เอกราช อุดมอำนวย หารือเรื่องรายงานทางการเงินของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และการจัดทำบัญชีของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางแผนและประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ และเสนอแนะวิธีการแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐ รวมถึงการกันเงินงบประมาณไว้
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จอจาน เอกราช อุดมอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนดอนเมือง พรรคก้าวไกลครับท่านประธาน ต้องขอบคุณนะครับ สำหรับท่านประธาน ที่บรรจุรายงานของผู้สอบบัญชี แล้วก็รายงานทางการเงินของคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งเป็นปี ๒๕๖๕ ผมคงไม่ได้ใช้เวลา Comment เยอะนะครับ ท่านประธาน เพราะเนื่องจากว่าเป็นรายงานเก่าที่เรารวบรวมนะครับ แต่ว่าผมมีข้อสังเกต จากรายงานทั้ง ๒ เล่มนี้อยู่ ๒-๓ ประเด็นครับ
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าการจัดทำบัญชีในส่วนของงบประมาณของปี ๒๕๖๕ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับเงินอุดหนุนประมาณ ๒,๕๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก ปี ๒๕๖๔ ซึ่งประมาณ ๒,๓๐๐ กว่าล้านบาท นี่ผมอธิบายกลม ๆ แล้วก็ส่วนของงบบุคลากรเหมือน ตัวเลขจะมากขึ้น แต่ว่าเมื่อคำนวณเป็นสัดส่วนก็จะลดลงนะครับ ก็คือประมาณร้อยละ ๕๐ กว่าหน่อย ๆ นั่นเองนะครับ นี่ก็คือสิ่งที่กังวลว่า ระหว่างภารกิจของหน่วยงานกับบุคลากร มันสัมพันธ์ไปด้วยกันไหม เพราะว่าสุดท้ายจะไปเหมือนของกระทรวงกลาโหม ที่งบบุคลากร เพิ่มมากจนเกินไป สุดท้ายไม่เหลือในการจัดซื้อยุทโธปกรณ์หรือว่าสิ่งสำคัญ งบดำเนินงาน อื่น ๆ มันก็จะน้อยลงแบบนี้ครับ แต่ว่าถ้ามันตอบโจทย์เรื่องประสิทธิภาพตรงนี้ก็ไม่ติดใจ
อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเบิกจ่ายงบ ก็เห็นว่าลักษณะของ ป.ป.ช. ก็จะมีงบค้างจ่าย ซึ่งก็มีอยู่ไม่กี่โครงการ แต่ก็สงสัยเหมือนกันว่าเหตุใด จึงมีงบค้างจ่าย จำนวนหนึ่งเลยทีเดียวนะครับ แล้วก็การที่มีงบค้างจ่ายทาง ป.ป.ช. ก็จะต้องทำให้ไปประสบ ปัญหาในเรื่องของการกันเงินงบประมาณไว้ เพราะว่างบที่ท่านขออย่าง ปี ๒๕๖๕ ท่านต้อง เอางบกลางต้องไปขอเพิ่มมาสำหรับการจัดสรรบุคลากร แต่ว่าอีกส่วนหนึ่งท่านก็มีเงิน อีกก้อนหนึ่งที่ท่านตั้งเอาไว้ก็เลยงงว่า ทำไมมันถึงเกิดปัญหาลักษณะแบบนี้ คือมันไม่สามารถ ที่จะเอางบประมาณในหน่วยงานนี้มาใช้ได้ กลับต้องไปของบกลางฉุกเฉินและจำเป็นมา ตั้งจ่ายบุคลากร อันนี้แสดงให้เห็นว่าแผนงานของบุคลากรของแต่ละปี มันตั้งไปไม่พอใช่ไหม แต่ผมไม่แน่ใจว่าในปี ๒๕๖๗ ที่จะถึง แล้วก็งบปี ๒๕๖๘ ท่านตั้งเป็นอย่างไรก็ท้วงติงเอาไว้ ใน ๒ ประเด็นนี้ว่า หากจะตั้งก็ไม่ใช่ว่าตั้งน้อย ๆ แล้วพอถึงเวลาก็คือต้องไปของบกลาง มาใช้แบบนี้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่มันนอกเหนือแผน มันก็ทำให้เกิดการประเมินผลที่ไม่มี ประสิทธิภาพในหน้า ๓๗ ในส่วนของรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินนะครับ ก็คือจากตารางที่ ๒๑ ก็จะเห็นว่าภายใต้แผนโครงการพื้นฐานจำนวน ๔ โครงการ ๒ ล้านกว่าบาท มีการใช้งบเหลื่อมปี ๖ โครงการ แล้วก็อยู่ระหว่างดำเนินโครงการ ๑ อัน โครงการประเภท ที่มันเหลื่อมข้ามปีแบบนี้ จริง ๆ ก็อยากทราบเหมือนกันว่ามันไปติดค้างตรงไหนนะครับ เพราะว่าการเบิกจ่ายของหน่วยงานรัฐก็มีความจำเป็นที่เราจะต้องช่วยกันล้างท่อ ก็พูดให้ เข้าใจ อันที่ ๒ ก็คือโครงการภายใต้แผนบูรณาการมี ๔๒๖ โครงการ ก็ประมาณ ๑๖๕ ล้านบาท ซึ่งก็มีการยกเลิกตามมติ ป.ป.ช. ไป ๑ โครงการ ประมาณล้านกว่าบาท ก็คือเป็นโครงการ อนุวัติตามอนุสัญญาประชาชาติการต่อต้านการทุจริต UNCAC กรณีการรับสินบน อันนี้ก็เลย ไม่แน่ใจว่าท่านยกเลิกแล้ว ไม่ทำแล้ว หรือว่าไปตั้งโครงการใหม่หรือประสบปัญหาอย่างไร อันนี้ก็อยากจะทราบนะครับ ข้อประเด็นที่จะท้วงติงก็มีประมาณนี้ ส่วนโครงการในการจัด ไม่ว่าจะเป็นโครงการต้านการทุจริต กลไกสหยุทธ์เฉพาะพื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต หรือว่า TAC ของสำนักสื่อสารองค์กร ซึ่งได้รับการจัดสรรไป ๔ ล้านบาท ไม่มีการเบิกจ่ายแต่ว่ามีการเบิก เหลื่อมปีนะครับ ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็มาใช้ในปี ๒๕๖๖ ประมาณ ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท ก็เหมือนกันครับ ประมาณร้อยละ ๙๒.๘ ของวงเงินโครงการ เรื่องของการใช้เงินก็มีปัญหา ประมาณนี้ของ ป.ป.ช. ก็คือ
อันที่ ๑ ถ้าเป็นเรื่องของงบประมาณบุคลากรถ้าท่านตั้งไม่พอดี ท่านก็ต้องไป ขอเพิ่มมันก็เลยเป็นปัญหาว่า ทำให้ถูกมองว่าแผนของการตั้งงบประมาณไม่ได้วางแผนไว้ ล่วงหน้าหรืออย่างไร
อันที่ ๒ คือโครงการที่ดำเนินการอย่างที่ผมอภิปรายมา มันมีโครงการที่ พอทำแล้วก็หยุด หรือโครงการที่จะต้องทำต่อแต่ว่าเบิกงบไม่เต็ม มันก็เลยถึงข้อพิจารณา ตรงนี้นะครับ แต่ว่าโอเคท่านก็จะมีเหตุผล แต่ว่าผมก็ตั้งเป็นข้อสังเกตว่าตรงนี้ที่ติดใจ นิดหนึ่งนะครับ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณ ต่าง ๆ นะครับ แล้วก็ไม่ติดใจเล่มรายงาน ๒ เล่มนี้นะครับ แต่ก็อยากทำให้ทาง ป.ป.ช. ได้นำข้อเสนอแนะ ข้อ Comment ไปเป็นข้อสังเกตต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ