ชนินทร์ ชี้แจงมาตรการควบคุมแอลกอฮอล์ ย้ำควรพิจารณาทั้ง 2

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๐ · ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๗

ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ หารือเรื่องมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยชี้ให้เห็นถึงข้อโต้แย้งระหว่างกลุ่มที่ต้องการความเข้มงวดเพื่อลดปัญหาสังคม เช่น เมาแล้วขับและความรุนแรงในครอบครัว กับกลุ่มที่ต้องการเปิดเสรีเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจ ชี้แจงว่าทั้งสองร่างกฎหมายที่เสนอโดยภาคประชาชน ทั้งของนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ และคุณเจริญ เจริญชัย ล้วนมีผู้สนับสนุนจำนวนมาก จึงควรได้รับการพิจารณาและรับหลักการเพื่อให้ตั้งกรรมาธิการร่วมในการศึกษาต่อไปครับท่านประธาน

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนที่ผมจะกล่าวสรุป หลักการและเหตุผลที่เรามีความจำเป็นจะต้องแก้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธาน ผมขออนุญาตแก้ไขข้อความที่มีความผิดพลาดจากการจัดเตรียมเอกสารที่ยื่นต่อ สภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๖ ตำแหน่ง และขอให้บันทึกการแก้ไขนี้ไว้ประกอบการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติในครั้งนี้ครับท่านประธาน

ประเด็นแรก บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในเอกสารหน้า ๒ (๑๐) ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๘ ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๘ จากข้อ ๔ ขออนุญาตแก้ไขเป็นข้อ ๖ จากความผิดพลาด ในการ Key ข้อมูลครับ ประเด็นเดียวกันในหน้าเดียวกันเรื่องของเหตุผล บรรทัดที่ ๒ จากสุดท้าย จากข้อ ๔ เป็นข้อ ๖ เช่นกันครับ ตำแหน่งที่ ๓ ในส่วนรายละเอียดของ ร่างพระราชบัญญัติ มาตรา ๓ (๒) ประเด็นเดียวกัน แก้ไขจากข้อ ๔ เป็นข้อ ๖ และตำแหน่งที่ ๔ ในหน้าเดียวกัน มาตรา ๔ เป็นบทนิยามเกี่ยวกับผู้มีปัญหาจากการบริโภคเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ขอมีการเพิ่มเติมคำเชื่อมที่พิมพ์ตกหล่นจาก หมายความว่าบุคคลที่ได้รับ ผลกระทบ เพิ่มคำว่า จาก เป็น บุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสุดท้าย ในบันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญท้ายเอกสารในหมวดที่ ๑ เหตุผลและ ความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ประเด็นเดียวกันครับ ขอปรับแก้ข้อ ๔ เป็น ข้อ ๖ รวมถึงสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติในข้อ ๒.๓ ปรับแก้ข้อ ๔ เป็นข้อ ๖ ครับ

ท่านประธานครับ ขอกลับมาที่คำสรุปหลักการและเหตุผล ผมขออนุญาต ไม่อ่านเป็นรายละเอียดตามร่างนะครับ เพราะว่าร่างได้มีการส่งมอบให้ที่ประชุมทุกท่าน เรียบร้อยแล้ว ผมขอกล่าวเป็นคำสรุปหลักการและเหตุผลที่เราจำเป็นจะต้องมีการพิจารณา แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธาน พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่เราพิจารณากันอยู่คือ การวางกรอบกติกากลางว่าด้วยการซื้อ การจำหน่าย การประชาสัมพันธ์ และการบริโภคสุรา ซึ่งพระราชบัญญัติฉบับนี้บังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ มีการใช้มาแล้ว กว่า ๑๖ ปี ดังนั้นบทบัญญัติบางประการอาจไม่เหมาะสมกับบริบทในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลง ไปแล้ว ดังนั้นจึงเห็นสมควรให้มีการปรับปรุงข้อกฎหมายบางประการ เพื่อให้การออกมาตรการ ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานการณ์ปัจจุบันมีความเหมาะสม โดยควรคำนึงถึง มิติของการควบคุมการจำหน่าย และการบริโภคควบคู่ไปกับผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคมไปพร้อมกัน

ปัจจุบันสังคมไทยมีความเห็นต่อมาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่หลากหลายครับท่านประธาน มีการเคลื่อนไหวจากฝั่งภาคประชาชนทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งฝั่งผู้ที่ อยากให้มีการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น และจากฝั่งที่อยากให้ เปิดเสรีมากขึ้น โดยให้เหตุผลเรื่องสิทธิเสรีภาพและการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ผ่านสินค้าประเภทสุราไทย จึงเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติอย่างพวกเราที่จะต้องหาจุดสมดุล อันเป็นที่ยอมรับได้แก่สังคม ในการสร้างข้อบังคับทางกฎหมายที่บังคับใช้ร่วมกัน ผมเอง ในฐานะ สส. หรือว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมมีโอกาสได้คุยกับพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับร่างประชาชนทั้ง ๒ ฉบับครับท่านประธาน ทั้งฉบับที่นำเสนอ โดยนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ภาคประชาชนที่มีใจความที่สะท้อนความกังวลต่อปัญหาเรื่องการ ติดสุราหรือว่าติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปัจจุบัน สิ่งเหล่านี้เป็นผลกระทบมาจนถึงปัญหา เรื่องเมาแล้วขับ แล้วก็เป็นประเด็นเรื่องอุบัติเหตุที่สร้างความเสียหายให้กับสังคมไม่น้อยครับ มากไปกว่านั้นยังลุกลามไปถึงปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัว ปัญหาหนี้สินของ ครอบครัวด้วย มาตรการในการควบคุมเพื่อป้องกันปัญหาเหล่านี้จึงมีความจำเป็นและควรจะ ได้รับการพิจารณา แต่ในทางกลับกันครับ ภาคประชาชนอีกร่างหนึ่งที่นำเสนอโดยคุณเจริญ เจริญชัย และผู้มีสิทธิเลือกตั้งอีก ๑๑,๐๐๐ กว่ารายชื่อ ก็มีสาระสำคัญที่ควรพิจารณา ในเรื่องของการเปิดให้มีการขายหรือว่าซื้อและโฆษณาได้มีเสรีมากขึ้น เพื่อสะท้อนการส่งเสริม เศรษฐกิจในระดับชุมชนและเศรษฐกิจในระดับประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยวและการพัฒนา สินค้าของประเทศไทย ภาคประชาชนทั้ง ๒ ภาค ของท่านธีรภัทร์ คหะวงศ์ มีการล่ารายชื่อ ร่วมกันจนถึง ๙๒,๙๗๘ คน หรือราว ๑๐๐,๐๐๐ คน ดังนั้นก็เป็นภาคประชาชนจำนวนมาก ที่เราควรจะต้องนำมาพิจารณาเช่นกัน เช่นเดียวกันกับของคุณเจริญที่ล่ารายชื่อได้ถึง ๑๐,๙๔๒ คน ทั้ง ๒ ร่าง จึงควรถูกพิจารณาและควรถูกรับหลักการ เพื่อให้ตั้งกรรมาธิการ ร่วมกันในครั้งนี้ครับท่านประธาน

กลับมาที่ร่างของผมในฐานะตัวแทนของพรรคเพื่อไทยเสนอครับ ในอดีต พรรคไทยรักไทยมีนโยบายในการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการส่งเสริมให้มีการผลิตสุราแช่ ชนิดสุราผลไม้ สุราแช่พื้นเมืองและสุรากลั่น ซึ่งล้วนแต่เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของไทย ที่มีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ และพรรคเพื่อไทยเองก็ยังคงจุดยืนในนโยบายนี้สืบเนื่องมา มากไปกว่านั้น ปัจจุบันรัฐบาลที่นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ยังมีแนวคิดที่จะ ผลักดันส่งเสริมเศรษฐกิจผ่านวัฒนธรรมทางอาหารที่มีเอกลักษณ์ของไทย ซึ่งสุราชุมชนเอง ก็เป็นหนึ่งในกลไกในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร สร้างรายได้เพิ่มให้กับพี่น้องเกษตรกร อีกทั้งยังมีคุณค่าทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจองค์รวม ให้กับประเทศไทยได้

ดังนั้นเราจึงปฏิเสธไม่ได้ครับว่าวัฒนธรรมการผลิตและบริโภคสุรา เป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับสังคมไทย จึงเป็นความท้าทายของสภาผู้แทนราษฎรของเรา และรัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศที่ต้องสร้างสมดุล ทั้งในแง่ของการควบคุมที่ควร มีมาตรการป้องกันผลกระทบทางสังคมที่เหมาะสม และการสนับสนุนให้สุราไทยเป็นกลไก ในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ด้วย สำหรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติที่ผมเสนอนี้ ผมขอเสนอสรุปเป็น ๓ ประเด็นหลัก

ประเด็นแรก ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มุ่งให้อำนาจและหน้าที่ในการกำหนด นโยบายเรื่องการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง ซึ่งในเชิงหลักการทั้ง ๒ องค์ประกอบ เป็นผู้ที่ ยึดโยงกับเสียงของพี่น้องประชาชน และเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความต้องการของประชาชน ตลอดจนคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ เพื่อให้เป็นไปตามนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องยกเลิกประกาศ คณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๕๓ ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ ซึ่งมีการกำหนดเงื่อนไขระยะเวลา ในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๒/๒๕๕๘ ในข้อ ๖ ที่ทำให้การออกมาตรการของฝ่ายบริหารขาดความยืดหยุ่น จนอาจไม่เหมาะกับกาลสมัย และแก้ไขให้การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์รวมอยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกัน ให้อำนาจรัฐมนตรีเป็นผู้ประกาศ เรื่องเวลา สถานที่ในการขายและบริโภค หรือห้ามขาย และห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรืออาจมอบหมายต่อ ให้หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่รับผิดชอบมีอำนาจในการ ออกประกาศอื่น ๆ ต่อได้ ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดให้มีการควบคุมการขายหรือการบริโภค มิใช่พิจารณา จากแค่สถานที่เพียงอย่างเดียวครับท่านประธาน แต่ควรพิจารณาจากความเหมาะสม ของรูปแบบกิจกรรมที่ประกอบด้วย เช่น สนามกีฬาหรือหอประชุมของราชการที่ปัจจุบัน นับเป็นพื้นที่ราชการ และไม่สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้เลยในทุกกรณี ถึงแม้จะมี การจัดงานส่งเสริมสินค้าภูมิปัญญาชาวบ้าน งานแข่งขันกีฬา งานมหรสพ หรืองานจัดเลี้ยง ตามประเพณีต่าง ๆ ก็ไม่สามารถขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ จึงจำเป็นจะต้อง มีการแก้ไขให้สามารถทำได้ภายใต้ระเบียบที่ออกโดยรัฐมนตรีเป็นผู้กำหนด หรือให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบสถานที่เหล่านั้นเป็นผู้ให้การอนุญาตเป็นรายกรณีไป

ประเด็นที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะปรับปรุงคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง โดยในส่วนของคณะกรรมการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้มีอยู่ ๒ ชุด คือคณะกรรมการ นโยบายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แห่งชาติ และคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีหน้าที่สนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและให้ความเห็น และตรวจสอบการติดตาม การดำเนินการตามนโยบาย การแก้ไขนี้มุ่งเน้นที่จะเพิ่มองค์ประกอบในการพิจารณาของ คณะกรรมการให้มีความรอบด้านมากขึ้น จึงมีการเพิ่มเติมกรรมการจากกระทรวง DE หรือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายมาร่วมเป็นองค์ประกอบในทั้ง ๒ คณะกรรมการ