สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖

เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เสนอแนะว่าหนี้สาธารณะมีประโยชน์ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแก้ไขปัญหาสำคัญ เช่น โควิด-19 และอุทกภัย

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงการคลังรายงานผลการดำเนินการ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไข เพิ่มเติม ประจำปี ๒๕๕๖ เป็นที่ทราบกันดีครับ หนี้สาธารณะกับหนี้ครัวเรือนมักจะมา พร้อมกัน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าหนี้สาธารณะก็คือหนี้ที่รัฐบาลดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นออก พ.ร.บ. การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๑๘ และหนี้ที่แก้ไขเพิ่มเติม หนี้สาธารณะบางครั้งคนก็อาจจะมองว่าเป็นภาระ แต่หนี้สาธารณะก็มีความจำเป็นต่อพี่น้อง ประชาชน ผมขออนุญาตชี้ให้เห็นว่าหนี้สาธารณะมีประโยชน์อย่างไรนะครับ ข้อที่ ๑ มีเงินใช้ ในการพัฒนาประเทศ ข้อที่ ๒ ช่วยชาติยามฉุกเฉิน ข้อที่ ๓ มีโครงสร้างพื้นฐานเพื่อประชาชน เช่นความเจริญไปสู่ภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นถนนหนทาง ไม่ว่าจะรางคู่รางเดี่ยว ข้อที่ ๔ ก็คือ การพัฒนาตราสารหนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทางกระทรวงการคลังคงจะเข้าใจดี แต่หนี้ครัวเรือน ท่านก็ทราบดีว่าส่วนมากก็เกิดขึ้นจากเรื่องอุปโภค บริโภค ซื้อบ้าน ที่ดิน ทำการเกษตร และ ทำธุรกิจ นั่นก็จะเห็นว่าคำว่า หนี้ เกิดขึ้นย่อมมีทั้งสิ่งที่เราจะต้องแก้ไข มีทั้งสิ่งที่เป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ขอสไลด์ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

พี่น้องประชาชนได้อะไรจาก หนี้สาธารณะ ๑. คือได้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟรางคู่ สะพาน ท่าเรือ สนามบิน การไฟฟ้า เป็นต้น โรงพยาบาลก็ได้การพัฒนาระบบสาธารณสุข อุปกรณ์การแพทย์ และ ส่งเสริมสุขภาพ ตลอดจนการป้องกันโรค เช่น โรคโควิด-๑๙ นอกจากนั้นก็มีพัฒนา ด้านการศึกษา พัฒนาโรงเรียน หลักสูตร ครุภัณฑ์ การศึกษา พัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งถือว่า น้ำเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะใช้บริโภค อุปโภคในการเกษตร จึงมีความจำเป็นว่าสิ่งที่บางครั้ง รัฐบาลก็ต้องดำเนินการเพื่อที่จะนำหนี้สาธารณะมาแก้ปัญหาให้ภาคประชาชน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าเราดูที่หนี้สาธารณะเราจะเห็น ผมขออนุญาตท่านประธานว่าย้อนไป ๒๕ ปี ๙ นายกรัฐมนตรี ดูหนี้สาธารณะไทย ขอขยาย ให้ชัดได้ไหมครับ เราจะเห็นว่าปี ๒๕๔๐ หนี้สาธารณะ ดูกราฟนะครับ ว่าระดับไหน ใครเป็น นายกรัฐมนตรี ไล่มาตั้งแต่ท่านพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ไม่เสียหายนะครับ ท่านชวน หลีกภัย ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ท่านนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เราจะเห็นว่าช่วงนี้กราฟหนี้สาธารณะจะต่ำลงนะครับ ต่ำลงมาอยู่ที่ ๔๑.๕๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มาถึงยุคของ ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ ๔๑.๙๔ เปอร์เซ็นต์ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มแล้ว ท่านดูกราฟครับ พุ่งขึ้นไปที่ ๖๐.๕๔ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นสมัยเดียวกันนี่ล่ะ เขียว ๆ ก็ไม่เป็นอะไรครับ อันนี้ชี้ให้เห็นว่านี่คือหนี้สาธารณะ ที่เกิดขึ้นในรอบ ๒๕ ปี ๙ นายกรัฐมนตรี ซึ่งหนี้สาธารณะก็ถือว่าประเทศไทยมีความจำเป็น มีความสำคัญที่จะต้องแก้ไขปัญหา บางครั้งก็ต้องกู้เงินมาแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติ ไม่ว่าจะเป็นโควิด-๑๙ ๑ ล้านล้านบาท หรือโควิด ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โครงการของรัฐบาล ที่แก้ไขปัญหา ส่วนมากก็จะไปดูแลเรื่องพื้นฐานทางเศรษฐกิจ พื้นฐานทางเกษตร พื้นฐานทาง สังคม ซึ่งเราก็ทราบดีว่า เป็นเรื่องที่จะต้องแก้ไขปัญหา แต่ว่าเรื่องที่น่าเป็นห่วง ก็คือปีงบประมาณ ผมจะขออนุญาตเอาย้อนไปที่ปี ๒๕๕๒ ซึ่งตอนนั้นหนี้สาธารณะอยู่ที่ ๔.๐๐ ล้านล้านบาทนะครับ GDP ต่อล้านล้านบาท คือ ๙.๔๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็ถือว่าวิกฤติ Supply ปี ๒๕๕๕ หนี้สาธารณะ ๔.๙๔ ล้านล้านบาท หนี้ต่อ GDP อยู่ที่ ๔๑.๙๓ เปอร์เซ็นต์ ช่วงนั้นก็ฟื้นฟูปัญหาอุทกภัย แล้วมาปี ๒๕๖๓ ครับ หนี้สาธารณะ ๗.๘ ล้านล้านบาท หนี้ต่อ GDP ๔๑.๐๔ ขอประทานอภัยครับ ๔๙.๓๕ เปอร์เซ็นต์ อัตราเงินเฟ้อตอนนั้น อัตราเงินเพิ่ม ตอนนั้นอยู่ที่ ๒๐.๒๕ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็เรียกว่าวิกฤติโควิด-๑๙ ปี ๒๕๖๔ หนี้สาธารณะต่อ GDP อยู่ที่ ๕๘.๓๑ เปอร์เซ็นต์ อัตราการเพิ่ม ๑๘.๙๘ เปอร์เซ็นต์ ก็วิกฤติโควิด-๑๙ เหมือนกัน ปี ๒๕๖๕ หนี้สาธารณะ ๙.๘๓ ล้านล้านบาท หนี้ต่อ GDP ๖๐.๑๗ เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่ามีอัตราเพิ่ม ๕.๒๔ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็อยู่ในช่วงโควิด-๑๙ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นการชี้ให้เห็นว่า หนี้สาธารณะมีทั้งข้อที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน และข้อที่กระทรวงการคลัง และรัฐบาลจะต้องเข้าไปดูแลแก้ไข เพื่อจะให้นำเงินที่ไม่ว่าจะกู้มาเพื่อแก้ไขปัญหา หนี้สาธารณะให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ขอกราบขอบพระคุณครับ