อนุชา สนับสนุนยกเลิก พ.ร.บ. เช็คเด้ง ชี้โทษไม่สอดคล้องยุคสมัย

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖

อนุชา บูรพชัยศรี สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกกฎหมายว่าด้วยความผิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 โดยชี้ว่ากฎหมายดังกล่าวล้าสมัย ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และการตั้งโทษอาญาสำหรับเช็คเด้งกระทบเสรีภาพเกินจำเป็น จึงควรถูกยกเลิกเพื่อสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและเจตนาของรัฐธรรมนูญ

นายอนุชา บูรพชัยศรี แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอนุชา บูรพชัยศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรครวมไทยสร้างชาติ แบบบัญชีรายชื่อ จากกรุงเทพมหานครครับ วันนี้ผมขออภิปรายที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิก พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ได้ใช้มากกว่า ๓๐ ปีแล้ว ซึ่งตามที่ทาง ครม. ได้มีมติเห็นชอบในร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกเกี่ยวกับเรื่องของความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คนี้ ก็ต้องบอกว่าที่ผ่านมานี้หากมีการใช้ เช็คแล้วไม่สามารถเรียกเก็บเงินได้ก็จะเรียกกันง่าย ๆ ว่าเป็นการที่เกิดเช็คเด้ง ผู้สั่งจ่ายก็จะมี โทษอาญาติดคุกไม่เกิน ๑ ปี หรือปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งในส่วนนี้ ก่อนที่จะอภิปรายลงในรายละเอียด ผมขออนุญาตที่จะเท้าความสั้น ๆ ว่าเช็คอย่างที่ ทราบกันอยู่ก็คือเป็นตราสารอย่างหนึ่งที่เป็นข้อสัญญาระหว่างบุคคลในการที่จะมีการ เรียกว่ากู้ยืมเงินต่าง ๆ ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาการกู้เงินอื่น ๆ หรือว่าเป็นหนี้ทางแพ่งตาม ประมวลกฎหมายแพ่งก็เรียกว่าไม่ได้มีการกำหนดโทษอาญาใด ๆ จนกระทั่งใน พ.ศ. ๒๔๙๗ ได้มีการออกพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะสร้างความเชื่อมั่น ให้แก่ผู้ที่ได้รับเช็คว่าได้รับเงินอย่างแน่นอน แล้วก็เพื่อที่จะส่งเสริมการใช้เช็คในการทำ ธุรกรรม เนื่องจากว่าในขณะนั้นช่องทางการทำธุรกรรมเกี่ยวกับเรื่องของการชำระเงินยังไม่มี ทางเลือกมากนัก แล้วก็ต้องส่งเสริมให้มีการใช้เช็คเพื่อที่จะส่งเสริมการหมุนเวียนของ เศรษฐกิจ แล้วต่อมาก็ได้มีการแก้ไขรายละเอียดข้อกฎหมายจนกระทั่งมาเป็น พ.ร.บ. ในปี ๒๕๓๔ ที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน สิ่งที่สำคัญครับ อย่างที่ว่าก็คือในปัจจุบันโลกมี การเปลี่ยนแปลงแล้วนะครับ หลายสิบปีที่ผ่านมาจำนวนเช็คที่เรียกเก็บอยู่ที่ปี ๒๕๕๕ กว่า ๗๕ ล้านฉบับ ในปี ๒๕๖๔ ๑๐ ปีให้หลังจากข้อมูล ลงมาเหลือแค่ประมาณ ๔๑ ล้านฉบับ เพราะฉะนั้นการที่มีการชำระเงินในส่วนอื่น ๆ สามารถดำเนินการได้ นอกเหนือจากนั้นในเรื่องของปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเอาผิดเกี่ยวกับเรื่องของเช็คเด้ง ประการแรกก็คือมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องของการกำหนดโทษทางอาญา นอกจากนั้นจะเป็น เรื่องของปัญหาที่ผู้ออกเช็คอาจจะต้องรับผิดทางอาญา แม้จะไม่ได้มีเจตนาในเรื่องของ การที่จะกระทำทุจริตแต่อย่างใด อีกส่วนหนึ่งก็คือปัญหาที่เกี่ยวกับการกำหนดโทษทางอาญา ที่ไม่สอดคล้องกับหลักสากล ท่านประธานครับ ในส่วนของการที่ไม่สามารถจ่ายเงินตามเช็ค หรือที่เรียกว่าเป็นเช็คเด้งนั้นก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ ถ้าพี่น้องประชาชนที่เคยใช้จ่ายแล้วก็มี การสั่งจ่ายเช็คก็คงจะทราบว่าการค้าขายโดยสุจริตสามารถที่จะเกิดปัญหาในเรื่องของ การค้าได้ ในการที่มีการส่งเช็คกันต่อ ๆ มา อย่างเช่น พูดง่าย ๆ ว่าจาก Supplier เขาส่งเช็ค ให้เรา เราเป็นคนกลางในการทำในเรื่องของสินค้าต่าง ๆ ส่งมอบให้กับลูกค้า ถ้ามีการที่ เรียกว่า Cash Flow ต่าง ๆ เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นมากับทางด้านกระแสเงินสด อาจจะทำให้ ไม่สามารถที่จะจ่ายเงินหรือมูลหนี้ได้ตามเช็คนั้น โดยที่ว่าจริง ๆ แล้วไม่ได้มีเรื่องของ การทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องเลย แต่เป็นในเรื่องของธุรกิจที่กำลังมีปัญหาในเรื่องของ Cash Flow ซึ่งจะต้องได้รับการแก้ไข เพราะฉะนั้นเรื่องของคดีอาญาต่าง ๆ นี้ ก็เป็นส่วนที่อาจจะต้องมีประเด็นที่เราต้องมีการ แก้ไข แล้วทางด้าน ครม. โดยรัฐบาลก็ได้มีการดำเนินการเข้ามาในสภาในวันนี้ นอกจากนี้ แล้วตามบทบัญญัติมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ใน พ.ศ. ๒๕๖๐ ก็ยังระบุ ว่ารัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และพึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง จริง ๆ เท่านั้น แล้วก็เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกติการะหว่างประเทศ ด้วยสิทธิพลเมืองและ สิทธิการเมืองที่กำหนดให้บุคคลจะถูกจำคุกเพียงเพราะเหตุไม่สามารถปฏิบัติการชำระหนี้ ตามสัญญาไม่ได้ อันนี้ก็เป็นที่มาในเรื่องของที่เกี่ยวข้องกับทางด้านกฎหมายที่จะเอาเข้าสภา ในวันนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องยกเลิกกฎหมายว่าด้วย ความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คโดยเร่งด่วน เนื่องจากเป็นการใช้โทษอาญาที่ไม่เหมาะสม กระทบกับเสรีภาพมากเกินไป โดยเมื่อกฎหมายยกเลิก พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้แล้ว การจ่าย เช็คเด้งจะไม่เป็นความผิดทางอาญาอีกต่อไป ผู้ที่ต้องโทษจำคุกในคดีเช็คจะพ้นโทษทันที โดยไม่ต้องรอให้ศาลออกหมายปล่อย ส่วนลูกหนี้กับเจ้าหนี้ที่ได้ทำข้อตกลงผ่อนชำระหนี้ ต่อศาลไว้แล้ว ให้ถือว่าเป็นข้อตกลงนั้นเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความและใช้ได้ต่อไป และหากศาลได้กำหนดพิจารณาคดีอยู่ก็ให้จำหน่ายคดีส่วนของอาญา แต่พิจารณาเฉพาะ ในส่วนของคดีแพ่งต่อไปได้ ดังนั้นต่อจากนี้หากเกิดเช็คเด้ง เจ้าหน้าที่หรือว่าเจ้าหนี้จะไม่ สามารถฟ้องเป็นคดีอาญาเพื่อบีบคั้นลูกหนี้ได้อีกต่อไป แต่สามารถที่จะฟ้องเป็นคดีแพ่งให้ ลูกหนี้ชำระหนี้คืนได้ แต่หากลูกหนี้ออกเช็คโดยมีเจตนาที่จะโกงหรือทุจริตตั้งแต่แรกก็ยัง เข้าข่ายมีความผิดฐานฉ้อโกงและรับโทษตามกฎหมายได้อยู่ดี เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะสรุปในส่วนของกฎหมายฉบับนี้ ขอกลับไป ๑ สไลด์ ก็คือ ข้อ ๑ ยกเลิก ความผิดอาญาเกี่ยวกับเช็ค อันนี้ชัดเจน ข้อ ๒ คือปล่อยตัวผู้ต้องโทษจำคุกทันทีที่กฎหมาย มีผลบังคับใช้และเพิกถอนคำสั่ง คุมประพฤติหรือพักการลงโทษโดยเร็ว ข้อ ๓ ศาลมีอำนาจ ที่จะพิจารณาพิพากษาคดีในส่วนแพ่งต่อไปได้ ข้อ ๔ เดิมกฎหมายให้ผู้ออกเช็คเด้งต้องรับ โทษจำคุกเพื่อให้การใช้เช็คมีความน่าเชื่อถือ อย่างไรก็ตาม ข้อ ๕ โทษจำคุกจากการใช้เช็ค ถูกใช้เป็นเครื่องมือบีบบังคับในการชำระหนี้ที่ผ่านมา ข้อ ๖ ขัดกับหลักสากลที่ไม่นำเรื่อง ของอิสรภาพของคนมาใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ ข้อ ๗ ปัจจุบันการโอนเงินมีวิธีการ ที่หลากหลาย ไม่จำเป็นต้องสร้างความน่าเชื่อถือโดยการใช้เช็คเป็นพิเศษอีก และข้อสุดท้าย ข้อ ๘ จึงเป็นที่มาที่ผมอภิปรายสนับสนุนที่จะยกเลิกความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ผมจึงมี ความเห็นสนับสนุนการยกเลิกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๕๓๔ พ.ศ. .... โดยเห็นควรปล่อยตัวผู้ต้องหาจำคุกจากฐานความคิดนี้เพิกถอน คำสั่งคุมประพฤติ ส่วนมูลหนี้ตามคดีแพ่งยังคงคุ้มครองฝ่ายโจทก์ โดยให้ดำเนินคดีต่อไป ตามเดิมและให้มีกระบวนการประนีประนอมยอมความกันได้ เช่น การให้ลูกหนี้ผ่อนชำระ ตามแต่ตกลงกัน โดยการใช้เช็คที่มีเจตนาทุจริตก็ยังคงดำเนินคดีอาญาในฐานความผิดอื่น เช่น ความผิดฐานฉ้อโกงได้ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ