วรวิทย์ หารือร่าง พ.ร.บ. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เน้นสมดุลสังคมชายแดนใต้

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗

วรวิทย์ บารู หารือร่าง พ.ร.บ. เกี่ยวกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเน้นความจำเป็นในการรักษาสมดุลทางสังคมในพื้นที่ชายแดนใต้ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและศาสนา พร้อมเสนอให้พิจารณาผลกระทบต่อความมั่นคง ปัญหาสังคมอย่างยาเสพติด และการบังคับใช้กฎหมายอย่างสมดุลเพื่อส่งเสริมค่านิยมที่เหมาะสมและป้องกันอาชญากรรม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วรวิทย์ บารู ปัตตานี

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อาจารย์วรวิทย์ บารู พรรคประชาชาติ เขต ๑ จังหวัดปัตตานีครับ พวกเรา พรรคประชาชาติเปรียบเป็นบุคคลภายนอกเมื่อพูดถึงเรื่องของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นะครับ แต่กับ พ.ร.บ. แอลกอฮอล์นี้แน่นอนพวกเรามีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะเราได้รับผลกระทบ จากตรงนั้นแน่นอน ในส่วนนี้ในฐานะที่เป็นผู้แทนของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เราก็ทราบดีนะครับ เป็นพื้นที่ที่เป็นพหุวัฒนธรรม แล้วบุคคลส่วนใหญ่ที่นั่น ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็เป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ซึ่งคนส่วนหนึ่งที่นับถือศาสนาอิสลาม แน่นอนในชีวิตเขาแทบจะไม่คุ้นเคย วิถีการใช้แอลกอฮอล์นี้เขาไม่คุ้นเคย ไม่รู้เลย แต่เรา ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกส่วนหนึ่งของสังคมที่นั่น เขาคุ้นเคยกับเครื่องดื่มที่เมื่อดื่มแล้วเกิดความ มึนเมา อันนี้เราก็ต้องดูความสมดุลในระหว่างตรงนี้ สำหรับผู้ซึ่งไม่คุ้นเคยและโดยทาง ศาสนาแล้วเขาไม่อาจที่จะเป็นผู้บริโภคสิ่งเหล่านั้นได้ ก็ไม่จำเป็นสำหรับเขา แต่แน่นอน เมื่อเราจะออก พ.ร.บ. นี้ เราก็ต้องดูให้ดี ต้องให้ความสมดุลอย่างเต็มที่ เมื่อไม่นานมานี้ ผมก็เช่นเดียวกับท่าน สส. ซูการ์โน ขอกล่าวนามที่ตรงนี้ มีภาคีประชาชนที่ตื่นรู้กับภัย อันเกิดจากเครื่องดื่มที่ก่อให้เกิดความมึนเมา ได้มายื่นหนังสือและแสดงความห่วงใย บุคคลเหล่านี้ไม่ได้แตกต่างจากบุคคลที่ท่านซูการ์โนได้พูดถึง เป็นบุคคลที่เป็นคนพุทธ ส่วนใหญ่เป็นเยาวชนที่อายุตั้งแต่ ๑๖ ปีขึ้นไปถึง ๒๕ ปี แล้วก็มีคนที่สูงวัยที่เข้ามาด้วย เป็นคนที่ไม่ได้เป็นมุสลิม ส่วนใหญ่ของเขาเป็นพุทธ แล้วก็มีมุสลิมไม่กี่คนที่มาร่วมแสดง ความห่วงใยต่อ พ.ร.บ. สังคมนี้ที่จะให้ความอิสระอย่างที่ว่า ต่อเครื่องดื่มที่จะทำให้สังคมนี้ ไม่อาจที่จะเดินไปตามแนวทางที่ควรจะเป็นได้ แล้วเขาแสดงความห่วงใยต่อ พ.ร.บ. เครื่องดื่มอันนี้ ในประเด็นของสภาพการณ์สังคมที่เป็นจริงในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นที่เขาประสบอยู่ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นกัญชา กระท่อม หรืออะไรต่าง ๆ ที่เขาประสบอยู่ในสถานการณ์ ปัจจุบัน ที่ก่อให้เกิดบุคคลที่เป็นจิตเวชมากขึ้น แล้วก็มีความรุนแรงที่เกิดขึ้นตลอดมา เป็นสิ่งที่เราห้ามความห่วงใยของเขาไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยทั่วไปแล้วสิ่งที่จะ คุ้มครองสังคมได้ โดยทั่ว ๆ ไปมันจะมี ๒ อย่าง การออกกฎหมายมาคุ้มครองสังคมและ อีกอย่างหนึ่งก็คือหลักคำสอนของศาสนา โดยทางออกกฎหมายในประเทศไทยเราก็ทราบกัน ดีอยู่ว่าเรามีกฎหมายมากมาย กฎหมายที่ดีเยอะแยะ แต่เรามีปัญหาในเรื่องการบังคับใช้ กฎหมาย ในขณะที่เช่นเดียวกันไม่มีศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ที่มีเนื้อหาสาระของคำสอนที่ บ่งบอกไปในทางที่ไม่ดี แต่ปัญหาก็คือผู้ที่นับถือศาสนานั้น ๆ จะปฏิบัติได้ดีเพียงใด ยกเว้น เป็นผู้ซึ่งเดินตามวิถีแห่งศาสนานั้น ๆ กำหนดได้มากน้อยเพียงใด

ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนที่เป็น พ.ร.บ. ที่รัฐบาลเสนอมานี้อย่างหนึ่ง ที่อยากจะให้ข้อคิดเห็นตรงนี้ก็คือที่เกี่ยวข้องกับการกำหนด Zoning ถ้าเราดูอย่างผิวเผิน อาจจะไม่มีอะไร แต่เมื่อช่วงที่สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นมากมายในทางภาคใต้ เราได้รับรู้กันโดยทั่วไปว่าการระเบิดเกิดขึ้นมากมายในแหล่งที่เป็นแหล่งบันเทิง เพราะฉะนั้น ผมอยากให้รัฐบาลได้สร้างความสมดุลตรงนี้ให้ได้ การออกกฎหมายเพื่อควบคุมมันก็เป็นสิ่งที่ดี รัฐต้องใส่ใจในเรื่องของสิ่งที่จะก่อให้เกิด ที่จะนำมาอันเกิดผลจากการออกกฎหมายอันนั้น การ Zoning สถานที่แหล่งบันเทิงนี้ ผมเข้าใจว่าพวกเราที่คุ้นชิน ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน NGO ที่ทำงานในทางภาคใต้ ก็ได้เสนอมากมายในเรื่องของการ Zoning บริเวณที่เป็น Entertainment Area นี้ แต่ก็ไม่ค่อยได้รับการสนใจเท่าไร เพราะฉะนั้นในสิ่งเหล่านี้ก็อยาก ที่จะให้ทางรัฐบาลที่จะออกกฎหมายอันนี้ ถ้าในหลายประเทศกำหนดอายุ อย่างเช่น บางประเทศ ห้ามขาดเลยนะครับว่าการปลีกย่อย ถ้าหากว่าไม่ใช่มุสลิมก็โอเค ผ่อนให้ แต่ถ้าหากว่าเป็น มุสลิมเขาบังคับอย่างชัดเจนนะครับว่าซื้อขายไม่ได้และดื่มไม่ได้ เข้าถึงไม่ได้ อย่างเช่น ที่ประเทศบรูไน

นอกจากนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนที่สภาพการณ์ของประเทศไทย ที่กำลังเผชิญกับปัญหาที่ประชาชนจำนวนไม่น้อยติดยาเสพติด และก่อให้เกิดสภาพการณ์ ที่เป็นความรุนแรงต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ถ้าเราออกกฎหมายมาไม่ดีก็จะเป็นการเพิ่มอีกอันหนึ่ง ในการที่จะทำให้นักดื่ม แล้วก็ก่อให้เกิดปัญหาตามมา ถ้าเราสังเกตดี ๆ ในพื้นที่ที่ผมกล่าว เมื่อสักครู่ ในทุกมหกรรมที่ใหญ่ ๆ ของชาติมักจะไม่มีจำนวนเปอร์เซ็นต์ของการเมาแล้วขับ ในช่วงของมหกรรม ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ ไม่ว่าจะเป็นสงกรานต์ ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็แล้วแต่ จะมีจำนวนน้อยมาก ถ้าเราดูสถิติ ถ้าเผื่อจะย้อนหลังเป็น ๑๐ ปีก็ได้ ก็จะไม่มีสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะปิดท้ายด้วยสิ่งที่จะเตือนพวกเราทุกคนว่า เราจงอดทนกับความขมขื่น ของสัจธรรม และจงอย่าหลงใหลกับสิ่งที่เป็นอบายมุขทั้งปวง ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน