สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗

ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ หารือเรื่องปัญหาช้างป่าในประเทศไทย และขอขอบคุณที่ได้ร่วมอภิปราย แนะนำข้อเสนอเกี่ยวกับปัญหาช้างป่าที่เกิดขึ้น ทั่วประเทศ โดยชี้แจงว่าปัญหาช้างป่าเกิดขึ้นอย่างรุนแรงและจำเป็นต้องศึกษาปัญหานี้อย่างเร่งด่วนเพื่อหาวิธีแก้ไข และเรียกร้องการสนับสนุนให้สภาแต่งตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและหาทางแก้ไข

นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ระยอง

ขอบคุณท่านประธานครับ เรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคก้าวไกล อำเภอบ้านค่าย อำเภอปลวกแดง อำเภอวังจันทร์ ในฐานะผู้เสนอญัตติขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ผมขอขอบคุณ เพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้ร่วมอภิปราย แนะนำข้อเสนอเกี่ยวกับปัญหาช้างป่าที่เกิดขึ้น ทั่วประเทศ และนับวันเราก็ได้ยินได้ฟังแล้วว่า ยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ก่อนอื่น ผมขอชี้แจงในกรณีที่เพื่อนสมาชิกมีข้อสงสัยนะครับ

ท่านแรกคือท่านศิรสิทธิ์นะครับ ผมทราบดีว่า เรื่องช้างป่าเคยมีการตั้ง กรรมาธิการศึกษาไว้แล้ว ๑ ครั้ง แล้วก็ผมได้อ่านรายงาน รวมถึงรายงานของอนุกรรมาธิการ ที่แยกเป็น ๓ อนุกรรมาธิการเรียบร้อยแล้ว ในแนวทางหลาย ๆ แนวทาง ในข้อเสนอและ ข้อศึกษา ผมเห็นด้วยและคิดว่าคงไม่ต้องศึกษาซ้ำในข้อเสนอนี้ดีอยู่แล้ว แต่ด้วยช่วงเวลาที่ เปลี่ยนไปและปัญหาที่ยังคงทวีความรุนแรง ผมก็คิดว่าจะเปิดแนวทางการศึกษาที่จำเป็นต้อง เพิ่มเติม โดยเฉพาะในวาระของการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน แล้วก็จะนำแนวทางการศึกษา ไปต่อยอดให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น หลายกรรมาธิการเราก็มีการตั้งซ้ำหลายครั้ง เพื่อศึกษาให้ดีขึ้น กว่าเดิม เช่น กรรมาธิการคาสิโน เป็นต้น เราก็ทำได้ครั้งนี้จะทำให้ดีกว่าเดิมด้วยการต่อยอด ของเดิมของท่านนะครับ

ส่วนในกรณีของท่านวรวงศ์ วรปัญญา ผมเข้าใจกรอบเรื่องระยะเวลาที่มี ข้อกังวล ผมก็ไม่อยากให้นานครับ เพราะว่าถ้าเกิดเรายิ่งนาน ชาวบ้านก็ยิ่งรอคำตอบจาก การศึกษาของสภาของเรา ซึ่งก็คงไม่เป็นการดี ยิ่งนานไปผมก็คิดว่าคงจะมีความสูญเสีย ทั้งคนและช้างเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ผมเคยพูดเรื่องช้างป่าตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่มีแค่การอภิปราย รายงานที่เป็นรายงานของกรรมการยุทธศาสตร์ชาติว่า มีปัญหาอยู่ตรงไหนบ้างเป็นครั้งแรก วันนั้นผมอภิปรายถามไว้ว่า จะต้องให้อีกกี่ศพเราถึงจะได้ศึกษาแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ก็เพิ่มมา หลายศพมาก ๆ ผมก็ไม่อยากให้ศพเพิ่มขึ้นระหว่างที่ผมกำลังศึกษาเช่นกันนะครับ จะพยายามให้มากที่สุด แล้วก็จะพยายามจบการศึกษาตามกรอบเวลาให้ได้ ผมจะพยายาม อย่างยิ่งครับ โดยผมหวังว่ากรรมาธิการวิสามัญที่จะเกิดขึ้นนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่เราจะได้เริ่ม เอาปัญหาช้างป่ามาวางบนโต๊ะ แล้วก็ร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกันในทุกมิติอย่างจริงจังที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการทำป่าให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัยของช้าง การหาทางในการควบคุม ประชากรช้าง การหาเทคโนโลยีเตือนภัยที่ลดการปะทะกันระหว่างคนกับช้าง ไปจนถึง การกระจายอำนาจเพื่อเพิ่มศักยภาพท้องถิ่นในการดูแลประชาชน ชดเชยเยียวยา รวมถึงเรา จะได้เริ่มพูดคุยและตั้งคำถามให้ชัดเจนถึงมายาคติที่ว่า ช้างอยู่ร่วมกับคนได้ เราต้องมองให้เจอ ต้นตอว่า ปัญหาที่ว่ามีการบุกรุก ใครบุกรุกใคร เป็นจริงหรือไม่ และที่สำคัญเราจะได้เริ่ม พากันศึกษาสักทีว่าช้างป่าไม่ได้น่ารักเหมือนช้างเลี้ยง ช้างทุกตัวที่เห็นอยู่นี้ไม่ได้เป็นน้องที่ น่ารักอย่างที่เราเข้าใจ สุดท้ายนะครับท่านประธาน ด้วยใจที่มุ่งหวังจะแก้ปัญหาช้างป่า อย่างจริงจัง และที่สำคัญประเทศของเรามีช้างเป็นสัตว์ประจำชาติ เราต้องไม่ให้สัตว์ ประจำชาติกับประชาชนเจ้าของอำนาจสูงสุดของประเทศต้องกระทบกระทั่งกันจนถึงแก่ชีวิต และเกิดเป็นข้อขัดแย้งต่อไปแบบนี้ ช้างเป็นของประเทศ รัฐบาลในฐานะผู้ดูแลประเทศก็คือ ผู้ดูแลช้าง และการดูแลช้างให้ดีก็คือหน้าที่ของรัฐบาล กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ที่กำลัง จะตั้งขึ้น จะรวบรวมทุกข้อมูลที่จำเป็นในการสร้างแนวทางที่เหมาะสมจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันมีที่มาจากประชาชนทุกคน เพื่อนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหามอบให้กับรัฐบาลให้ได้ ผมขอเป็นตัวแทนประชาชนผู้ได้รับความสูญเสีย ได้รับความเดือดร้อนจากช้างป่า ทุกครัวเรือน ขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านอีกครั้ง ที่ช่วยกันสนับสนุนญัตตินี้ ให้สภา ผู้แทนราษฎรของเราตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน เรื่องนี้เราทำ ไม่ใช่เป็นเรื่อง Agenda ทางการเมือง ไม่ใช่เป็นเรื่องของพรรค ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมาทะเลาะ ขัดแย้ง เราเอาปัญหาของพี่น้องประชาชนมาแก้ร่วมกันในวันนี้ ผมเชื่อว่าการทำงานร่วมกัน ของเราในครั้งนี้ จะทำให้พี่น้องผู้ได้รับผลกระทบจากช้างป่า ได้นอนหลับเต็มอิ่ม พืชผล การเกษตรอยู่ครบสมบูรณ์ ไม่ต้องมีใครสูญเสียคนที่รักไปจากเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับช้างป่า อีกต่อไปนะครับ ขอบคุณทุกท่านครับ