เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม หารือเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในเขตสายไหม จังหวัดอุดรธานี และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-19
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขออนุญาตกราบอภัยท่านประธานที่ไม่มา ตามเวลาที่เรียกชื่อผม เนื่องจากว่าผมต้องประชุมแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบกับ กระทรวงมหาดไทย แล้วก็กระทรวงการคลัง ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐ และขณะเดียวกัน เขตสายไหมต้องรอด ก็นำลุงชัยมาร้องเรียนว่ากู้เงิน ๓๐,๐๐๐ บาท แต่ตอนนี้ต้องใช้หนี้ถึง ๓ ล้านบาท ท่านประธานครับ พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ นั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าพรรคเพื่อไทยของเรานำโดยท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ได้นำเสนอเป็น พ.ร.บ. แก้ไขเป็นพระราชกำหนดใช้อำนาจทางการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไข เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโควิด-๑๙ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งประเด็นสำคัญก็คือมาตรา ๗ เพื่อเป็นประโยชน์ในการ พิจารณาและอนุมัติการใช้จ่าย วงเงินกู้ให้เป็นไปตามมาตรา ๕ และมาตรา ๖ ให้มี คณะกรรมการกลั่นกรองในการใช้จ่ายเงินกู้ ซึ่งประกอบด้วยเลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ประธานกรรมการ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงการคลัง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ผู้อำนวยการบริหารหนี้สาธารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจ การคลัง กรรมการผู้สังเกตการณ์ จำนวน ๔ คน และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นจำนวนไม่เกิน ๔ คนเป็นกรรมการ ท่านประธานครับ จากวันนั้นทางคณะรัฐบาลได้มอบหมายให้มีการตั้งคณะกรรมการ แก้ไขปัญหาโควิด-๑๙ ซึ่งผมก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการคณะนั้น เพื่อพิจารณาวงเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ใช้แก้ปัญหาโควิด-๑๙ ซึ่งอยากกราบเรียนท่านประธานว่าวงเงิน ๑ ล้านล้านบาท ซึ่งขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่เสียหาย สมัยท่านนายกรัฐมนตรีท่านที่แล้วนะครับ เป็นที่ทราบกันดีว่าชื่ออะไร ท่านก็รู้ดีนะครับว่าเราได้แก้ไขปัญหาเรื่องนั้น โดยได้อนุมัติวงเงิน เป็นจำนวน ๑ ล้านล้านบาท อนุมัติไปแล้ว ๙๑ เปอร์เซ็นต์ นั่นก็ชี้ให้เห็นว่าการแก้ปัญหา โควิด-๑๙ จะได้ผลดี เกิดคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นคนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน Application อะไร ต่าง ๆ ที่เอามาใช้ในการบริหารจัดการนั้น ได้ผลดี ไม่ดีอย่างไร เราสามารถย้อนไปดู ในการปฏิบัติหน้าที่และผลสัมฤทธิ์ ซึ่งเกิดกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเกิดกับ สาธารณสุข คุณหมอ พยาบาล อสม. ตลอดจนพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด- ๑๙ หลังจากนั้นส่วนที่เหลือทางคณะรัฐบาล นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ทวีสิน ก็เห็น ว่ายังมีข้อที่จะต้องเยียวยาแก้ไขให้พี่น้องประชาชน ตลอดจนท่านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอ พยาบาล อสม. ซึ่งบางท่านยังไม่ได้รับค่าตอบแทน จะต้องมีงบประมาณ ส่วนหนึ่งมาแก้ไขเยียวยาในส่วนนี้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเป็นที่มาของการใช้ งบประมาณแก้ไขปัญหาเยียวยาโควิด-๑๙ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะให้แก้ไขนำไปใช้ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ท่านประธานที่เคารพครับ การแก้ปัญหาโควิด-๑๙ ทำให้พวกเรา ได้ทราบว่าการใช้เงินเพื่อให้เกิดประโยชน์ในการที่จะบรรลุวัตถุประสงค์นั้น จะต้องอาศัย ทั้งบุคลากร จะต้องอาศัยทั้งคุณภาพในการบริหารจัดการ ผมจะไม่ขอเอ่ยว่าการบริหาร จัดการเกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลอย่างไรบ้าง อันนี้ทางคณะกรรมาธิการที่ได้ร่วมพิจารณา ต่าง ๆ ในวงเงิน แล้วก็สภาแห่งนี้ก็ได้ผ่านงบประมาณมาส่วนหนึ่งแล้ว แต่ส่วนที่เราจะต้อง ดำเนินการต่อไปนี้ ก็อยากฝากเป็นข้อสังเกตว่าให้พี่น้องโดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ช่วยกันดูแลให้ลงไปยังพี่น้องประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ ขนาดย่อม ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ยังต้องอาศัยคนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน หรืออะไรที่ยังมีปัญหา ไม่สามารถแก้ไขได้ ผมมั่นใจว่ารัฐบาลเข้าใจและสามารถที่จะนำเรื่องนี้มาแก้ไขในสิ่งที่ ยังมีปัญหาของพี่น้องประชาชนอยู่ โดยอาศัยบุคลากรทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าจะเป็นทาง กระทรวงการคลัง ไม่ว่าทางสาธารณสุข โดยเฉพาะคุณหมอ พยาบาล อสม. พี่น้องประชาชน ยังรอการแก้ไขปัญหาเยียวยาจากทางรัฐบาลของท่านเศรษฐา ทวีสิน เพื่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดและมีคุณูปการต่อการเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาโควิด-๑๙ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ กราบขอบพระคุณครับ