อนิรุทธ์ สิงหศิริ แถลงผลการตรวจสอบบัญชีและการเงินของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ 2565 ยืนยันความถูกต้องตามมาตรฐานบัญชีภาครัฐ พร้อมนำเสนอภาวะการเงินและผลดำเนินงานที่พบรายจ่ายเกินรายรับ และชี้ประเด็นการใช้จ่ายงบประมาณที่ต่ำกว่าแผนอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องระหว่างคำของบประมาณกับการจัดสรรงบจริง การปรับแผนที่เกิดข้อคลาดเคลื่อน และผลสัมฤทธิ์ที่ต่ำกว่าเป้าหมาย ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการงบประมาณโดยรวม
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุก ๆ ท่าน กระผม นายอนิรุทธ์ สิงหศิริ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับมอบหมายให้แถลงผลการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงิน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ซึ่งวันนี้จะมีการแถลงรายงาน ทางการเงินของสำนักงานที่เป็นองค์กรอิสระทั้งหมด ๔ หน่วยงานด้วยกัน หน่วยงานแรก ก็จะเป็นเรื่องของสำนักงานผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน อันนี้ตามมาตรา ๕๔ แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ ต่อสภา ผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาทราบต่อไปนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ลำดับแรกเป็น หน่วยงานที่จะชี้แจง ก็เป็นเรื่องของสำนักงานผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ
ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ วรรคสอง ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบบัญชี ของสำนักงาน โดยให้ทำการตรวจสอบรับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของสำนักงาน รวมทั้งประเมินผลการใช้จ่ายและทรัพย์สินของสำนักงาน โดยแสดงให้เห็นด้วยว่า การใช้จ่าย ดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ประหยัด ได้ผลตามเป้าหมาย มีประสิทธิภาพ และเกิด ผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่าเพียงใด ทั้งให้จัดทำรายงานเสนอผลการสอบบัญชีต่อรัฐสภา และคณะรัฐมนตรีโดยไม่ชักช้า ซึ่งเรื่องนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนัก ตรวจสอบการเงินและพัสดุที่ ๑๘ ได้ทำการตรวจสอบรายงานการเงินสำหรับปี สิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ และตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแล้วเสร็จ จึงต้องขอแถลงรายงานผลการตรวจสอบเสนอต่อสภาแห่งนี้ ตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ดังต่อไปนี้
ในส่วนของรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบรายงานการเงินของสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งประกอบด้วยงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ งบแสดงผลการ ดำเนินการทางการเงิน และงบแสดงการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สุทธิ ส่วนทุนสำหรับปี สิ้นสุด วันเดียวกัน และหมายเหตุประกอบงบการเงิน รวมทั้งสรุปนโยบายการบัญชีที่สำคัญ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ตรวจสอบแล้วมีความเห็นว่า รายงานการเงินดังกล่าว ข้างต้น แสดงฐานะการเงินของสำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ผลการดำเนินการสิ้นสุดวันเดียวกัน มีความถูกต้องตามที่ควรในสาระสำคัญ และมาตรฐาน การบัญชีภาครัฐ และนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยไม่มีเงื่อนไข นะครับ ในส่วนของงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ทรัพย์สินทั้งสิ้น ๑๒๖,๐๙๒,๕๑๘.๖๖ บาท มีหนี้สิน ๑๗,๑๔๒,๒๕๐.๒๒ บาท สินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน ๑๐๘,๙๕๐,๒๖๘.๔๔ บาท ส่วนงบแสดงผลการดำเนินการทางการเงิน งบแสดงผล การดำเนินงานทางการเงิน รายได้ทั้งสิ้น ๓๒๖,๐๑๕,๒๘๘.๘๖ บาท ส่วนค่าใช้จ่าย ๓๖๕,๙๖๑,๙๘๔.๑๙ บาท ซึ่งมีรายได้ต่ำกว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ ๓๙,๙๔๖,๖๙๕.๓๓ บาท อันนี้ เป็นส่วนของบัญชีและการเงินนะครับ
สำหรับรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน ในผลของการ จ่ายเงินและทรัพย์สิน ซึ่งเรามีหัวข้อที่จะประเมินในรายงานนี้ มีทั้งหมดอยู่ ๓ ด้าน ก็คือ ด้านที่ ๑ การประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และด้านที่ ๒ ก็คือการประเมินผลการจัดการ ทรัพย์สิน ด้านที่ ๓ การประเมินผลการบริหารโครงการ ผมขออนุญาตแถลงในเรื่องของ ผลการประเมินการใช้จ่ายเงินนะครับ เมื่อเปรียบเทียบคำของบประมาณรายจ่ายกับ งบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ขอรับจัดสรรเงินอุดหนุนจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๕๑๗.๖๓ ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพียง ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท ได้รับการจัดสรรต่ำกว่าคำของบประมาณเป็นจำนวน ๑๙๓.๔๖ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๕๙.๖๘ ของบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ซึ่งปรากฏรายละเอียดตามตารางที่แสดงรายการที่ Scoreboard นะครับ ที่จะแยกออกเป็นทั้งหมด ๓ รายการ
แผนงานที่ ๑ คือแผนงานบุคลากรภาครัฐ คำขอก็อยู่ที่ ๒๘๓.๖ ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรเพียง ๒๕๐.๕๕ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้จะต่ำกว่าอยู่ประมาณ ๓๓.๐๕ ล้านบาท
แผนงานที่ ๒ คืองานพื้นฐานด้านการปรับสมดุล และพัฒนาระบบการบริหาร จัดการภาครัฐ คำของบประมาณอยู่ที่ ๒๓๐.๕๓ ล้านบาท ส่วนงบประมาณที่ได้รับจัดสรร เพียง ๗๐.๘๔ ล้านบาทแค่นั้นเองนะครับ
แผนงานที่ ๓ งานบูรณาการต่อต้านการทุจริต และประพฤติมิชอบ ของบประมาณ ๓.๕๐ ล้านบาท ได้รับงบประมาณเพียง ๒.๗๘ ล้านบาท ซึ่งโดยภาพรวมแล้ว ก็จะได้รับงบประมาณต่ำกว่าคำของบประมาณอยู่ ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท
สำหรับการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและแผน สำนักงานผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดินได้จัดทำแผนการใช้จ่ายงบประมาณปี ๒๕๖๕ จำนวนเงิน ๔๒๐.๙๘ ล้านบาท ประกอบด้วย ๒ แผน ได้แก่ แผนการใช้จ่ายงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ จำนวน ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท และแผนการใช้จ่ายจากเงินเหลือจ่าย จากปีที่แล้ว จำนวน ๖๙.๘๑ ล้านบาท มีผลการใช้จ่ายทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน ๓๘๖.๕๘ ล้านบาท แล้วมีเงินเหลือจ่ายของงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ อยู่ ๓๔.๔๐ ล้านบาท
แผนและผลการจ่ายเงิน แผนการใช้จ่ายเงินงบประมาณที่ได้รับจัดสรรจำนวน ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท ตัวนี้เขาก็คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่มีการใช้จ่ายเพียง ๗๗ เปอร์เซ็นต์แค่นั้นเอง มีเงินเหลือจ่ายสมทบจากปีที่แล้ว ๙๖.๘๑ ล้านบาท รวมเป็นงบประมาณทั้งสิ้น ในแผนการ ใช้จ่ายเงิน คือ ๔๒๐.๙๘ ล้านบาท อันนี้เป็นแผน ทีนี้ไปดูผลของการจ่ายเงินนะครับ ผลของ การจ่ายเงินจะต่ำกว่าแผนอยู่เล็กน้อย ก็คือในส่วนของการใช้จ่ายรวมภาระผูกพันทั้งหมด ๓๖๗.๗๗ ล้านบาท และมีการกันเงินไว้ เงินที่กันไว้ที่นำมาใช้จ่ายด้วย กันเงินไว้ด้วย ปี ๒๕๖๕ ๑๘.๘๑ ล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๓๘๖.๕๘ ล้านบาท มีเงินเหลือจ่าย ๓๔.๔๐ ล้านบาท จากรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สินของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มีข้อสังเกตดังต่อไปนี้ อันนี้เป็นข้อสังเกตจากการตรวจสอบ
ข้อสังเกตที่ ๑ จัดทำคำของบประมาณจำนวน ๕๑๗.๖๓ ล้านบาท แต่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท ได้รับการจัดสรรต่ำกว่า คำของบประมาณ จำนวน ๑๙๓.๔๖ ล้านบาท ผลการใช้จ่าย รวมปี ๒๕๖๕ จำนวนเงิน ๓๑๔.๒๘ ล้านบาทมีงบประมาณที่เหลือจ่ายจาก การจัดสรรอยู่ ๙.๘๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๓.๐๕ ของงบประมาณที่ได้รับการจัดสรร ซึ่งจะเห็นได้ว่า สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้รับงบประมาณจัดสรรเพียงจำนวน ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าคำของบประมาณนะครับ ยังมีงบประมาณคงเหลือ จำนวน ๙.๘๙ ล้านบาท ซึ่งหากได้รับการจัดสรรงบประมาณตามคำของบประมาณแล้ว จะทำให้มีงบประมาณคงเหลือสูงถึง ๒๐๓.๓๕ ล้านบาท จะมีเงินเหลือจ่ายค่อนข้างสูง ประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท
ข้อสังเกตที่ ๒ ในการจัดทำคำของบประมาณ โดยขอจัดสรรงบประมาณ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ สูงสุด แต่ตามแผนปฏิบัติงานที่สำนักงบประมาณได้ให้ความเห็นชอบ และแผนปฏิบัติงานที่ผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความเห็นชอบ จัดสรรงบประมาณยุทธศาสตร์ ที่ ๓ สูงสุด จะเห็นได้ว่ามีการจัดทำแผนงบประมาณไม่สอดคล้องกับคำของบประมาณ
ข้อสังเกตที่ ๓ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ มีการปรับแผนปฏิบัติงาน จำนวนทั้งสิ้น ๕๐ ครั้ง จากการตรวจสอบแผนการใช้จ่ายจากงบประมาณที่ได้รับจัดสรร พบว่า มีวงเงินตามแผนปฏิบัติงานที่ได้รับการจัดสรรสูงกว่าที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ จำนวน ๐.๓๑ ล้านบาท อันนี้อาจจะสะท้อนได้ว่า ข้อคลาดเคลื่อนที่เกิดจากการที่มีการ ปรับแผนหลายครั้ง นอกจากนี้แนวทางในการดำเนินการในการปรับแผน กรณีการโอน เปลี่ยนแปลงงาน โครงการ กิจกรรมและงบประมาณภายใต้แผนเดียวกัน (งานประจำ/ โครงการตามยุทธศาสตร์) ของสำนัก/สถาบัน/หน่วย สามารถเปลี่ยนแปลงงาน/โครงการ/ กิจกรรม และงบประมาณดังกล่าว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวต้องไม่กระทบกับเป้าหมาย แผนงานเดิม โดยแจ้งให้สำนักนโยบายและแผนทราบแล้วนะครับ เพื่อปรับปรุงข้อมูลในการ ปฏิบัติ และแผนการใช้จ่ายงบประมาณและการบริหารแผนงานและงบประมาณ ไม่มีการ กำหนดอำนาจในการอนุมัติปรับแผนในกรณีดังกล่าวไว้
ข้อสังเกตที่ ๔ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ สำนักผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้กำหนดผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณที่จัดสรร จำนวน ๓๒๔.๑๗ ล้านบาท โดยกำหนดตัวชี้วัดเชิงปริมาณ ร้อยละของความสำเร็จของ การปฏิบัติงาน ด้านการอำนวยความเป็นธรรมให้กับประชาชน ให้มีความรวดเร็วและ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ แต่มีผลการดำเนินงานร้อยละ ๕๔.๐๙ ซึ่งผลการดำเนินงานดังกล่าวเป็นผลจากการใช้จ่ายงบประมาณจากงบประมาณที่ได้รับ จัดสรรและเงินที่เหลือจ่ายสะสม ดังนั้นหากคำนวณผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัดเฉพาะจาก งบประมาณที่ได้รับจัดสรรแล้ว จะได้ผลการดำเนินงานต่ำกว่าร้อยละ ๕๔.๐๙
ข้อสังเกตที่ ๕ มีผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด เป้าหมาย