นรเสฏฐ์ ศิริโรจนกุล อภิปรายถึงความสำคัญของช้างป่าในฐานะสัตว์ประจำชาติและสัญลักษณ์ของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมยกข้อมูลการเพิ่มขึ้นของประชากรช้างป่าจาก 2,000 เป็นกว่า 4,000 ตัวในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และหารือปัญหาช้างป่าออกมายังพื้นที่เกษตรและชุมชนจากแหล่งอาหารและพื้นที่ป่าที่ลดลง เรียกร้องให้มีการแก้ไขอย่างเป็นระบบเพื่อความปลอดภัยของทั้งช้างและประชาชน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนรเสฎฐ์ ศิริโรจนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปักธงชัย และอำเภอวังน้ำเขียว วันนี้ผมขออนุญาตร่วมอภิปรายในญัตติ เรื่องของช้างป่าครับ ซึ่งช้างถือว่าเป็นสัตว์ประจำชาติของประเทศไทย แล้วก็เป็นสัตว์ที่อยู่ คู่บ้านคู่เมืองกับประเทศไทยมาแต่ช้านาน มันเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เช่น เวลาเราไปเที่ยวอุทยาน เราไปเที่ยวป่า เราพบเห็นช้าง เราสัมผัสเห็นความน่ารัก แล้วเรารู้ และสัมผัสได้ถึงธรรมชาติอย่างแท้จริงครับ ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่าจากปริมาณช้าง เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ว เมื่อเทียบเท่ากับปัจจุบันนี้ เราจะพบว่าปริมาณช้างป่าเพิ่มขึ้นเกือบ ๒ เท่า เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วมีช้างประมาณ ๒,๐๐๐ ตัว เป็นช้างป่า ปัจจุบันมีช้างประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าตัว ขออนุญาตถ้าเกิดฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ นำสไลด์ขึ้นได้ ช่วยนำสไลด์ขึ้นให้ดูด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
แต่เราก็ต้องยอมรับว่า พื้นที่ป่า ที่เป็นเหมือนบ้าน เหมือนเป็นที่อยู่อาศัยของช้างเหล่านี้ ที่อยู่ตามเขตป่าหรืออุทยาน หลาย ๆ ที่ยังไม่เกิดความชัดเจนครับท่านประธาน ยกตัวอย่าง เช่นแนวเขตอุทยานแห่งชาติ ทับลาน ที่ประกาศมาเมื่อปี ๒๕๒๔ นี้ เราจะเห็นได้ว่า แนวเขตของอุทยานแห่งชาติอันนี้ ได้กินอำเภอวังน้ำเขียวไปเกือบจะครึ่งอำเภอ ครอบไปทั้งวัด โรงเรียน สถานที่ราชการ บ้านเรือนของพี่น้องประชาชน แล้วก็ยังมีข้อพิพาทกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ปัจจุบันนี้ก็ยัง หาความชัดเจนไม่ได้ เรื่องแนวเขตนี่อยู่ตรงไหนกันแน่ แต่สิ่งที่ชัดเจนและแน่ชัด คือพื้นที่ป่า ในปัจจุบันนี้ลดน้อยลงทุก ๆ วัน เราอาจจะดูได้จากพื้นที่ที่เป็น Google Map หรือว่าพื้นที่ ภาพถ่ายจากดาวเทียม ซึ่งปัจจัยและผลกระทบมีหลาย ๆ อย่าง อย่างเช่นไฟป่า หรือว่าจะ เป็นภาวะ EL Nino ซึ่งเกิดขึ้นมา และทำให้แหล่งอาหารของช้างถูกทำลายลง ซึ่งปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะถูกฟื้นฟูด้วย ธรรมชาติด้วยตัวของเขาเองครับ แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่สำคัญครับท่านประธาน ก็คือการบุกรุก ป่าของคนบางกลุ่มครับ ที่ดินบางพื้นที่ที่เราคิดว่าไม่สามารถจะออกเอกสารสิทธิได้ ปัจจุบัน มีหลาย ๆ ที่มีเอกสารสิทธิถือครอง ไม่ว่าจะเป็น ส.ป.ก. น.ส. ๓ หรือเป็นโฉนดก็แล้วแต่ ซึ่งที่ผ่านมาผมเคยเห็นว่า มี ส.ป.ก. บางพื้นที่ครอบภูเขา บางพื้นที่ก็ยังมีให้เห็นนะครับ มันบ่งบอกให้เห็นถึงว่า ธรรมชาติของช้างที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในปัจจุบันมันสวนทางกับป่า ซึ่งเป็นเหมือนบ้านและแหล่งอาหารของช้าง ซึ่งช้างตัวหนึ่งจะต้องกินอาหารประมาณ ๒๐๐-๔๐๐ กิโลกรัม ถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมาก ๆ นะครับ สภาวะที่แห้งแล้งบวกกับพื้นที่ ป่าที่ลดลง ส่งผลโดยตรงกับอาหารของช้างที่อยู่ในป่า จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องธรรมชาติ ที่ช้างจะต้องออกมาหากิน คือช้างก็เป็นสิ่งมีชีวิตทั่วไปครับ ต้องการน้ำ ต้องการอาหาร เพื่อดำรงชีพ เมื่อไรก็แล้วแต่ที่อาหารที่อยู่ในป่าไม่เพียงพอ เขาก็จำเป็นที่จะต้องออกมา ข้างนอกเพื่อหาอาหารเพื่อประทังชีวิตครับ เพราะว่าในป่าสมัยก่อนอุดมสมบูรณ์ สมัยนี้ พื้นที่ป่าถูกทำลายลดน้อยหายลงไปเรื่อย ๆ ครับ จากสถิติ ในช่วงที่ผ่านมาประมาณ ๒๐ ปี เราจะเห็นได้ว่ามีรายงานว่า ช้างได้ทำร้ายประชาชนนับหลายร้อยเคส แล้วก็มีหลาย ๆ เคสที่เสียชีวิต อย่างในช่วงที่ผ่านมาในพื้นที่ของอำเภอวังน้ำเขียวเอง ชุดอาสาสมัครผลักดันช้าง ที่อยู่ที่บ้านคลองทรายก็ถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต ปัญหาช้างที่อยู่ตามแนวเขตอุทยาน ต่าง ๆ เป็นปัญหาที่พบเห็นเป็นประจำนะครับ ไม่ว่าจะเป็นตำบลไทยสามัคคี ตำบลอุดมทรัพย์ ตำบลวังหมี ของอำเภอวังน้ำเขียวเองที่เจอช้างทีละ ๒๐-๓๐ ตัว ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ ท่านประธาน แต่ในปัจจุบันนี้ต้องบอกว่า ช้างบางเชือกได้หลงฝูงออกมา จากในพื้นที่ที่เป็น เขตป่า ได้เข้าไปอยู่ในเขตเมือง อย่างในพื้นที่ของอำเภอปักธงชัยของกระผมไม่เคยมีช้าง มาก่อน ๓๐-๔๐ ปี แต่ปัจจุบันนี้มีช้างอยู่เชือกหนึ่ง ผมได้รับรายงานตั้งแต่วันแรก ๆ ที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับว่า มีช้างที่ตำบลระเริง หลุดมาจากเขาของอำเภอปากช่อง ทุกวันนี้ช้างตัวนี้เดินทางผ่านตำบลตะขบ ผ่านมาที่ตำบลลำนางแก้ว แล้วก็ใช้ชีวิตอยู่ที่ ตำบลลำนางแก้ว ซึ่งเป็นแหล่งที่พี่น้องประชาชนเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร รวมถึงผลไม้เป็นจำนวนมากนะครับ ผมสันนิษฐานว่าช้างตัวนี้เป็นช้างตัวเดียวกันกับที่ผม เคยหารือในสภาแห่งนี้เมื่อประมาณอาทิตย์ที่แล้ว ช้างตัวนี้ก็ยังอยู่เป็นตัวเดิม เพิ่มเติมคือทุก วันนี้น้องได้เรียกเพื่อนมาอยู่เป็นเพื่อน ทุกวันนี้มีประมาณ ๓ ตัว ซึ่งมีพร้อมทั้งแหล่งอาหาร แล้วก็น้ำดื่ม บริโภคน้ำในเขื่อนอย่างสะดวกสบาย ถือว่าเป็นแหล่งที่เหมาะสมกับการอยู่ ของช้างมาก ๆ แต่ชาวบ้านที่อยู่ในบริเวณนั้นไม่ได้คุ้นชิน แล้วก็ไม่เคยเจอปัญหาเรื่องช้างมาก่อน ในวันแรกที่ผมได้มีโอกาสได้ลงพื้นที่พี่น้องได้เล่าให้ฟังว่า เปิดประตูบ้านออกมาเจอช้าง ตัวใหญ่ ร้องแปร๋นอยู่หน้าบ้าน ชาวบ้านทำอะไรไม่ถูกครับ เข้าบ้านปิดประตูรอให้ช้างไป แล้วก็ช้างตัวนี้ก็วนเวียนกินอาหารอยู่ในตำบลแถวนั้น ผมถามว่า คุณยายครับคุณยาย จะทำอย่างไรเวลาช้างมา ก็หลบอยู่แต่ในบ้าน ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ภาวนาว่าวันหนึ่งจะให้ช้าง ช่วยไปหากินที่อื่น แต่ไปหากินที่อื่นก็ไปหากินไม่ได้ครับ ไม่ไปไร่ฉันก็ไปไร่เธอ มันก็มีอยู่แค่นี้ เดินผ่านไร่ใคร ก็คือใครเขาก็ไม่ชอบ เพราะว่าช้างตัวหนึ่งทั้งกิน แล้วก็ทำลายพืชผล ทางการเกษตร อย่างต้นขนุนอย่างนี้ครับ บางครั้งกินอย่างเดียวไม่พอ ก็มีการทำลายต้น ทำลายพืชผลทางการเกษตรจำนวนมากทุกครั้งที่เขาได้เดินผ่านแปลงต่าง ๆ เพราะฉะนั้น ผมมองว่า วันนี้ปัญหาช้างทวีความรุนแรงขึ้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าช้างมีจำนวนเพิ่ม มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งสวนทางกับปริมาณป่าที่เรามีในตอนนี้ครับท่านประธาน สุดท้ายนี้ ผมเห็นใจพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากช้างทุก ๆ ท่าน แล้วก็คิดว่าในวันนี้เป็น โอกาสที่ดีแล้วละครับ ที่เราจะต้องมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาช้างระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ขอบคุณครับ