วสันต์ ภัยหลีกลี้ ชี้แจงและหารือประเด็นการตรวจสอบการชุมนุมที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็กและเยาวชนจากมุมมองของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เน้นย้ำความสำคัญของการรับฟังทุกฝ่าย จัดเวทีร่วมกับภาคประชาสังคม และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยเพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก พร้อมรายงานความคืบหน้าข้อเสนอแนะหลังเหตุการณ์ชุมนุม ทั้งการติดตามบทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างตำรวจ กระทรวงการพัฒนาสังคม และกระทรวงศึกษาธิการ การผลักดันคู่มือการชุมนุมอย่างสันติ และการเรียกร้องให้มีการพิจารณาการนิรโทษกรรมเพื่อเยียวยาความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา โดยสนับสนุนให้เกิดการแก้ไขผ่านกระบวนการทางการเมืองอย่างรอบด้าน
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิก ที่ได้กรุณาให้ความเห็น ได้ให้ข้อสังเกต คำแนะนำ รวมถึงคำชมเชยกับรายงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในครั้งนี้นะครับ ก็จะขออนุญาตรับข้อสังเกต คำแนะนำไปดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ ผมอยากจะขออนุญาตนำเรียนเพิ่มเติม อีกเล็กน้อยครับว่า รายงานการตรวจสอบฉบับนี้ เราเน้นหนักในเรื่องของการชุมนุมของเด็ก และเยาวชน อาจจะไม่ได้ครอบคลุมในบางประเด็น แต่ว่าประเด็นอื่น ๆ ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้มีการพิจารณา อาจจะแยกต่างหากออกไป ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ คุณวาฤทธิ์ สมน้อย หรือกรณีของคุณมานะ หงษ์ทอง หรือว่าการชุมนุมทางการเมือง ก่อนหน้าโน้นนะครับ
ประการต่อมา อยากจะเรียนนะครับว่า ระหว่างที่ดำเนินการตรวจสอบ โดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายนะครับ รับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง คำชี้แจงจากหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ได้ดำเนินการในเชิงของการแก้ไขปัญหาไปก่อนด้วยนะครับ เนื่องจากว่ากว่าแรงงานจะออก บางทีอาจจะช้าได้ เราก็มีการจัดเวที เพื่อที่จะหาทางออกร่วมกันนะครับ อย่างเวทีที่สำคัญ ก็จะเป็นเวทีเรื่องสิทธิเด็กในสถานการณ์การชุมนุม ซึ่งก็ได้เชิญทั้งภาครัฐ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ได้เชิญทั้งภาคประชาสังคม แล้วก็หน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนของภาคประชาสังคม มาร่วมปรึกษาหารือกัน แล้วก็มีข้อเสนอแนะนะครับ ซึ่งข้อเสนอแนะหนึ่งที่สำคัญ ก็คือเรื่อง ของพื้นที่ปลอดภัย แล้วก็หลักประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชน นอกจากนั้นก็พยายาม ที่จะมีเวทีในการหาทางออก โดยเฉพาะการชุมนุมที่สามเหลี่ยมดินแดง เราก็ร่วมมือกับมูลนิธิ ผสานวัฒนธรรม แล้วก็ Thai PBS จัดเวทีตรงนี้เพื่อที่จะหาทางออกให้กับสถานการณ์ด้วย นะครับ ระหว่างที่รอผลของรายงานการตรวจสอบชิ้นนี้ออกมา จะขออนุญาตเรียนเพิ่มเติม ครับว่า ในการตรวจสอบเราก็เน้นไปที่ประเด็นที่มีการร้องเรียนเป็นหลักนะครับว่า มีการ ละเมิดสิทธิของเด็กและเยาวชนหรือไม่อย่างไรนะครับ อย่างไรก็ตามโดยหลักการแล้ว เราก็เห็นด้วยกับที่หลายท่านพูดนะครับว่า เวลาเราพูดถึงมิติของสิทธิมนุษยชนก็จะต้องนึกถึง สิทธิในวงกว้าง คือสิทธิของผู้ชุมนุม สิทธิของผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบ แล้วก็สิทธิของ ผู้อื่นด้วย ในบางรายงานเราก็จะมีข้อเสนอแนะไปถึงผู้ที่ชุมนุมโดยตรงด้วยนะครับ
ถัดมาครับ ก็อยากจะขออนุญาตเรียนว่า หลังจากที่รายงานเราออกมาแล้ว ก็ได้มีการเสนอแนะไปยังหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็มีการติดตามรายงานด้วย ถ้าทางสภา ผู้แทนราษฎรจะกรุณาช่วยติดตามอีกทางก็จะเป็นพระคุณนะครับ จากการติดตามเบื้องต้น ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก็ไม่ใช่คู่กรณีกับเรานะครับ เพราะว่าเราให้ความเป็นธรรม กับทุกฝ่ายแล้วก็รับฟัง ทางตำรวจแห่งชาติก็ได้ตอบรับข้อเสนอแนะที่เราได้เสนอไป แล้วก็ได้ มีการกำชับให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติไปปฏิบัติ แล้วก็ไปแก้ไขเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต เราคุยกับ ทาง พม. ด้วยนะครับ เกี่ยวกับเรื่องการเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ รวมทั้ง กระทรวงศึกษาธิการที่จะเปิดพื้นที่ปลอดภัยให้กับเด็กและเยาวชน ในส่วนของ กสม. เอง ก็ได้มีการทำวิจัยเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องคู่มือการชุมนุม แล้วก็อยู่ระหว่างการที่จะเผยแพร่คู่มือ การชุมนุมออกมา เพื่อที่จะเป็นคู่มือให้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาแล้วก็ไปปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตำรวจ ของทางสื่อมวลชน ของทางเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งในส่วนของผู้ชุมนุมเองนะครับ ก็คิดว่าจากปัญหาการชุมนุมที่ผ่าน ๆ มา ผมเชื่อว่า ทุกท่านก็คงเห็นตรงกันว่า เราคงไม่มีใครอยากเห็นการบาดเจ็บหรือสูญเสีย แล้วก็ควรจะมี บทบาทในการที่จะช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ซึ่งทาง กสม. เองก็พยายามที่จะทำรายงาน ฉบับนี้ให้รวดเร็ว แล้วก็ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะเป็นข้อเสนอแนะ ในเชิงนโยบายด้วยนะครับ ในเชิงกฎหมาย ในเชิงนโยบาย แล้วก็ในเชิงการแก้ไขปัญหาในเชิง ระบบนะครับ
เรื่องเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมนะครับ ผมคิดว่าท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้พูดถึงในช่วงท้ายก็ชัดเจนนะครับ คือเราพูดในหลักการ เรื่องการ ดำเนินคดีกับเด็กและเยาวชน บางทีก็จะเป็นการสร้างภาระให้กับเด็กและเยาวชนเกินสมควร แก่เหตุ อย่างไรก็ตามเรื่องความผิดต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่จะต้องพิสูจน์กัน แต่ในทางการเมือง เราก็จะเห็นได้ว่าสังคมไทยก็ผ่านการนิรโทษกรรม เพื่อที่จะมีการเยียวยาบาดแผลที่เกิดขึ้น ในอดีตมาอยู่บ้างแล้ว และคราวนี้ผมก็เชื่อว่าสภาแห่งนี้ก็จะเป็นเวทีที่สำคัญในการที่จะแก้ไข ปัญหาในเรื่องการนิรโทษกรรมความขัดแย้งทางการเมือง การชุมนุมทางการเมืองที่มีมา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๔๙ มาจนถึงปัจจุบันนะครับ ซึ่งเรื่องนี้ทาง กสม. เองก็มีข้อเสนอแนะ ในเชิงหลักการ เรื่องการนิรโทษกรรมมาที่สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็วุฒิสภาเป็นการเฉพาะ เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี้ด้วยครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนที่ประชุมและขออนุญาต กราบขอบพระคุณทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ