ศรีโสภา โกฏคำลือ แถลงต่อประธานสภาเกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือจากภาครัฐในการพัฒนาเกษตรหมู่บ้าน และเสนอให้รัฐบาลตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการต่าง ๆ เพื่อให้หนี้ทุกบาท ทุกสตางค์ที่รัฐก่อเป็นไปอย่างคุ้มค่าและสมควรแก่ผลที่สุด
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศรีโสภา โกฏคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทยค่ะ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
วันนี้ดิฉันจะอภิปรายเรื่องรายงาน รับทราบผลดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ปี ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ท่านประธานคะ รายงานฉบับนี้ มีรายละเอียดมากมายและคงไม่สามารถที่จะกล่าวถึงได้หมดในระยะเวลาอันสั้น ดิฉัน ขอยกตัวอย่างเพียงแค่ ๑ ประเด็น ซึ่งเกี่ยวข้องกับพื้นที่ดิฉัน คือเรื่องเกี่ยวกับโครงการ แทรกแซงตลาดข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปี ๒๕๕๑/ ปี ๒๕๕๒ ท่านประธานคะ หน่วยงานเจ้าของ โครงการนี้คือองค์กรการคลังสินค้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. และกรมการค้าภายใน โดยมีวัตถุประสงค์คือเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจำหน่ายผลผลิต และเพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพราคา ในระยะยาวค่ะ แม้ว่าโครงการนี้ผ่านมาแล้ว ๑๐ ปี โดยระยะเวลาจำนำเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๑ ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๒ และผลประเมินในภาพรวมอยู่ในระดับ B หมายถึงน่าพึงพอใจมาก แต่ดิฉันคิดว่าเราควรสรุปบทเรียนจากอดีตเพื่อเอามาประยุกต์ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมกับปัจจุบันค่ะ ท่านประธานคะ บทเรียนที่ได้รับและ ข้อเสนอแนะจากการดำเนินโครงการที่ระบุไว้หน้า ๕๐ ของรายงานฉบับนี้มีหลายประการ ด้วยกันค่ะ เช่น พี่น้องการเกษตรบางกลุ่มอาจมีการบุกรุกและทำลายพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น เพื่อการเกษตร และการใช้ปุ๋ยเคมีหรือยาฆ่าแมลงเพิ่มขึ้น ด้วยความที่มีผลผลิตการเกษตร ได้ราคาดี อันเนื่องมาจากการแทรกแซงราคาของรัฐบาลค่ะ อย่างไรก็ตามดิฉันคิดว่าประเด็นนี้ เราจะโทษเกษตรกรอย่างเดียวก็ไม่ได้ เนื่องจากรัฐบาลในอดีตไม่ได้มีการหาอาชีพเสริมให้กับ เกษตรกรอย่างพอเพียง การที่พวกเขามีฐานะยากจนและยังขาดความรู้ จะดิ้นรนใฝ่หาโอกาส หารายได้เพิ่มขึ้นเพื่อหาเงินมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงครอบครัว จึงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้และ ควรเห็นใจค่ะ แต่นั่นมันเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วแล้วค่ะท่านประธาน ทุกวันนี้โลกทั้งโลกกำลัง ให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อม การลดการปล่อยคาร์บอนการส่งเสริมเศรษฐกิจ สีเขียว หรือภายในประเทศของประเทศเรา ปัญหามลพิษอันเกิดมาจาก PM2.5 ที่กลายมา เป็นหนึ่งในวาระแห่งชาติ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญและกำลังแก้ไข และแน่นอนค่ะ ดิฉันในฐานะผู้แทนราษฎรที่พื้นที่หลายเขตมีหลายพันไร่เป็นข้าวโพด เลี้ยงสัตว์นะคะ ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาจึงไม่อาจอยู่เฉยได้ค่ะ ดิฉันจะพยายาม ทุกทางเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ของดิฉันให้มีรายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยรับผิดชอบต่อสังคมไปพร้อม ๆ กันค่ะ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ดิฉันได้นำคณะผู้บริหารจากอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่เข้าพบที่ปรึกษา นายกรัฐมนตรี โดย ๑ เรื่องที่ดิฉันนำไปหารือก็คือหาอาชีพทดแทนให้กับพี่น้องเกษตรกร ที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อให้พวกเขาหันไปปลูกพืชชนิดอื่น ลดการเผาข้าวโพดอันเป็น บ่อเกิดของปัญหามลพิษค่ะ ซึ่งคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีก็ได้รับฟังปัญหาและให้ ข้อเสนอแนะ โดยได้รับไปดำเนินการต่อ ทั้งยังฝากให้ดิฉันช่วยเป็นกำลังหลักในการ ดำเนินการในเรื่องนี้ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ พรรคเพื่อไทยของดิฉันได้เข้าร่วมผลักดันแก้ไข ปัญหามลพิษทางอากาศจนไปสู่ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาดที่สิทธิมนุษยชน ขั้นพื้นฐาน พ.ศ. .... ที่กำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของสภานี้อีกไม่กี่วัน ดิฉันในฐานะ สส. จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้มีส่วนร่วมกับงานนี้มาตลอดจนกำลังจะเป็น ผลสำเร็จ กลายมาเป็นกฎหมายไว้บังคับใช้ในอีกไม่นาน ก็อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้จริง ๆ ดิฉันเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาทุก ๆ ปัญหา คือการตั้งโจทย์ที่ถูกต้อง และโจทย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในเวลานี้ คือทำอย่างไรให้พี่น้องเกษตรกรที่ ปลูกข้าวโพด เลี้ยงสัตว์ รวมทั้งผู้ที่ปลูกพืชชนิดอื่นมีรายได้ทดแทนพอที่จะเลี้ยงชีพ มีเงิน ไปซื้อเครื่องมือ เกษตรกรมีเงินค่าขนมให้ลูกไปโรงเรียน เพื่อที่การเผาข้าวโพดและการเผาไร่ ทุกชนิด ซึ่งก่อเกิดมลพิษจะได้ลดลงน้อยและหมดสิ้นไปเร็ววัน ส่งให้ปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่คน ทั้งประเทศประสบรวมกันอยู่ บรรเทาเบาบางลงจนให้เหลือน้อยที่สุด สุดท้ายค่ะ ท่านประธาน ดิฉันขอสรุปว่าการกู้เงินหรือการค้ำประกันที่รัฐกำลังกระทำตามรายการฉบับนี้ ควรมีการติดตามตรวจสอบและประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการต่าง ๆ เพื่อให้หนี้ทุกบาท ทุกสตางค์ที่รัฐก่อเป็นไปอย่างคุ้มค่าและสมควรแก่ผลที่สุดค่ะ และที่สำคัญเราต้องรู้จัก ตั้งโจทย์ใหม่ให้กับยุคที่ทันสมัยและที่เปลี่ยนไป ให้อดีตเป็นบทเรียนสำหรับอนาคต โดยเอา ประชาชนเป็นที่ตั้ง ดังตัวอย่างที่ดิฉันยกมา ขอบคุณค่ะท่านประธาน