คำพอง เทพาคำ หารือร่างกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเน้นปัญหาการฮั้วจัดซื้อจัดจ้าง การใช้บัญชีม้า และการทุจริตในโครงการรัฐ พร้อมเรียกร้องให้มีการกระจายอำนาจ งบประมาณ และการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบอย่างโปร่งใส เพื่อไม่ให้การตรวจสอบเน้นเฉพาะองค์กรท้องถิ่นในขณะที่โครงการใหญ่ของรัฐกลับหลุดโฟกัส
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนภาคอีสาน นะครับ ก็ขออนุญาตในการที่จะให้ความเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหาร ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ซึ่งผมก็จะให้ความเห็นในเชิงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น นะครับ เพื่อที่จะประกอบหลักการในการที่จะให้ความเห็นชอบในการรับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้นะครับ เราก็จะเห็นว่าในปรากฏการณ์ของการทุจริตนี้ โดยเฉพาะการทุจริตในภาครัฐที่จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหาร งบประมาณนี้นะครับ เราก็จะเห็นปรากฏการณ์ เห็นการดำเนินคดี บางทีเราก็สาวไม่ถึงคนที่ อยู่เบื้องหลัง หรือบุคคล หรือกลุ่มคน หรือขบวนการที่อยู่เบื้องหลังในการที่จะก่อให้เกิด การทุจริตในการบริหารราชการแผ่นดิน ในการบริหารงบประมาณของแผ่นดิน เช่น เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง เราก็เห็นว่าโครงการขนาดใหญ่หรือว่าโครงการขนาดเล็กนี้ เราจะเห็นว่ามันมีเรื่องของการมีคนไปตั้งโต๊ะ เขาเรียกว่า ตั้งโต๊ะเปิดการฮั้วกัน แม้ว่าการจัดซื้อจัดจ้างจะเปลี่ยนไปเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือเปลี่ยนเป็นระบบอะไร ก็แล้วแต่ เรื่องราวข่าวในการที่จะไปเปิดเรื่องของการฮั้วกัน เรียกเปอร์เซ็นต์เรียกเงินทอนกัน เปอร์เซ็นต์นี้เรียกก่อนใช่ไหม เงินทอนเรียกทีหลัง ก็จะปรากฏว่ามีบุคคลมีขบวนการ มีนักการเมืองบางกลุ่มบางก้อนที่ไปแสวงหาผลประโยชน์จากการที่มีการจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องของโครงการของรัฐ บางโครงการหนักขนาดว่าไปเปิดบัญชีม้าไว้รองรับนะครับ ท่านประธาน เปิดบัญชีม้าอย่างไร ก็คือการจัดซื้อจัดจ้างปกติมันจะต้องมีการ เขาเรียกว่า มีการเสนอราคงราคาใช่ไหม แต่ปรากฏว่าอันนี้ไม่แล้ว โอนเงินเข้าบัญชีม้าโดยตรง แล้วก็ไป ทำเอกสารการตรวจรับนี้ไม่ต้องพูดถึง เขาไม่มี หรือมีตรวจรับก็จริง แต่ว่าของที่ส่ง พัสดุที่ส่ง ของที่ส่งไปกับรายการที่ปรากฏหรือสิ่งที่ชาวบ้านได้รับ คือจริง ๆ แล้ว การใช้จ่าย งบประมาณของรัฐ ประชาชนชาวบ้านถ้าเป็นโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ฐานรากอะไรต่าง ๆ นี้ ก็จะไปในเชิงเขาเรียกว่าอะไร ปัจจัยการผลิต อันนี้เราก็บางอย่างก็ได้ ไม่ตรงกัน แต่ว่าปรากฏการณ์ของการใช้บัญชีม้าก็คือโอนเข้าไปสู่บัญชี แทนที่จะโอนเข้าบัญชี ของผู้รับเหมาหรือผู้รับจ้าง ก็โอนเข้าไปบัญชีม้า แล้วก็ไปเบิกเงินสด แล้วก็ไปจัดซื้อ ตามอำเภอใจ วัสดุที่ซื้อ ปัจจัยการผลิตอย่างที่ว่าก็ไม่ตรงตามที่มีการจัดซื้อจัดจ้างไว้
ท่านประธานครับ ผมคิดว่าอีกเรื่องหนึ่งนั้น ก็คือการทุจริตนี้เราจะพุ่งเป้าหรือ การตรวจสอบการทุจริต เราจะพุ่งเป้าไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งทำงานอยู่ใกล้ชิด กับพี่น้องประชาชน งบประมาณก็น้อย งบประมาณแต่ละปีแทบไม่มีก็พุ่งตรงไปที่นั่น จับเล็ก จับน้อย จับปากกา ดินสออะไรประมาณนี้นะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ว โครงการขนาดใหญ่ มันปรากฏอยู่ในราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคใช่ไหม ไม่ว่าจะเป็นระดับกระทรวง ระดับ กรมก็ดี ก็จะเห็นว่าเป็นโครงการขนาดใหญ่ ตรงนี้การตรวจสอบมักจะไม่ถึง ผมใช้ คำว่า ไม่ถึงก็แล้วกัน ไม่ครบถ้วน ไม่ครอบคลุม เพราะไปจับเอาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ ที่สำคัญก็คือเป็นเหตุผลสำคัญบอกว่าอย่ากระจายอำนาจ อย่ากระจายงบประมาณไปให้ ท้องถิ่นเลย เพราะว่ามันจะมีการโกงกัน ทั้ง ๆ ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องทำงานหนัก เงินก็น้อย นี่ล่าสุดเขาเรียกว่า สมาคมเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาก็มาร้องเรียน บอกว่าเงินที่จะมาใช้ งบประมาณที่จะมาใช้ในการบริการสาธารณะ อำนวยความสะดวก หรือว่าอำนวยให้เกิดประโยชน์กับประชาชนตามอำนาจหน้าที่ ก็ไม่มีไม่โอนไปให้ โอนก็โอน ล่าช้า แล้วมิหนำซ้ำตรวจจุก ๆ จิก ๆ จนกระดิกกระเดี้ยอะไรไม่ได้ แต่ว่าโครงการขนาดใหญ่ ของภาครัฐขนาดใหญ่ก็ปล่อยหลุดลอยไปอย่างลอยนวล ลอยหน้าลอยตา มีการเสนอโครงการ ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่รู้ว่าตำน้ำพริกลงไปละลายตรงไหน คือไม่เห็นแม้แต่น้ำพริกไม่เห็นแม้แต่ปลาร้า ปลาแดกไม่เห็นเลย แต่ว่าแค่เม็ดเกลือที่ลงไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตรวจสอบกัน เอาจริงเอาจัง ผมคิดว่าในการที่จะกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมของประชาชนตามที่เรามี เจตนาที่จะบอกว่าไม่ต้องแค่รายงาน ไม่ว่าจะเป็นวุฒิสภาหรือว่าสภาผู้แทนราษฎรหรือ คณะรัฐมนตรีรายงานให้ประชาชน ไม่เท่ากับประชาชนเห็นเม็ดเงิน เห็นงบประมาณผ่านทาง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นอยากจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการใช้ งบประมาณ ตรวจสอบการทุจริตอย่างเข้มข้น ต้องกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณลงไป ให้ประชาชนเขาได้เห็น ถ้ากระจายลงไปแล้วไม่เห็นเดี๋ยวประชาชนตรวจสอบ ถ้าเป็นรายงาน นะครับท่านประธาน ถ้าเป็นรายงานก็ไม่รู้ว่ารายงานนั้นกับเอกสารกับสิ่งที่มันปรากฏขึ้น เรื่องของการใช้งบประมาณของการทุจริตมันตรงกันหรือไม่ ดังนั้นในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ ทั้งของทางอาจารย์วิโรจน์ แล้วก็ของ รัฐบาลนี้ ผมก็รับหลักการนะครับท่านประธาน แต่ว่าในขั้นกรรมาธิการเข้าใจว่าจะมีการลง ในรายละเอียด แล้วก็ส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนได้เห็นการบริหารจัดการงบประมาณ สามารถที่จะมองเห็นสัญญาณของการทุจริตอยู่ในการบริหารงบประมาณได้อย่าง ตรงไปตรงมา แล้วชาวบ้านสามารถบอกได้ ตรวจสอบได้อย่างเข้มข้น ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน