เพื่อให้การดำเนินการของ ก. จังหวัดให้มีความ คล่องตัวในการดำเนินงาน มีกำหนดหลักสูตรการสอบคัดเลือก การคัดเลือกอย่างเหมาะสม มีแนวทางในการดำเนินการที่หลากหลายเพื่อให้เข้ากับบริบทของแต่ละจังหวัด อันนี้ หมายความว่าเราพยายามมอบอำนาจไปให้ ก. จังหวัดจัดสอบในแต่ละจังหวัด ๆ ในตำแหน่ง ที่ว่างทั้งหลาย เพื่อให้สอดรับกับพื้นที่และความต้องการของแต่ละ อปท. แล้วก็สามารถที่จะ ดำเนินการได้อย่างคล่องตัว ไม่เหมือนเดิม เดิมนั้นก็อาจจะต้องจ้างมหาวิทยาลัยในการจัดสอบ แต่วันนี้เราอาจจะจ้างมหาวิทยาลัยจัดสอบเองด้วย ร่วมจัดสอบหรือจัดจ้างส่วนราชการอื่น ที่มีอำนาจหน้าที่ช่วยในการสรรหาก็ได้ อันนี้เปิดช่องเยอะมาก แต่ว่ามันมีปัญหาที่เรียน ท่านประธานว่า ได้มีการติดตาม แต่จริง ๆ อนุกรรมการของ ก. กลางนี้ก็มีการติดตามดูแต่ละ จังหวัดที่เรามีประกาศไปแล้วนี้ วันนี้ก็จะถึงเดือนเมษายนแล้ว ที่จะต้องสอบรอบแรก แล้วก็ ถึงเดือนตุลาคมมีจังหวัดไหนบ้าง ที่เรียกว่าสามารถดำเนินการตามที่ประกาศของ ก. ได้ ก็เรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า มันมีปัญหาบ้างแต่ละพื้นที่ เพราะเกิดความไม่เข้าใจ ๒. บางคนก็กังวลใจว่า การจัดสอบถ้าเกิดมีเรื่องของการทุจริตมา คนที่มีหน้าที่ในการจัดสอบนี้ จะต้องถูกดำเนินการอย่างไร กังวลใจตรงนั้น ก็เลยพยายามจะมอบอำนาจคืนให้กับ ก. กลางดำเนินการจัดสอบ แต่อย่างไรก็แล้วแต่เราก็ได้มีการออกประกาศเพิ่มเติม ในกรณีที่เรื่องของค่าธรรมเนียมการจัดสอบ ซึ่งเมื่อก่อนนี้อาจจะกลัวว่ามันจะน้อย เพราะการจัดสอบจริง ๆ แล้ว มันติดอยู่ที่เรื่องของเงินงบประมาณที่ใช้ในการจัดสอบได้ เราก็เลยได้มี การออกประกาศเพิ่มเติมเรื่องมาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการกำหนดค่าธรรมเนียม การจัดสอบคัดเลือก หรือการคัดเลือกนี้ เมื่อก่อนเคยกำหนดไว้ที่ ๔๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ก็จะเพิ่ม เป็นไม่เกิน ๘๐๐ บาท เพื่อให้คือเกิดความคล่องตัว นี่จะมีเงินค่าธรรมเนียมในการดำเนินการ จัดสอบเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ ก. กลาง แล้วก็ส่งต่อให้ ก. จังหวัดในการดำเนินการ อันนี้ ผมมั่นใจนะครับว่าในเดือนตุลาคมนี้ก็มีหลายจังหวัดที่ส่งมาแล้วนะครับ ประมาณสัก ๕๐ กว่าจังหวัด ในการจัดสอบเดือนตุลาคม แต่ว่าหลายจังหวัดก็สอบเดือนเมษายนก็มี ขออนุญาตเอ่ย อย่างเช่นจังหวัดอุดรธานี เป็นต้น อันนี้ผมโดยภาพรวมนะครับ แต่ว่าอะไร ที่เป็นปัญหาอุปสรรคในการที่จะดำเนินการให้จังหวัดแต่ละจังหวัดสามารถดำเนินการ จัดสอบเหล่านี้ได้ เป็นการคัดเลือกสายบริหาร เราก็จะลงไปช่วยดูเป็นพี่เลี้ยง แล้วก็ทราบว่า แม้แต่เรื่องของค่าธรรมเนียมในการจัดสอบ ค่าใช้จ่ายในการจัดสอบเอง ผมทราบว่า ทางสมาคมสันนิบาตเทศบาล ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลแห่งประเทศไทย หรือสมาคมของ อบจ. เขาก็เหมือนจะสนับสนุนในเรื่องของการจัดสอบ เช่นเรื่องของค่าใช้จ่ายอะไรทั้งหลาย ผมทราบมาเป็นเรื่องภายใน เพื่อให้เกิดความสำเร็จในการดำเนินการจัดสอบ แล้วก็ไม่เป็น ปัญหาในการที่จะได้บุคลากรในการที่จะดำเนินการต่อไป และขณะเดียวกัน ผมเรียน ท่านประธานในฐานะที่นั่งเป็นประธานที่ประชุม ก. กลางด้วย ก็กำลังหาแนวทางในการออก เหมือนกันว่า ในการที่ตำแหน่งมันยังไม่เรียบร้อย คนที่รักษาการในตำแหน่งอยู่แล้วอาจจะ มีค่าตอบแทนเพิ่มให้กับบุคลากรที่ยังรักษาตำแหน่งอยู่ ยังไม่มีตำแหน่งมาทดแทนอย่างนี้ อย่างน้อยที่สุดก็คือว่า ให้มีคนได้มีงานทำแล้วก็สามารถที่จะลดค่าใช้จ่าย เขาเรียกว่ารายจ่าย ประจำ ให้กับ อปท. ต่าง ๆ ที่วันนี้ผมก็เรียนท่านประธานนะครับว่า งบประมาณของ อปท. รายจ่ายประจำจะไปกินงบการลงทุนไปเกือบหมดแล้ว โดยภาพรวมงบลงทุนของ อปท. แต่ละแห่งจะเหลือไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราบรรจุข้าราชการเต็มพิกัดไป บางทีบางครั้งก็เกิดปัญหาเหมือนกัน แต่อันนี้เป็นเรื่องแนวทางการแก้ปัญหา แต่เบื้องต้น ผมมองว่าการที่ ก.กลางได้มีประกาศเพิ่มเติมไปหลาย ๆ ฉบับนี้ ก็จะเป็นการทำให้การ ดำเนินการในเรื่องการจัดสอบเป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อไป ขอบคุณครับ