จาตุรนต์ ชี้ปัญหาละเมิดสิทธิเด็ก เร่งปฏิรูปการศึกษา-ใช้กำลังเกินเหตุ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗

จาตุรนต์ ฉายแสง ชื่นชมรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่มีความตรงไปตรงมาและเป็นไปตามมาตรฐานสากล ถือเป็นก้าวสำคัญของประชาธิปไตยไทย พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กจากเจ้าหน้าที่ใช้กำลังเกินเหตุและสภาพแวดล้อมในสถานศึกษา เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อเสนอเพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชนอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

นายจาตุรนต์ ฉายแสง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม จาตุรนต์ ฉายแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ รับทราบ การแจ้งผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ความจริงเดิมทีก็คิดว่ามีท่านสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยหลายท่านได้พูดไปแล้ว ก็คิดว่าอาจจะ ไม่น่าจะต้องพูดอะไรอีก แต่ว่าหลังจากที่ได้ฟังการอภิปราย และได้อ่านรายงานก็มีความรู้สึกว่า ควรจะพูดเรื่องที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อไป ทั้งต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนอื่นก็กราบเรียนว่า รายงานนี้เรื่องที่เสนอต่อสภา ผู้แทนราษฎรของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับนี้ถือว่าน่าจะเป็นฉบับที่นับได้ว่า เป็นประวัติศาสตร์ เป็นฉบับประวัติศาสตร์เพราะว่าเป็นความก้าวหน้าอย่างมากของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ผมพูดนี้ไม่ได้หมายถึงเป็นความก้าวหน้าของคณะ ชุดนี้เท่านั้น แต่หมายถึงว่าในการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ผ่าน ๆ มาก็น่าจะหลายชุดแล้ว โดยเฉพาะทำงานกันในช่วงที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนไม่มีสิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยชนมักไม่ค่อยได้รับการคุ้มครอง คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศไทยเรา ทำงานต่ำกว่ามาตรฐานสากลมาโดยตลอด ไม่เป็นที่ยอมรับของสากล ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติระดับที่เป็นทวีปก็ดี ระดับโลกก็ดี ครั้งนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสามารถจะเสนอผลการตรวจสอบ และทำความเห็นมาได้อย่างตรงไปตรงมา เป็นการเคารพต่อหลักการสิทธิชุมชน เป็นการ เคารพต่อสิทธิของเด็กตามอนุสัญญา และตามกฎหมายของประเทศไทยเราเอง อันนี้ก็ต้อง ขอแสดงความชื่นชมต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไว้ในโอกาสนี้

ท่านประธานครับ เนื่องจากผมใช้เวลาเพียงสั้น ๆ ด้วย ก็จะไม่ยกตัวอย่าง หรือกรณีที่เกิดขึ้นที่นำมาประกอบรายงานนี้อีกแล้ว เพราะว่าในรายงานนี้มีความสมบูรณ์ อย่างมาก คือท่านได้รายงานให้เห็นว่ามีผู้มาร้องว่า มีการละเมิดสิทธิเด็ก มีการจับกุม ดำเนินคดีต่อเด็กจำนวนมาก โดยองค์กรที่มาเสนอข้อเท็จจริง ท่านก็รายงานว่ามีองค์กรอะไร มารายงานบ้าง มีโครงการ Shine in Mob โครงการ Mob Data Thailand มีรายงานของ iLaw มีรายงานของศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน ท่านก็เล่าไปตามที่เขาเล่ามา ข้อเท็จจริง เหล่านี้ถ้าลงท้ายแล้ว ถ้าท่านจะบอกว่า ข้อมูลเหล่านี้ก็ฟังมาแล้ว แต่เห็นเป็นอีกอย่างหนึ่ง เราก็จะรู้สึกว่าอันนั้นก็จะเหมือนคณะกรรมการเมื่อหลาย ๆ ปีก่อนอาจจะทำอย่างนั้นได้ แต่ว่าท่านได้ทำความเห็น ซึ่งความเห็นของคณะกรรมการ ข้อค้นพบของคณะกรรมการ ก็เท่ากับว่า ยืนยันว่าข้อร้องเรียนของหน่วยงานต่าง ๆ ข้อค้นพบของหน่วยงานที่เขาทำงาน ด้านสิทธิมนุษยชน หรือสิทธิของเด็ก มีข้อเท็จจริงที่เป็นความจริงเป็นจำนวนมาก ท่านมี ความเห็นเรื่องการใช้เครื่องมือควบคุมฝูงชน หลายกรณีไม่ปฏิบัติตามหลักการการใช้ เครื่องมือควบคุมฝูงชน หลายกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังเกินกว่าเหตุในการจับกุมผู้ชุมนุม ที่เป็นเด็ก การจับกุมผู้ชุมนุมที่เป็นเด็ก หลายกรณีพบการใช้สายรัดพลาสติก ซึ่งหลายท่าน พูดเพิ่มเติมไปแล้วด้วย พบการควบคุมเด็กปะปนรวมกับผู้ใหญ่ ไม่แยกพื้นที่ พบการควบคุมเด็กที่เข้าร่วมการชุมนุม หลายกรณี เช่น การติดตามการใช้ชีวิตประจำวัน การถูกสืบค้นประวัติและการนำไปเผยแพร่ บนสื่อสังคม Online ความเห็นเหล่านี้เป็นความเห็นที่เป็นการยืนยันว่าที่เราได้ยินมา ที่เด็ก มาร้องเรียนบ้าง องค์กรต่าง ๆ ร้องเรียน ท่านก็พบ มีการแสวงหาข้อเท็จจริงของพนักงาน เจ้าหน้าที่ ก็พบปัญหาอย่างมาก เสร็จแล้วสุดท้ายครับ การแสวงหาข้อเท็จจริงเหล่านี้ นอกจากพบเรื่องของตำรวจ ผู้เกี่ยวข้องแล้วก็ยังมีการพบปัญหาที่เกิดในส่วนที่เป็น สถานศึกษา ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งในรายงานนี้อาจจะบอกว่า ทางศูนย์ความปลอดภัย ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการก็บอกว่า ไม่ค่อยมีคนมาร้องเรียน แต่ถ้าดูจริง ๆ จากรายงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการร้องเรียนของเด็กที่ร้องเรียน ต่อภายนอก คือไม่ได้ร้องเรียนโดยตรงต่อศูนย์ความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการ ก็ยัง พบว่า มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพของเด็กอยู่เป็นจำนวนมาก ก็ยังดีที่กระทรวงศึกษาธิการ มีหนังสือสั่งการไปเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้สถานศึกษาอาจจะลดพฤติกรรมหรือหาทางป้องกัน ไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิเสรีภาพลงมาบ้าง และที่สำคัญครับท่านประธาน ผมขอเวลาอีก นิดเดียวก็คือว่า สิ่งที่จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ก็คือข้อเสนอที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติได้เสนอเป็นนโยบาย เป็นแนวทางมาตรการ ซึ่งท่านเสนอต่อทั้งสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ เสนอต่อทั้งกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็ยังมีเสนอมาตรการมายังสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ รายละเอียดผมคงไม่กล่าวแล้วนะครับ เวลาก็เหลือจำกัดมากแล้ว ข้อเสนอต่าง ๆ เหล่านี้จะเกิดผลเป็นจริงหรือไม่ อันนี้เป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรก็คงจะต้องช่วยติดตาม เพราะว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีเรื่องที่ต้องไปปรับปรุงมากมาย และท่านก็ได้กรุณา ทำเป็นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมชัดเจน จะทำตามหรือไม่ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญว่าเด็ก ๆ จะได้รับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพหรือไม่ กระทรวงศึกษาธิการจะไปทบทวน จะไปเพิ่ม มาตรการหรือไม่ ก็เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่าการละเมิดสิทธิเสรีภาพของเด็กใน สถานศึกษานี้เกิดขึ้นมากจริง ๆ ดังที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ค้นพบแล้ว นอกจากนั้นยังมีการเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งดำเนินการศึกษาข้อมูล และข้อเท็จจริง ในรายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ของเด็กและเยาวชนอันเป็นผลจากการใช้เสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุม เพื่อที่จะมีการนำไปพิจารณาเกี่ยวกับ การทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกบางท่านอภิปรายในวันนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็เห็นปัญหา แล้วก็เห็นดีกับข้อเสนอของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ บางท่านอาจจะพูดด้วยความเป็นห่วงบ้านเมือง บางท่านอาจจะพูดแล้วโยงไปถึงข้อหาที่เด็ก ถูกตั้งบ้าง พฤติกรรมของเด็กบ้าง แล้วก็อาจจะรู้สึกว่า พฤติกรรมอย่างนี้คนฟังเร็ว ๆ อาจจะ รู้สึกว่าถ้ามีพฤติกรรมอย่างนี้ ก็สมควรจะถูกดำเนินการ แต่ต้องขอบคุณคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ท่านไม่ได้มองปัญหาแบบนั้น เขาจะมีพฤติการณ์อย่างไร เขาจะถูก ตั้งข้อหาอะไร ฟังแล้วน่ากลัว ฟังแล้วไม่น่าจะดีต่อบ้านเมือง แต่หลักของท่านคือใครก็ตาม ที่ยังไม่ถูกตัดสินว่ากระทำผิดไปแล้ว ท่านต้องให้การคุ้มครอง ท่านเห็นว่าทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจะต้องให้การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ให้การคุ้มครองให้เขาได้รับความยุติธรรม ในกระบวนการ และโดยเฉพาะเป็นเด็กไม่ควรถูกดำเนินการเกินกว่าเหตุ และไม่ได้สัดส่วน ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่น่าชื่นชมดังที่ผมกล่าวไปแล้ว ก็อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า สมาชิกบางท่านอาจจะเป็นห่วงในบางแง่มุม แต่สุดท้ายแล้วเรื่องสำคัญที่เราต้องพิจารณาครับ ไม่ว่าเด็กจะไปทำข้อหาอะไร ก็จะมีการ ดำเนินคดีอะไรกันไปตามกฎหมาย เพียงแต่ว่าการดำเนินคดีตามกฎหมายนั้นควรจะ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ได้รับการคุ้มครองสิทธิ และได้รับความยุติธรรม ตรงนี้ คือเรื่องที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าใจอย่างดี และทำข้อเสนอมาที่เป็น ประโยชน์อย่างมาก ผมจึงขอถือโอกาสนี้ขอบคุณที่ท่านส่งรายงานมายังสภาผู้แทนราษฎร และที่เป็นรายงานที่ดี และจะเป็นประโยชน์ต่อไป และสภาผู้แทนราษฎรก็คงจะร่วมมือ กับท่านในการที่จะติดตามให้ข้อเสนอของท่านที่เสนอไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ถูกนำไปปฏิบัติ จริง ๆ เพื่อที่เราจะได้ลดปัญหาให้น้อยลง การมีความยุติธรรม การคุ้มครองเด็ก ผู้ที่ควรจะ ได้รับการคุ้มครองเกิดขึ้น นั่นละครับจึงจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นประโยชน์ทำให้สังคม อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข อย่างเป็นปกติสุข ขอขอบคุณครับท่านประธาน