สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓ · ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๖

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ หารือเรื่องโครงการกู้เงิน 500,000 ล้านบาท และขอความเห็นชอบจากสภา และมีข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการคนละครึ่ง และโครงการ Digital Wallet

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ผม ฐากร ตัณฑสิทธิ์นะครับ บัญชีรายชื่อ พรรคไทยสร้างไทย ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ที่อนุญาตให้ผมได้พูดในวันนี้ ทั้ง ๆ ที่หมดเวลาลงชื่อแล้ว ผมต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานครับว่าโครงการตราพระราชบัญญัติในการกู้เงินในครั้งนี้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เราเห็นด้วยนะครับ มันเป็นโครงการที่เราเรียกกันว่าเป็น Helicopter Money ซึ่งทุกประเทศ เขาก็ทำกัน แต่เพียงแต่ว่ามีข้อสังเกตที่อยากจะฝากถึงทางกระทรวงการคลัง ในการดำเนินการโครงการ ข้อสังเกตที่ผมได้รับมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโครงการคนละครึ่ง โครงการเที่ยวด้วยกัน โครงการคนละครึ่ง อยากจะฝากอย่างนี้ครับว่าร้านค้ารายย่อยต่าง ๆ ที่เขารับโครงการคนละครึ่งมา พอไปดำเนินโครงการนี้ได้สักระยะหนึ่ง คราวนี้ปัญหาที่เกิดขึ้น คืออะไรรู้ไหมครับ เจ้าของร้านค้าก็ไปลงทะเบียน พอเข้าโครงการคนละครึ่ง หลังจากนั้น ๑ ปีที่ผ่านมา กรมสรรพากรเข้าเก็บภาษีครับ ร้านค้าตอนแรกก็รู้สึกดีใจทีได้เข้าโครงการ คนละครึ่ง แต่ตอนที่โดนสรรพากรไปเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง มันเป็นปัญหาที่ตามมา กับร้านค้ามาก แล้วร้านค้าตอนเข้าโครงการคนละครึ่งในช่วงปีหลัง ทุกคนก็บอกว่า รับเงินสดหมด ไม่เข้าโครงการคนละครึ่งแล้ว เนื่องจากว่าประสบปัญหาตรงนี้ แทนที่เราจะ ทำให้โครงการนี้มีเงินหมุนเวียนภายในประเทศได้เกิดขึ้นให้ได้ แต่มันไม่ใช่หรอกครับ มันก็กลายเป็นว่าโครงการนี้มันก่อทั้งประโยชน์ และนำโทษมาให้กับผู้ที่เป็นร้านค้า รายย่อย ร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ข้างบ้านผมเลิกทำโครงการนี้เลย เนื่องจากว่าเคยขายก๋วยเตี๋ยว แต่ตอนหลังมากรมสรรพากรตามเก็บภาษีย้อนหลังอีกครับ กลายเป็นว่าเป็นปัญหาใหญ่ ของเขาอีก ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ต่อไปเรื่องโครงการคนละครึ่ง เกี่ยวกับเรื่องการซื้อขาย ผ่าน Online ต่าง ๆ อยากจะฝากทางกระทรวงการคลังครับว่าการซื้อขายผ่าน Online ต่าง ๆ นี้ถ้าเราซื้อผ่าน Online ภายในประเทศ ท่านจะเก็บภาษีอย่างไร มันก็ยังพอไปได้ครับ แต่เราซื้อผ่าน Online ที่เราเรียกกันว่า Over The Top หรือที่เขาเรียกว่า OTT หรือการใช้ ผ่านโครงข่ายนวัตกรรมของประเทศ OTT มันหมายถึงว่าเราซื้อของผ่าน Shopee LAZADA อะไรต่าง ๆ นี้นะครับ เมื่อเรามีโครงการคนละครึ่ง วัตถุประสงค์ของเราก็คือเราต้องการ จะให้เงินที่โครงการเงินกู้มีการหมุนเวียนภายในประเทศ ๔ ครั้งถึง ๕ ครั้งที่จะต้องมี การหมุนเวียนสร้างมูลค่าเพิ่มทางด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นให้ได้ แต่ในวันนี้พอเราซื้อของผ่าน ในระบบพวกนี้ที่เกิดขึ้น มันเป็นนวัตกรรมใหม่ ผมเข้าใจ เพียงแต่ว่าเงินพวกนี้จะถูกโอนผ่าน ออกนอกประเทศไปก่อนแล้วจะถูกหักเปอร์เซ็นต์ออกมา เช่นถ้าเราซื้อของผ่าน Shopee ก็จะต้องโอนเงินดังกล่าวออกไปที่ประเทศสิงคโปร์ก่อน เมื่อโอนออกสิงคโปร์ก็จะต้องถูกหัก ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ก่อนที่จะโอนกลับมาในประเทศไทย เมื่อโครงการนี้มีเงิน หมุนเวียนไป ๔-๕ ครั้ง เงินที่เราคิดว่าจะมีการหมุนเวียนจำนวนครั้งมากกว่านั้น มันถูกหัก เปอร์เซ็นต์ไปเรื่อย ๆ มันจะทำให้เงินหมุนเวียนที่เกิดขึ้น ต้องเรียนบอกว่ามันจะไม่เกิดขึ้นจริง อย่างที่เราคาดหมายกันไว้ เพราะฉะนั้นระบบการเงิน และระบบโทรคมนาคมหรือเทคโนโลยี ผู้ที่ดำเนินการจะต้องศึกษาในเรื่องพวกนี้ให้ดี ถ้าศึกษาไม่ดี ว่าเงินโครงการเงินกู้ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นมันจะไม่เกิดขึ้นเหมือนกับโครงการเงินผันนะครับ ในอดีตที่ผ่านมา สมัยก่อนนี้มันยัง ไม่มีเทคโนโลยีพวกนี้เกิดขึ้น โครงการเงินผันลงไปในชนบท ลงไปเท่าไรก็คือหมุนเวียน ในชนบทเท่านั้น แต่วันนี้มันมีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้น ดังนั้นเงินมันหมุนเวียนออก นอกประเทศได้อย่างรวดเร็ว มันไม่สามารถที่จะหมุนเวียนภายในพื้นที่ของตัวเองที่เราจะ ดำเนินการในส่วนนี้ได้ อยากจะฝากกระทรวงการคลังว่าในเรื่องพวกนี้ ท่านต้องพิจารณา ในเรื่องดังกล่าวนี้ให้ดี เพราะว่ามันจะเป็นการขับเคลื่อน GDP ของประเทศในการที่จะสร้างมูลค่าเพิ่ม ผมก็เลย เลยไปถึงโครงการที่เราเรียกกันว่าโครงการของ Digital Wallet ที่เกิดขึ้น ยังดีนะครับ ที่ผมอ่านข้อมูลว่าไม่ได้ซื้อของผ่านทางด้าน OTT หรือ Shopee ต่าง ๆ ซื้อของผ่านเฉพาะ ในร้านค้าภายในประเทศ ไม่อนุญาตให้ซื้อของผ่าน OTT เพราะฉะนั้นเดี๋ยวโครงการ Digital Wallet ที่เกิดขึ้นที่จะพิจารณาในอนาคตข้างหน้าค่อยว่ากันในส่วนนี้ ก็ต้องขออนุญาตว่า ในส่วนนี้ก็ขอตั้งข้อสังเกตไว้นะครับว่าถ้าจะมีโครงการดังกล่าวนี้ต่อไปในอนาคตข้างหน้า ขออนุญาตทางกระทรวงการคลังฝากถึงท่านประธานว่าให้พิจารณาในประเด็นพวกนี้ให้ดี เพราะว่ามันจะทำให้เงินของเราหมุนเวียนภายในประเทศได้เกิดขึ้นจริงในอนาคตข้างหน้า กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งครับ