อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด อภิปรายสนับสนุนร่างแก้ไข พ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเสนอให้ ป.ป.ท. มีอำนาจตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลได้เองโดยไม่ต้องรอ ป.ป.ช. ส่งเรื่อง พร้อมเน้นความจำเป็นในการปรับกฎหมายให้ทันสมัย สอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติ และป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความโปร่งใสในภาครัฐ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ผมต้องขอกราบเรียนนะครับว่าปัญหาเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันไม่ได้ เกิดกับประเทศไทยประเทศเดียว หลายประเทศก็ประสบปัญหานี้ครับ แต่คำถามคือว่า เมื่อเขาประสบกับปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันแล้ว บางประเทศแก้ไขได้มาก บางประเทศ แก้ไขได้น้อย และบางประเทศแก้ไขไม่ได้เลย องค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติได้ประกาศ ผลดัชนีการรับรู้การทุจริตที่เรียกว่า CPI ประจำปี ๒๕๖๕ ประเทศไทยได้ ๓๖ คะแนนครับ เห็น ๓๖ นี่เราคิดว่าไม่ขี้เหร่ครับ แต่พอรู้ว่าจาก ๑๐๐ นี่ขี้เหร่เลยครับ ไทยอยู่อันดับ ๑๐๑ ครับ ถ้าวัดเฉพาะ ASEAN อยู่อันดับ ๔ ของ ASEAN Champ กลุ่มของการป้องกันปราบปราม การทุจริตคอร์รัปชันของ ASEAN ก็คือสิงคโปร์ สรุปครับไทยอยู่ ๑๐๑ จาก ๑๘๐ ประเทศ ได้ ๓๖ คะแนนจากคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน ท่านที่เคารพครับ เราไม่อาจคาดหวังผลลัพธ์ ที่แตกต่างตราบที่เรายังใช้วิธีการเดิม การที่ ครม. และรัฐบาลได้เสนอปรับปรุงกฎหมาย ในส่วนของพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ จากเดิมมี ๖๗ มาตรา ซึ่งจะมีการปรับแก้ ๒๙ มาตรา บัญญัติใหม่ ๑๔ มาตรา ยกเลิก ๑ มาตรา รวมทั้งสิ้นจะมีเพิ่มขึ้นเป็น ๘๐ มาตรา ท่านที่เคารพครับ กฎหมายนี้มีการ ใช้มาแล้วถึง ๑๖ ปี ซึ่งควรจะมีการปรับแก้ให้สอดรับกับยุคสมัย โดยกฎหมายฉบับนี้ ขณะร่างแก้ไขนั้นได้ออกแบบ ได้มีการให้กฤษฎีกาได้ตรวจสอบ หัวใจสำคัญหรือสารัตถะ สำคัญที่ไม่พูดไม่ได้คือการปรับให้มีอำนาจในการตรวจสอบมากขึ้น เนื่องจากว่าที่ผ่านมา สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. จะสามารถ ตรวจสอบได้ก็ต่อเมื่อ ป.ป.ช. ได้ส่งมอบเรื่องให้เท่านั้น อธิบายแปลเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ ป.ป.ช. ต้องเป็นคนชงเรื่องมาให้ ป.ป.ท. ถึงจะรับเรื่องที่ชงไปดำเนินการต่อ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว หากเราสามารถปรับแก้ให้ ป.ป.ท. สามารถที่จะชงเอง ฟาดเองได้ก็จะเป็นการเพิ่ม ประสิทธิภาพ เป็นการเสริมเขี้ยวเล็บและลดความซ้ำซ้อนระหว่างการทำงานของ ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. ผมได้หารือฝ่ายกฎหมายนะครับ ว่าเรื่องที่ทาง ป.ป.ช. ส่งให้ ป.ป.ท. สอบก็ว่าไป แต่เรื่องที่ ป.ป.ท. จะลุกขึ้นมาชงเองจะเป็นในหมวดการประพฤติมิชอบ ซึ่งก็สามารถทำได้ พอพูดถึงการประพฤติมิชอบบางท่านก็จะไปเข้าใจว่า เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นคดี มโนสาเร่ แต่จริง ๆ แล้วสำคัญครับ เพราะถ้าเราสามารถตัดไฟได้ตั้งแต่ต้นลมหนักก็จะกลายเป็นเบา ทุเลาก็จะกลายเป็นหาย ดังนั้นกฎหมาย ป.ป.ท. ปัจจุบันนั้นต้องไปเพิ่มบทบัญญัติในส่วนนี้ และสารัตถะสำคัญอีก ๑ เรื่องครับ ก็คือหลักเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ซึ่งจะมีการให้ เปิดเผยถึง ๓ ขั้นตอน ก็คือ ๑. ถ้าเป็นงาน Production ก็เรียกว่า Pre-Production คือ ก่อนการไต่สวน ๒. เปิดเผยได้เมื่อได้ดำเนินการไปแล้ว และ ๓. คณะกรรมการ ป.ป.ท. ได้ชี้มูล พร้อมกันนี้ครับ ป.ป.ท. ยังมีอำนาจในเรื่องของการออกหมายจับ โดยสามารถขอศาล ออกหมายจับได้เอง รวมถึงสามารถวินิจฉัยในการดำเนินการจับ ปล่อยตัวชั่วคราว หรือจะ มอบพนักงานสอบสวนทำแทน ซึ่งก็สามารถดำเนินการได้ด้วย ป.ป.ท. เอง คดีที่พูดแบบ ชาวบ้านคือคดีมโนสาเร่ เรื่องการคุกคามทางเพศ เรื่องของการเอาผิดในเรื่องเพศ เรื่องอนาจาร ก็เปิดโอกาสให้ไปตรวจสอบในเรื่องวินัย แล้วก็นำไปสู่คดีอาญา รวมถึงเรื่องที่ อาจจะดูไม่เป็นเรื่องนะครับ ข้าราชการเลิกงานไวกว่าปกติ จึงมีคำถามครับว่านาฬิกาที่ใด ปลอดภัยที่สุด เขาบอกนาฬิกาที่ออฟฟิศครับ เพราะทุกคนจะจ้องดูนาฬิกาเป็นตาเดียวกัน แต่ถ้าหากว่ามีการเลิกงานไวกว่าเวลาก็จะมีการดำเนินการได้ กรณีการนำรถหลวงไปใช้ ส่วนตัวนอกเวลาราชการ ในส่วนนี้ ป.ป.ท. ก็สามารถจะชงเรื่องในการประพฤติมิชอบ โดยสามารถดำเนินการสืบสวนสอบสวนได้ทันที นี่ครับ จึงเป็นสารัตถะสำคัญที่สามารถ ดำเนินการชี้เป้าเอาผิด สามารถดำเนินการสืบสวนสอบสวนได้ทันที จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ครับ เป็นเรื่องของการสร้างความโปร่งใสเพื่อการป้องกันการประพฤติมิชอบของส่วนราชการ ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานของภาครัฐยิ่งขึ้น จะเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบ โดยกฎหมายฉบับนี้จะสอดคล้องกับอนุสัญญา สหประชาชาติ ว่าด้วยการต่อต้านการทุจริตหรือ UNCAC ซึ่งถือว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ ของการแก้ไขกฎหมาย ท่านประธานครับการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ล้าสมัยให้เป็นปัจจุบัน สอดรับกับสถานการณ์ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพื่อให้กฎหมายนั้นได้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสม รวมถึงเป็นกฎหมายที่ดีได้รับการยอมรับจากทุกภาคส่วน แต่กฎหมายที่แก้ไขนั้น ต้องไม่ถูกนำไปเป็นเครื่องมือในการกลั่นแกล้งกัน ดังนั้นการเสนอกฎหมายในลักษณะของ การเพิ่มอำนาจ ไม่ใช่การเพิ่มอำนาจไม่ใช่การแย่งอำนาจ แต่เป็นการทำงานให้การตรวจสอบ ในภาครัฐสามารถดำเนินการเพื่อการป้องกันการทุจริต รวมถึงการประพฤติมิชอบได้ ผมจึง ขอเห็นชอบกับร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวครับ ขอบคุณครับ