ธีรัจชัย พันธุมาศ อภิปรายร่างพระราชบัญญัติยกเลิกความผิดกรณีการใช้เช็ค โดยเห็นด้วยในหลักการแต่ตั้งข้อสังเกตถึงการขาดมาตรการรองรับจากรัฐและการกำกับดูแลจากสถาบันการเงิน พร้อมเสนอแนวทางจากต่างประเทศเพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของเช็ค ทั้งการจัดระบบบันทึกข้อมูลเครดิต มาตรการลงโทษทางเศรษฐกิจและวิชาชีพ รวมถึงเรียกร้องให้ทบทวนร่างกฎหมายอย่างรอบด้านเพื่อแก้ไขทั้งต้นเหตุและปลายเหตุอย่างสอดคล้อง หลีกเลี่ยงการยกเลิกความผิดแบบไม่รอบคอบที่อาจก่อให้เกิดช่องว่างในกระบวนการยุติธรรม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก เขตมีนบุรี เขตลาดกระบัง ขออนุญาตอภิปรายพระราชบัญญัติยกเลิกว่าด้วยความผิดอันเกิดจาก การใช้เช็ค ท่านประธานครับ เช็คเป็นตราสารที่ใช้แทนเงินในการชำระหนี้ เราใช้เช็คมานาน หลายปี เช็คที่จะเป็นตราสารที่มีความเชื่อถือได้มันจะต้องเป็นเช็คที่เมื่อออกมาแล้วผู้รับเช็ค จะต้องได้รับเงินตามที่ตกลงกันไว้และตามที่สัญญาที่วันที่ลงในเช็ค แต่ถ้าเกิดมีเช็คที่ ไม่สามารถรับเงินได้ นั่นก็คือทำให้ความเชื่อถือในตราสารชนิดนี้ไม่สามารถได้รับการเชื่อถือ อีกต่อไป ผมเห็นพ้องในหลักการที่บอกว่าในส่วนของการดำเนินคดีอาญาสำหรับผู้ที่ไม่มี เจตนาทุจริตในการใช้เช็ค เนื่องจากว่าเราเป็นสมาชิกกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิ พลเมืองและสิทธิทางการเมือง ICCPR ที่ห้ามรัฐใดจำคุกเพียงไม่ปฏิบัติการชำระหนี้ และในเรื่อง ความผิดเกี่ยวกับการใช้เช็คไม่เข้าลักษณะของทฤษฎีความผิดทางอาญาเลย ผมเห็นด้วยกับ หลักการ แต่ในส่วนของวิธีการที่รัฐบาลได้ยกเลิกในทันทีทันใดโดยมิได้คำนึงถึงเหตุผลอื่น ตรงนี้ผมยังอาจจะตั้งข้อสังเกตของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สืบเนื่องจากถ้าเกิดว่าเรายกเลิกไปทันทีทันใด โดยรัฐยังไม่เคยมีมาตรการอื่นเลย นั่นก็ หมายความว่าเช็คจะเป็นตราสารที่ขาดความเชื่อถือทันที เพราะว่าโดยหลักเดิมแล้วคดีอาญา ก็เป็นส่วนหนึ่งในการทำให้คู่กรณีมีการต่อรอง แล้วก็มีการใช้คดีอาญาในการที่จะทำให้ ชำระหนี้ดีขึ้น ผมเรียนอย่างนี้ว่าในกรณีที่มีเจตนาทุจริตแล้วถูกลงโทษในทางอาญาก็ถือว่า สมเหตุสมผล แต่ถ้ากรณีที่ไม่มีเจตนาทุจริตเพียงแต่แค่ถูกผู้สั่งจ่ายเช็คหมุนเวียนในบัญชี ไม่ทัน แล้วจะนำโทษทางอาญาบังคับใช้ก็ถือว่าไม่สมเหตุสมผล ๒ หลักนี้มันเป็นหลักที่สำคัญ แต่สิ่งสำคัญคือก่อนที่รัฐจะยกเลิก พ.ร.บ. เช็คความผิดทางอาญา รัฐได้มีมาตรการหรือยัง การแก้ไขยกเลิกเช็คในคดีอาญานั้นเป็นการทำที่ปลายเหตุนะครับ แต่ต้นเหตุคือต้องรวม ที่ระบบธนาคาร ถามว่าธนาคารซึ่งเป็นเจ้าของผู้เป็นต้นเหตุในการใช้เช็ค ได้มีการกลั่นกรอง ผู้ที่จะสามารถออกตราสารชนิดนี้ได้หรือไม่ ถ้าเกิดว่าไม่มีการกลั่นกรองเลย เช่น มีกระแสเงิน สดเท่าไร มีเงินคงค้างเท่าไร และระยะเวลากี่เดือน ถึงจะให้สิทธิในการออกเช็ค แต่ถ้าเกิดให้ เปรอะไปหมดแล้วปล่อยภาระของเอกชนระหว่างเอกชน หรือประชาชนทั่วไปออกเช็คกันเอง แล้วไปฟ้องกันเองไปตามเรื่องคดีแพ่งกันเอง คดีแพ่งใช้เวลาปี ๒ ปี ๓ ปีบังคับคดีก็ไม่ได้ ยากมาก คดีอาญาศาลก็ต้องชะลอให้รับสารภาพแล้วก็มีการผ่อนจ่ายไปก็ยังทำได้ แต่ตรงนี้ เครื่องมือในการ Check จะไม่มี ความเชื่อถือของเช็คจะไม่มี ดังนั้นสถาบันการเงินเราไม่เคย พูดถึงเลย รัฐบาลไม่เคยพูดถึงว่าใช้สถาบันการเงินมาเข้มงวดกับการเปิดบัญชีได้อย่างไร ผมเรียนในส่วนของประเทศฝรั่งเศสนะครับ ในประเทศฝรั่งเศสเขามีศูนย์เขาเรียกว่า ศูนย์รวมทางด้านการ Check ข้อมูลทางเช็ค เมื่อเกิดเช็คเด้งธนาคารจะแจ้งข้อมูลไปยังศูนย์ นี้ แล้วข้อมูลศูนย์จะถูกแจ้งไปยังธนาคารทุกธนาคารว่าบุคคลนั้นเกิดเช็คเด้ง ธนาคารผู้ปฏิเสธ การจ่ายเงินชำระเงินนะครับ ผลเขาจะถูกห้ามทำธุรกิจการเงินเป็นเวลา ๕ ปี ต่อเมื่อบุคคล ดังกล่าวจะไปชำระเบี้ย ผู้ทรงเช็คแล้วก็จะให้สิทธิในการกลับมาก่อน แต่ไม่ได้ทันที ก็อาจจะ มีกำหนดระยะเวลา ๖ เดือน หรือ ๑ ปี เพื่อเป็นการลงโทษ ซึ่งจะทำให้เช็คนั้นมีความ น่าเชื่อถือขึ้น แต่เรื่องนี้รัฐบาลไม่เคยมีการพูดถึงเลยครับ คิดแต่จะเลิกอย่างเดียวในแง่มุม เดียวนะครับ
อีกความเห็นหนึ่ง ก็คือในเรื่องของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตเราไม่ เคยพูดถึงเลยว่าถ้าเกิดคนที่ออกเช็ค ถ้าเรามีข้อมูลเช็คแล้วถ้าลองทำแบบฝรั่งเศส แล้วข้อมูล เครดิตจะต้องบันทึกไว้คนนี้ได้มีการออกเช็ค แล้วปฏิเสธการจ่ายเงิน ทำลายความเชื่อถือและ ให้ประชาชนที่จะรับเช็คนั้นสามารถตรวจสอบได้โดยง่าย ถ้าตรวจสอบแล้วบุคคลนี้ มีการใช้เช็คที่ถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน มันก็จะทำให้เขาไม่อยากจะรับเช็คอันนั้น นี่คือทำให้ หลักประกันในการที่ประชาชนนั้นจะได้รับเช็คโดยไม่ต้องไปยุ่งกับการฟ้องคดี และเช็คจะมี ความน่าเชื่อถือมาก ผมเรียนอีกอย่างหนึ่งในส่วนของประเทศฝรั่งเศส เขามีมาตรการอื่นถ้า เกิดว่าเราออกเช็คไม่มีเงินเสมือนเป็นการทำให้เป็นการฉ้อโกงนะครับ คือเช่น เขาห้ามมิให้ ประกอบอาชีพธนาคาร ห้ามมิให้ประกอบอาชีพนายหน้า ห้ามมิให้เป็นสมุห์บัญชีในบริษัท จำกัด ห้ามมิให้เป็นผู้ดำเนินการหรือจัดการในตำแหน่งใด ๆ ในบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วน จำกัด หรือเป็นตัวแทนสาขาของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ห้ามมิให้ประกอบอาชีพอื่น อุตสาหกรรมนะครับ หากถูกคำพิพากษาให้จำคุก ๓ เดือนเป็นต้นไป นี่คือมาตรการที่ทำให้ คนนั้นไม่กล้าออกเช็คที่ไม่ดีมันทำให้เสียเครดิตระยะยาว ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ผมอยากจะ ฝากทางรัฐบาลว่าการที่จะออกแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ คำนึงถึงแค่คดีอาญาสิทธิอย่างเดียว แต่เป็นการทำลายตราสารที่น่าเชื่อถือ ธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจอื่นที่ตัวเองต้องใช้เช็คจะขาดความ มั่นใจในการที่ใช้เช็คเลย นี่ผมเชื่อว่าเป็นการมองมุมเดียวมองแค่ปลายเหตุเท่านั้นนะครับ ในส่วนตัวผมเห็นด้วยการยกเลิก แต่การยกเลิกแบบยกเลิกเฉย ๆ ดื้อ ๆ แบบนี้ ผมเชื่อว่าความ รอบคอบของรัฐบาลนั้น ความรับผิดชอบต่อประชาชนต่อตราสารหนี้เช็คอาจจะยังน้อยไป นะครับ ดังนั้นผมอยากจะให้รัฐบาลนั้นไปแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ไม่ว่าเรื่องศูนย์ข้อมูลเช็ค เรื่องข้อมูลเครดิตบูโร เรื่องของมาตรการหลังจากที่คนที่ออกเช็คไม่ดีแล้วเป็นอย่างไร และ รวมถึงธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคารพาณิชย์จะต้องมีการกลั่นกรองว่าใครที่ออกเช็คนั้น เป็นอย่างไร และมีการแจ้งเตือนเสมอถ้าเกิดว่าเขาเอาเช็คเกินวงเงินที่ควรจะเป็นกับบัญชี กระแสวัน กระแสเงินสดของเขา แล้วก็เงินคงค้างของเขาเพื่อให้เหมาะสม เพื่อให้ตราสาร ตรงนี้มีความน่าเชื่อถือ ไม่ใช่ต้องมาพึ่งกับการธนาคารและปล่อยไว้ให้ไปฟ้องคดีแพ่งกันเอง นะครับ ผมเรียนนะครับว่าเรื่องนี้ผมไม่ขัดข้อง แต่ผมเห็นว่ารัฐบาลยังบกพร่องของการที่จะ ออกกฎหมายแบบรวบรัดแบบนี้นะครับ ก็คิดว่าท่านลองไปแก้ตรงนี้ให้มาก
อีกประการหนึ่งอยากจะฝากก็คือในเรื่องของกรณีของคนที่ฟ้องคดีไปแล้ว คดีอาญา แต่ไม่ได้ฟ้องคดีแพ่งเพราะขาดอายุความแล้ว และไปยกเลิกตรงนี้แล้วเขาจะทำ อย่างไร ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกฉบับนี้ไม่ได้เขียนทางออกไว้ให้เขา ผมอยากให้กรรมาธิการ วิสามัญไปลองแก้ไขหาทางออกให้เขาด้วย ว่าเขาได้ฟ้องโดยสุจริตไปแล้วคดีอาญา แต่คิดว่า จะบังคับได้ แต่เมื่อมีคดี พ.ร.บ. ฉบับนี้มาเขาไม่สามารถทำอะไรได้ แล้วก็ถือว่าตกไปเลย หรือครับในส่วนตัวนี้ ขอฝากทางรัฐบาลและทางกรรมาธิการวิสามัญได้โปรดร่างข้อสังเกต ในส่วนนี้เข้าไปนะครับ และลองแก้ไขทั้งต้นเหตุแล้วก็ปลายเหตุให้สอดคล้องกันด้วยครับ