สหัสวัต คุ้มคง สนับสนุนรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ เรื่องสิทธิเด็ก และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามข้อเสนอเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของเยาวชนอย่างจริงจัง โดยหารือปัญหาการจับกุมคุมขังเด็กและเยาวชนโดยไม่แยกจากผู้ใหญ่ ขาดการติดต่อผู้ปกครอง รวมถึงการข่มขู่คุกคามประชาชนโดยอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมเรียกร้องให้ยุติพฤติกรรมละเมิดสิทธิ ให้ กสม. นำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่รายงาน และเร่งสอบสวนคดีการเสียชีวิตของเยาวชนหน้า สน. ดินแดงอย่างโปร่งใส ย้ำถึงความสำคัญของสิทธิการชุมนุมตามหลักประชาธิปไตย และเรียกร้องให้รัฐให้เกียรติและรับฟังเสียงของเยาวชนในฐานะอนาคตของชาติ
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และท่าน ผู้ชี้แจงครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคก้าวไกล ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุนรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง อันเกี่ยวเนื่องกับสิทธิเด็ก กรณีขอให้ตรวจสอบ การละเมิดสิทธิเด็ก ในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และสิทธิเสรีภาพในการ ชุมนุม จากรายงานฉบับนี้ ผมถือว่าเป็นรายงานที่ดีมาก ๆ แต่อาจจะมีบางประเด็นที่ ท่านอาจจะตกหล่นไป แล้วผมอยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติม รวมทั้งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจาก รายงานฉบับนี้หน่วยงานราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะได้ดำเนินการตามแนวทางที่ทาง กสม. ได้แนะนำไว้ เพราะนี่คือเรื่องสำคัญมาก ๆ ที่เราจะยืนยันสิทธิมนุษยชนและหลักการ สากลในการดูแลสิทธิเสรีภาพของเยาวชนครับ
ประเด็นแรก ที่ผมอยากจะกล่าวถึง คือประเด็นการจับกุมคุมขังเยาวชนที่มี อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก ในรายงานได้เขียนไว้ชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเด็กและเยาวชน โดยไม่ได้มีการแยกไว้ มีการใช้สายรัดข้อมือพลาสติก รัดไว้และไม่ได้มีการสอบถามหรือแยกให้ชัดเจนว่า ใครเป็นผู้เยาว์หรือไม่ ประเด็นนี้ เป็นประเด็นใหญ่ สำหรับการแยกเด็กออกไป มากไปกว่านั้นประเด็นนี้ผมอยากจะเพิ่มเติม ในเรื่องนี้คือมีเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่หลังจากถูกจับแล้วนำไปควบคุมตัว ไม่ว่าจะเป็นที่ สถานีตำรวจหรือที่ใด ๆ ก็ตาม หลายคนไม่สามารถติดต่อผู้ปกครองได้ โดยเฉพาะในกรณี กลุ่มทะลุแก๊สบริเวณดินแดง ที่เด็กจำนวนมากเป็นเยาวชน บางครั้งก็ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ หรือพ่อแม่ก็ทำงานอยู่ต่างที่ ต่างถิ่นด้วยสภาวะเศรษฐกิจครับ แทนที่เด็กเหล่านี้จะได้ขึ้นศาลในวันต่อมาเลย แล้วได้รับการปล่อยตัวกลับบ้าน เด็กจำนวนหนึ่ง ต้องถูกจับกุมคุมขังไว้ล่วงหน้า เพราะยังติดต่อผู้ปกครองไม่ได้ ทำให้เด็กต้องสูญเสียอิสรภาพ นานขึ้น ถูกจับกุมคุมขังไว้ต่อซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ผมอยากจะเพิ่มเติมเรื่องนี้ให้มี สหวิชาชีพเข้ามาดูแลเรื่องนี้ในอนาคต หรือหากมีการจับกุมใด ๆ ที่ไม่สามารถติดต่อ ผู้ปกครองได้ควรจะต้องให้ พม. เข้ามาช่วยเหลือดูแลทันที แทนที่จะให้อยู่กับตำรวจครับ
ประเด็นต่อมา คือประเด็นการข่มขู่คุกคามในสถานศึกษา รวมถึงที่บ้านครับ โดยรายงานระบุไว้ชัดเจนว่ากรณีแบบนี้เกิดขึ้นกว่า ๑๐๐ กรณี และมากไปกว่านั้นเรื่อง น่าเกลียดเรื่องหนึ่งที่ตำรวจไทยมักทำ คือการข่มขู่คุกคามด้วยข้ออ้างว่าไปเยี่ยม ผมเข้าใจว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่นั่งอยู่ในห้องนี้ก็คงเคยโดนมาแล้ว ไม่ว่าท่านจะอยู่ฝากฝั่งไหน ตัวผมเองก็โดนกระทำแบบนี้จากบุคคลที่อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเฝ้าหน้าบ้าน มาติดตามมาถ่ายรูป นี่คือการคุกคามละเมิดสิทธิอย่างชัดเจนครับ ตำรวจมีหน้าที่อะไร ไปเยี่ยมบ้านเยาวชน หรือนักกิจกรรมครับ เพื่อนพี่น้องผมหลายคนที่เคยโดนก็ชอบมาเล่า ให้ฟัง แล้วก็ถามตำรวจเลยมาทำไม มาเยี่ยมทำไม เป็นญาติฝ่ายไหน ข้อเสนอของผมคือเลิก วิธีการแบบนี้ได้แล้วครับ จะไปไหน มาไหน หาใครก็ทำให้มันดี ๆ ครับ ไม่ใช่อ้างว่าไปเยี่ยม แต่ก็ไปเฝ้าทั้งวัน ไปตามถ่ายรูปติดตามเหมือนเยาวชนเหล่านี้เป็นอาชญากร นอกจากทำกับ เยาวชนโดยตรงแล้ว ยังมีการกดดัน ข่มขู่ไปที่ตัวผู้ปกครองของเด็กเหล่านี้อีก เลิกนะครับ พฤติกรรมแบบนี้ ไม่ใช่เฉพาะกับเยาวชนนะครับ กับใครก็ควรเลิก ผมอยากจะให้ทาง กสม. เพิ่มข้อเสนอเรื่องนี้เพิ่มเติมเข้าไปด้วยครับ และอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ให้ปฏิบัติตามแนวทางการดำเนินงานนี้อย่างเคร่งครัดครับ และประเด็น ที่สำคัญที่หายไปจากเรื่องนี้ แล้วผมอยากให้มีการติดตามเรื่องนี้อย่างจริงจัง คือกรณีของ วาฤทธิ์ สมน้อย เยาวชนอายุ ๑๕ ปีที่ถูกยิงบริเวณหน้า สน. ดินแดง ในวันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ ตอนนี้ผ่านไป ๒ ปีกว่ายังไม่ มีใครออกมารับผิดชอบกรณีนี้เลย นี่คือเหตุการณ์ที่ชัดเจน โดนยิงเสียชีวิตหน้าสถานีตำรวจ ปัจจุบันก็ไม่มีอะไรคืบหน้า ทำอะไรกันอยู่ครับ นี่ถ้าเป็นบุตรหลานของท่านเรื่องจะเงียบแบบ นี้ไหมครับ ถ้านี่เป็นบุตรหลานของผู้มีอำนาจเรื่องก็คงไม่เงียบแบบนี้ ผมอยากจะขอไว้อาลัย แล้วขอเรียกร้องความเป็นยุติธรรมให้กับเหยื่อเยาวชนคนนี้ และต้องการทั้งแนวทางการ สืบสวนความคืบหน้าของคดี และที่สำคัญครับกระบวนการหาผู้กระทำผิดในคดีนี้ อยากให้เรื่องนี้ถูกนำมาใส่ในรายงานของ กสม. ด้วยครับ สุดท้ายครับ ผมขอยืนยันแบบนี้ว่า การชุมนุม ตามหลักการประชาธิปไตยนั้นทำที่ไหนก็ได้ ไม่มีขอบเขต ไม่ใช่ว่าใกล้บ้าน ผู้มีอำนาจไม่ได้ ไม่ใช่ว่าทำเนียบไม่ได้ครับ ในประเทศที่เจริญแล้วอาจจะมีพื้นที่ที่จัดสรรไว้ เพื่อการชุมนุม แต่ก็ไม่ได้ปิดกั้นสิทธิที่จะชุมนุมนอกสถานที่เหล่านั้น แล้วที่สำคัญเรามักจะ ได้ยินอยู่เสมอว่ามีการบอกว่ามีคนอยู่เบื้องหลัง มีคนอยู่เบื้องหลังคอยชักนำความคิดของ เยาวชน ท่านครับ เยาวชนยุคนี้ฉลาดนะครับ ติดตามข่าวสาร Active กันมาก ๆ สนใจการเมือง กันมาก ๆ ผมไม่เชื่อว่าจะมีใครอยู่หลังเยาวชนและชักนำความคิดของเยาวชนได้ รวมถึงแม้การแสดงออกของเยาวชนบางครั้งอาจจะเป็นสิ่งที่พวกเราไม่พอใจ รัฐอาจจะไม่ ชอบใจ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องพึงระลึกถึงการรับมือของรัฐก็ต้องได้สัดส่วนกับสิ่งที่เยาวชนทำ เช่นกัน ผมขอฝากเรื่องนี้ทางผู้ชี้แจงให้มีการใส่เรื่องเหล่านี้ลงในรายงาน แล้วยืนยันครับว่า เยาวชนคืออนาคตของชาติ เราต้องปกป้องดูแลสิทธิของเยาวชนทุกกลุ่มบนหลักการของ ประชาธิปไตยครับ ขอบคุณครับ