ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ แถลงปัญหาช้างป่ารุกล้ำพื้นที่ประชาชนในจังหวัดจันทบุรีอันเกิดจากประชากรช้างที่เพิ่มขึ้นในขณะที่พื้นที่ป่าไม่เพียงพอ จนก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง เธอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขอย่างเป็นระบบ ทั้งการสนับสนุนชุดอาสาผลักดันช้าง การปรับปรุงระบบทดเชยเยียวยา และการควบคุมจำนวนช้างอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทบทวนมายาคติที่มองว่าคนเป็นผู้บุกรุกป่าเพียงฝ่ายเดียว
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ปรัชญาวรรณ ไชยสืบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคก้าวไกล ในฐานะที่ดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากช้างป่าทุกอำเภอ วันนี้ดิฉันตั้งใจมากค่ะ ที่จะไม่ใช่แค่ร่วมอภิปรายในญัตตินี้ แต่จะขอเป็นตัวแทนส่งเสียง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตั้งแต่วันแรกที่ดิฉันมีโอกาสทำหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในสภาแห่งนี้ เรื่องที่ดิฉันหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นแรก ๆ ก็หนีไม่พ้นปัญหาช้างป่า พื้นที่ของดิฉัน อำเภอท่าใหม่ อำเภอนายายอาม อำเภอแก่งหางแมว และอำเภอเขาคิชฌกูฏ ได้รับ ผลกระทบจากปัญหาช้างป่าทุกอำเภอค่ะท่านประธาน ๑๐ กว่าปีมานี้พี่น้องประชาชน ต้องเผชิญกับความเสี่ยงทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เผชิญกับความหวาดระแวงที่ไม่รู้ว่าตัวเอง จะโดนช้างป่าทำร้ายเมื่อไร และมีอีกหลายครอบครัว ที่เขาต้องสูญเสียคนที่เขารักไป วันนี้ ดิฉันจะมายืนยันเกี่ยวกับมายาคติที่บอกว่า คนไปบุกรุกป่าหรือเปล่า
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานคะ นี่คือภาพของ กลุ่มป่าตะวันออกหรือที่เรียกว่า ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ซึ่งเป็นกลุ่มป่าที่มีปัญหาช้างรุนแรง มากที่สุด ภาพซ้ายคือภาพในปี ๒๕๔๓ ส่วนทางด้านขวามือคือภาพในปี ๒๕๖๕ ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันที่มีปัญหาช้างป่ารุนแรงในทุกวันนี้ ทุกท่านจะเห็นได้ว่า สภาพของพื้นที่ ป่าตะวันออกแทบไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย หลายท่านที่เคยสงสัยว่า สาเหตุที่ปัญหา ช้างป่าในภาคตะวันออกทวีความรุนแรงมากขนาดนี้ เป็นเพราะพี่น้องประชาชนไปบุกรุกป่า บุกรุกที่อยู่อาศัยของช้างป่าหรือไม่ ดิฉันคิดว่าภาพนี้คงเป็นคำตอบให้กับทุกท่านได้นะคะ แม้แต่หน่วยงานราชการเองก็ยอมรับว่า ที่ปัญหาช้างป่าทวีความรุนแรงเป็นเพราะจำนวน ประชากรช้างในกลุ่มป่าตะวันออกเพิ่มมากขึ้น ตัวเลขในปี ๒๕๔๑ ภาคตะวันออกพบช้างแค่ ๑๔๐ ตัว ปัจจุบันอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไป ๕๐๐ ตัว ๖๐๐ ตัว ตัวเลขไหนก็ยืนยันว่า ป่าไม่เพียงพอที่จะรองรับช้างแล้ว แน่นอนค่ะ เมื่อป่าไม่เพียงพอที่จะ รองรับช้าง ก็ทำให้ช้างออกมาหากินในพื้นที่ของพี่น้องประชาชนบ่อยขึ้น บ่อยครั้งขนาดไหน ท่านประธานลองดูภาพนี้ค่ะ เท่าที่มีการบันทึกภัยที่เกิดจากช้างในจังหวัดจันทบุรี ยังไม่รวม กับจำนวนที่ช้างออกมานอกพื้นที่ ประมาณ ๑๐ ปีย้อนหลัง เกิดภัยจากช้างไปแล้วกว่า ๗๐๐ ครั้ง อำเภอแก่งหางแมว อำเภอเดียวเกือบ ๕๐๐ ครั้งแล้ว และหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ จากช้างป่ามีมากถึง ๑๑๘ หมู่บ้าน ทุกท่านคงได้เห็นตำแหน่งสีแดง ๆ นั่นคือตำแหน่งที่พบ ช้างออกหากินค่ะ ด้วยลักษณะภูมิประเทศที่ป่าตะวันออกโอบล้อมพื้นที่แบบนี้ ดิฉันกังวล เหลือเกินว่า ถ้ายังไม่มีการแก้ปัญหาช้างอย่างเอาจริงเอาจัง ความเสียหายและความรุนแรง ที่คนกับช้างเผชิญหน้ากันจะมากขนาดไหน ท่านประธานคะ เมื่อช้างออกหากินในพื้นที่ ของพี่น้องประชาชนมากขึ้น ก็หนีไม่พ้นความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เราเห็นกัน ตามหน้าข่าวครั้งแล้วครั้งเล่า และตัวเลขที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไป ก็ยืนยันว่าสถิตินี้ มีแนวโน้มที่จะเห็นความสูญเสียเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ดิฉันขอฝากผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรี ถ้าท่านไม่อยากตอบกระทู้ของเพื่อนสมาชิก หรือไม่อยากตอบกระทู้ที่ดิฉัน ยื่นถามไปตั้งแต่เดือนกันยายน ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ แต่ท่านช่วยตอบคำถามที่มันค้างอยู่ในใจ ของครอบครัวผู้สูญเสียได้ไหมคะว่า ชีวิตของพวกเขามีค่าหรือเปล่า และถ้าเป็นไปได้ ท่านรัฐมนตรีลองไปเฝ้าช้างดูค่ะ ไปเดินตามช้างกับอาสาผลักดันช้าง ท่านจะได้รู้ว่า มันลำบากขนาดไหน การเดินตามช้างในตอนกลางคืน เดินตามไปตามมา ช้างหาย ต้องแกะรอยกันใหม่ เสี่ยงที่จะถูกช้างวกกลับมาทำร้าย ท่านรู้ไหมคะว่า ชุดอาสาผลักดันช้าง กลางวันเขาต้องทำงานเลี้ยงชีพ กลางคืนต้องเดินออกไปตามช้าง ได้กลับบ้านนอนไม่ต่ำกว่า เที่ยงคืน บางคืนเดินตามช้างจนถึงตีห้า ถึง ๖ โมงเช้าก็มีมาแล้ว ค่าอุปกรณ์ ค่าหัวไฟ ค่าน้ำมัน ค่าอาหาร พวกเขาจ่ายกันเองค่ะ ท่านประธานคะ ในฐานะที่พวกเราเป็นตัวแทน ของประชาชน เราอย่าปล่อยให้พี่น้องประชาชนกลุ่มอาสาผลักดันช้างต้องแก้ปัญหา และเผชิญความเสี่ยงกันเอง โดยที่เหมือนกับว่ารัฐไม่ได้ให้ความสำคัญอีกต่อไปเลยค่ะ มันถึงเวลาแล้วหรือยังที่รัฐบาลจะต้องเอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ แน่นอนค่ะว่าการแก้ปัญหา ช้างป่ามีหลายอย่างที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป ไม่ว่าจะเป็นการทำแนวป้องกันช้างป่า จะเรียกว่าคูกันช้าง รั้วกันช้างหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เรื่องนี้สำคัญค่ะ เพราะเราต้องแยกคน ออกจากช้าง ช้างอยู่ส่วนช้าง คนอยู่ส่วนคน ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นเรื่องที่ต้องใช้ระยะเวลา แต่อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้ภาครัฐ และหน่วยงานท้องถิ่นต้องสนับสนุนชุดอาสาผลักดันช้าง ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สวัสดิการของพวกเขาสำคัญ ค่าอุปกรณ์ ค่าครุภัณฑ์ ค่าน้ำมัน รวมไปถึงค่าประกันชีวิต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการและจำเป็น ขณะเดียวกัน การปรับหลักเกณฑ์การชดเชยเยียวยาให้เหมาะสมและรวดเร็ว จะต้องทำอย่างเร่งด่วน ทุเรียนในพื้นที่ดิฉัน ทุเรียนที่ให้ผลผลิตเต็มที่ แน่นอนค่ะต้นหนึ่งหลักหมื่นบาท แต่ได้รับการ เยียวยาแค่ ๔,๐๐๐ กว่าบาทต่อไร่เท่านั้น อย่างไรก็ไม่คุ้ม ชีวิตของพี่น้องประชาชนก็ต้อง ไม่ใช่แค่หลัก ๑๐,๐๐๐ บาทค่ะ ดีขึ้นมาหน่อย ตอนนี้อุทยานพยายามที่จะเพิ่มเงินเยียวยา ไปเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท นอกจากเงินเยียวยาแล้วนะคะ สิ่งที่สำคัญที่สุดอย่างที่ดิฉันได้กล่าว มาข้างต้นก็คือ การควบคุมประชากรช้าง จำเป็นต้องมีการควบคุมประชากรช้างให้มีความ เหมาะสมกับพื้นที่ที่ป่าจะรองรับได้ และไม่ใช่ปล่อยให้ช้างล้นป่าเหมือนทุกวันนี้ ดิฉันในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจาก ช้างป่า หวังว่ากรรมาธิการชุดนี้จะเป็นพื้นที่ที่ทำให้ทุกฝ่ายได้มาทำงานอย่างเอาจริงเอาจัง ในการแก้ปัญหาช้างป่า ขอบคุณค่ะ