ศรัณย์ ทิมสุวรรณ หารือปัญหาผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ขาดการคุ้มครองตามกฎหมาย และเรียกร้องให้มีมาตรการป้องกันและเยียวยาที่ชัดเจนก่อนการผ่อนปรนการขายอย่างเสรี พร้อมสนับสนุนการแก้ไขกฎหมายให้เกิดสมดุลระหว่างการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจกับการควบคุมความเสี่ยง โดยเน้นให้กรรมาธิการพิจารณาผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรอบด้านเพื่อป้องกันความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินแม้จะมีรายได้เพิ่มขึ้น
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายเสริมและเห็นด้วยในทุกร่าง ที่ได้รับการพิจารณาในวันนี้ ท่านประธานครับ ประเด็นที่เราพูดคุยกันในสภาในขณะนี้ สิ่งที่เราเห็นตรงกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายที่ต้องการให้สนับสนุนอย่างจริงจังหรือฝ่ายที่ต้องการ ให้ควบคุมอย่างรัดกุมนั้น ทุกคนเห็นเหมือนกันคือกฎหมายนี้จำเป็นต้องมีการแก้ไข ต้องมีการปรับปรุง เพราะฉะนั้นผมจะบอกว่าตลอดเวลาที่เราฟังมาอาจจะสังเกตเห็นได้ว่า บางท่านก็บอกว่าควรจะต้องส่งเสริมอย่างไร เราขาดโอกาสอย่างไร มันจำกัดโอกาสของ ภาคประชาชนอย่างไรในการที่จะส่งเสริมธุรกิจนี้ แต่อีกมุมหนึ่งเราก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า โอกาสที่เราบอกที่จะส่งเสริมนั้นมันก็มาพร้อมกับความเสี่ยง ซึ่งก็ต้องบอกว่าประเทศไทยเอง ก็เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงเรื่องความเสี่ยงนี้ติดอันดับโลกเช่นกัน ปัญหาบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุต่าง ๆ ปัญหาเมาแล้วขับ นี่ก็เป็นสาเหตุใหญ่สาเหตุหลักอย่างหนึ่ง ที่เราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเรามีปัญหา เพราะฉะนั้นการแก้ไขในครั้งนี้ ผมก็หวังว่าทั้ง ๒ ฝั่ง เราไม่จำเป็นต้องเลือกว่าเราจะควบคุมให้เข้มแข็งมากขึ้น หรือจะส่งเสริมให้มากที่สุด เราสามารถทำได้ทั้ง ๒ อย่าง เพราะว่าหลักของเรานั้น คือเราจะต้องทำให้มันสมดุลกัน ให้ได้มากที่สุด ถ้าเราต้องการส่งเสริมให้เต็มศักยภาพ ให้ประชาชนทุกคน ให้ SMEs มีโอกาส ต่อสู้ เราก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าความรับผิดชอบที่ตามมาก็ต้องสูงเช่นเดียวกัน ผมได้ยิน เพื่อนสมาชิกหลายท่านพูดว่าในต่างประเทศมันไม่มีการจำกัด จะขายตอนไหน จะขายวันไหน จะกินตรงไหนทำได้ แต่เราก็ต้องอย่าลืมครับว่าในประเทศเรานั้น การบังคับใช้กฎหมาย ข้อบังคับต่าง ๆ เราไม่สามารถทำได้แบบในต่างประเทศ
ไม่กี่วันก่อนครับท่านประธาน มีภาคประชาชนมายื่นหนังสือที่พรรคเพื่อไทย ผมได้มีโอกาสรับฟังประสบการณ์ ความคิดเห็นข้อมูลต่าง ๆ ของภาคประชาชน และทำให้เรา ทราบว่าในปัจจุบันที่บางครั้งหลายคนจะคิดว่าเราควบคุมธุรกิจนี้มาก มากจนเกินไปนั้น จริง ๆ แล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุหรือความรุนแรง ที่เกิดขึ้นจากการเมาสุรานั้น แทบไม่มีกฎหมายใดเลยที่จะช่วยเขาหรือปกป้องเขาได้ ตามที่ควรจะได้ ประชาชนหลาย ๆ คนผู้ประสบเหตุต้องสูญเสียสมาชิก ต้องสูญเสียเสาหลัก ของครอบครัว ในทางกฎหมายเขาสามารถต่อสู้ได้ เขาสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ แต่สุดท้ายเมื่อชนะออกมาแล้ว สิ่งที่ได้ก็เพียงกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีเลขเขียนไว้ ไม่สามารถ ช่วยเหลือคุณภาพชีวิตที่เขาต้องสูญเสียไปได้ โอกาสต่าง ๆ คนที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะ สูญเสียคนในครอบครัว สูญเสียบ้าน สูญเสียทรัพย์สินใด ๆ ยากมากครับท่านประธาน ที่จะสามารถเยียวยาคนเหล่านี้ได้ ถ้าเราไม่สามารถให้คำตอบกับคนที่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ ได้อย่างชัดเจนว่าเราจะช่วยเหลือพวกเขา เราจะป้องกันชุมชนของพวกเราได้อย่างไร เราก็ ไม่ควรมีสิทธิที่จะบอกว่าเราจะส่งเสริมในทุกด้าน เพื่อให้ธุรกิจนี้ไปได้ดีที่สุด เพราะฉะนั้น เราต้องทำไปคู่กันครับ ผมไม่ได้บอกว่าเราไม่ควรส่งเสริม เราควรต้องส่งเสริม แต่การส่งเสริม ของเรานั้น จะต้องไม่เปิดให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบกับประชาชนมากกว่าที่มีอยู่ ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมจึงมองว่าทุกร่างที่เสนอเข้ามา เสนอเข้ามาเพื่อจุดประสงค์ ที่แตกต่างกัน ล้วนแต่เป็นจุดประสงค์ที่ดีและถูกต้องทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายต้องการที่จะ ควบคุมและทำให้ชัดเจน หรือฝ่ายที่ต้องการที่จะทำให้ธุรกิจนี้เข้าถึงศักยภาพ แต่เราต้อง เข้าใจทั้ง ๒ ฝั่ง ถ้าเราไม่สามารถบอกกับประชาชนได้ว่าเรามีวิธีการที่เตรียมพร้อม ถ้าเราจะ เปิดให้ขายเหล้าได้ทุกวัน เรามีมาตรการพร้อมที่จะรับมือกับคนเมาที่จะไม่อยู่บนท้องถนน ถ้าเราไม่สามารถพูดอย่างนั้นได้ ผมว่าเราก็ไม่ควรที่จะบอกได้ว่าเหล้ากินเมื่อไรก็ได้ ขายที่ไหน ก็ได้
เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่ต้องฝากให้กรรมาธิการ ที่ผมเชื่อว่าจะต้องมี ความคิดเห็นที่มีความแตกต่างกัน แต่ผมก็เชื่อว่าจะสามารถหาจุดที่เราสามารถทำงาน ร่วมกันได้ เพราะฉะนั้นในวันนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่เราฟังมาในสภาผมเชื่อว่ากรรมาธิการ ที่จะเข้าไปทำงานรับทราบดี เห็นถึงข้อจำกัด ได้รับฟังประสบการณ์ต่าง ๆ ได้รับฟังข้อมูลต่าง ๆ แล้วจะสามารถทำให้ร่างนี้ออกมาเป็นร่างที่เหมาะสมได้ ผมก็ต้องฝากพวกเราทุกคนครับ ไม่ว่าเราจะมองมุมใด เราอาจจะอยากให้ประเทศเราส่งเสริมธุรกิจนี้ให้ได้มากที่สุด ทำให้คน แข่งขันได้มากที่สุด ก็จงอย่าลืมครับว่าสิ่งที่ตามมาเราอาจจะพูดกันว่าธุรกิจนี้สร้างเม็ดเงิน สร้างรายได้เท่าไร แต่เราก็ต้องอย่าลืมอีกมุมหนึ่งว่ามันสร้างผลกระทบให้คนมากน้อยเท่าไร เช่นเดียวกัน ชีวิต ๑ ชีวิตที่ต้องเสียไปจะต้องใช้เงินเท่าไร จะต้องมีมูลค่าเท่าไรในการที่จะ เยียวยา ผมไม่อยากให้เราโฟกัสไปเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แน่นอนครับว่าการกำหนด หลาย ๆ อย่างมันก็อาจจะไม่มีเหตุผล เพียงแต่การที่เราจะปรับเปลี่ยนอะไร เราก็ต้องคำนึง ถึงสิ่งที่จะตามมา เราไม่สามารถมองได้แต่ว่าด้านที่มีประโยชน์มันจะสร้างเม็ดเงินเข้ามามากขึ้น นักท่องเที่ยวจะเข้ามามากขึ้น อันนั้นเป็นสิ่งที่ดีครับ แต่ถ้าเข้ามามากขึ้นเราไม่สามารถ รับผลกระทบที่เกิดได้ ถ้ากลายเป็นว่านักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น แต่โดนคนเมาแล้วขับ ชนตายไปหลายคน มันดีกับประเทศแน่หรือ
เพราะฉะนั้นผมก็อยากฝากทั้งหมดนี้ให้กรรมาธิการที่จะเข้าไปทำงาน ดูให้รอบด้าน ผมเชื่อว่าเราตรงกันแล้วครับ เราเห็นตรงกันว่ามันจะต้องถึงเวลาที่เรา จะปรับปรุงกฎหมายนี้ แต่เช่นเดียวกันเราจะมองมุมใดมุมหนึ่งไม่ได้ ผมก็ขอฝาก ท่านกรรมาธิการที่จะมีการตั้งด้วยประเด็นเหล่านี้ ขอบคุณครับ