อับดุลอายี สาแม็ง หารือเรื่องปัญหาช้างที่ทำลายพืชผลทางการเกษตรในจังหวัดยะลา โดยเฉพาะในอำเภอเบตง และขอเสนอแนวทางแก้ไข โดยให้ปลูกพืชผลทางการเกษตรเพื่อให้ช้างมีกินในที่อยู่เดิม
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ เขตพื้นที่อำเภอ กรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตง พอพูดถึงเรื่องช้าง ผมก็เคยได้ หารือในสภาแห่งนี้ ๒ ครั้งเกี่ยวกับปัญหาช้างได้ทำลายทรัพย์สิน พืชผลทางการเกษตร ของพี่น้องประชาชน แต่ว่าโดยภาพทั่ว ๆ ไปก็มีการพูดคุยถึงช้างในเขตพื้นที่ของจังหวัดยะลา โดยเฉพาะในเขต พื้นที่ ๒-๓ อำเภอที่กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้นะครับว่า ก็เกิดการพูดคุยได้น้อยมาก เนื่องจากว่า ส่วนใหญ่เราจะพูดในส่วนของภาคกลาง แล้วก็ส่วนทางภาคใต้อาจจะบอกว่า ช้างมันมีน้อย แต่ว่าจริง ๆ แล้วมันก็เกิดขึ้นมานานแล้ว ช้างซึ่งอยู่ในเขตของป่าบาราฮาราแล้วลงมาทำลาย พืชสวนของพี่น้องประชาชนแถวหมู่บ้านสันติ ตำบลคอกช้าง ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ครั้งหนึ่งผมเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้านว่า จะไปพูดคุยเรื่องของปัญหาพืชผลเสียหาย ของพี่น้องประชาชน เนื่องจากการทำลายล้างของช้างป่า ก็ได้รับการตอบของชาวบ้านว่า ถ้าหากว่าจะมาจ่ายแค่ ๒๐๐ บาทต่อต้นของทุเรียนที่เสียหาย ก็อย่ามาคุยกันเลย นี่ก็ แสดงว่าที่ผ่านมา เนื่องจากว่าช้างก็มี พ.ร.บ. คุ้มครองช้างเป็นการเฉพาะ แต่ในขณะเดียวกัน พืชผลทางการเกษตรที่ถูกทำลายโดยช้างนั้น ก็ดูแลโดยเกษตร ซึ่งจริง ๆ แล้ว เมื่อสักครู่ ผมก็ได้ยินท่านสมาชิกพูดถึงว่า พืชผลทางการเกษตรเสียหาย โดยเฉพาะต้นทุเรียน สวนทุเรียนก็จ่ายเป็นไร่ ไร่ละ ๔,๐๐๐ บาท ตกต่อต้นประมาณ ๒๐๐ บาท อย่างนี้ก็ถูก ชาวบ้านก็ต่อว่ามาว่า เราไม่ได้ Update ในเรื่องของข้อมูลพืชผลทางการเกษตรที่เสียหาย ตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา ในเขตพื้นที่ตั้งแต่อำเภอธารโต อำเภอเบตง ก็ประเมินความ เสียหายที่เกิดจากช้างประมาณสัก ๑๐๐ ล้านบาท แต่ว่าเราก็ไปพูดคุยกับกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เขาบอกว่าไม่มีเงินที่จะเยียวยาชดเชยให้กับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับการทำลายเนื่องจากช้าง แต่ว่าถ้าเราไปคุยกับเกษตร ก็อย่างที่พูดถึงก็จ่ายแค่ ๒๐๐ บาทต่อต้น จริง ๆ แล้วท่านประธานก็น่าจะทราบดีว่าทุเรียนเฉลี่ยต่อต้นมีผลผลิต ประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ บาทต่อปี ทีนี้ว่าต่อ ๑ ไร่ ก็ตกประมาณสักเกือบ ๆ ๑ ล้านบาท หรือว่า ๘๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป แต่มาชดเชยเยียวยาแค่ ๔,๐๐๐ บาท อย่างนี้ชาวบ้าน ก็อาจจะรับไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันทางราชการก็อาจจะต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง รูปแบบหรือวิธีการที่จะมาดูแลเยียวยาพืชผลเสียหายเนื่องจากช้างนะครับ วันนี้ช้างที่เขต ในพื้นที่ของอำเภอเบตง จังหวัดยะลานั้น มันมีช้างอยู่ ๒ ประเภท ช้างประเภทที่ ๑ ก็มาจาก ทางป่าบาราฮารา ซึ่งอยู่ในเขตแดนของประเทศไทย ช้างอีกกลุ่มหนึ่งก็เป็นช่างที่มาจากพื้นที่ ของประเทศมาเลเซีย เข้ามาทางเขตแดนของอำเภอเบตง แล้วก็มาทำลายล้างพื้นที่พืชผล ทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน เราก็เห็นว่าน่าจะมีแนวทางในการที่จะแก้ปัญหาเรื่อง ช้างได้อยู่นะครับว่า วันนี้ถ้ามีการพูดคุยตามญัตติ ผมก็ขอนำเสนอสนับสนุนในเรื่องของ ญัตตินี้ว่า อาจจะต้องมีคณะกรรมาธิการที่จะต้องมาดูแล แล้วก็อยากจะเสนอในที่ตรงนี้ว่า ช้างที่ออกมาทำลายล้าง ทำลายพื้นที่ของพี่น้องประชาชน ทำลายพืชสวนของพี่น้อง ประชาชน เนื่องจากว่าอาหารการกินอาจจะไม่เพียงพอในการที่จะดำรงชีวิตอยู่ ถ้าอย่างนั้น จะต้องออกมาหากินข้างนอกมาเจอพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะทุเรียนก็อาจจะทำลาย แล้วก็อาจจะเก็บกินและทำลายค่อนข้างมาก ฉะนั้นเราคิดว่า ในวิธีการหนึ่งก็อาจจะต้องใช้ พื้นที่เดิมที่เขาเคยอยู่ และอาจจะต้องไปลงทุน และอาจจะต้องตั้งงบประมาณในการที่จะ ปลูกพืชผลทางเกษตรอย่างอื่น เพื่อเป็นอาหารช้าง อย่างเช่น พวกฟักทอง พวกป่าไผ่หรือ อะไรเหล่านี้ เป็นต้น อาจจะต้องไปปลูกชดเชยให้เขา แล้วก็ให้เขามีกิน อย่างนี้เป็นต้น น่าจะ เป็นวิธีการหนึ่งที่จะให้ช้างกลับไปอยู่ป่า ครั้งที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ในเขตอำเภอธารโต ก็มีการเสียชีวิตไป ๑ ราย เนื่องจากว่าช้างไปทำลายชีวิตของพี่น้องประชาชน ๑ ราย อยู่ต่อมาทางเจ้าหน้าที่อุทยานเขาบอกว่า ชาวบ้านไม่มีความรู้ จะไปไล่ต้อนช้างให้ไปสู่ป่า ไม่ได้ ต้องมีความรู้เสียก่อน อีก ๑ สัปดาห์ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานก็เข้าไปใน พื้นที่ พยายามที่จะต้อนช้างออกไป สุดท้ายเจ้าหน้าที่เองก็โดนช้างทำร้ายเช่นกัน แสดงว่า เหล่านี้ก็จะต้องเพิ่มความรู้ในเรื่องของวิธีการที่จะต้องไล่ต้อนช้างออกไปจากพื้นที่ อันนี้ วิธีการเบื้องต้น แต่ต่อไปในอนาคตสิ่งสำคัญที่สุดก็ต้องหาอาหารชดเชยให้กับช้าง แล้วก็ อาจจะต้องตั้งงบประมาณเป็นการเฉพาะเพื่อที่จะปลูกพืชผลทางการเกษตรเพื่อให้ช้าง ได้มีกินในที่อยู่เดิมที่เขาอยู่นะครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ