กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมใคร่ขออนุญาตในการที่จะอภิปรายรับทราบรายงานผลการตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๕๙/๒๕๖๖ ที่คณะกรรมการสิทธิได้นำเสนอในวันนี้
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
อยากขอเรียนกับท่านประธานนะครับว่า ในกระบวนการต่อสู้ นิสิต นักศึกษา นักเรียน มันเป็นการต่อสู้ที่ประวัติศาสตร์ทางการเมือง มายาวนาน แต่ประวัติศาสตร์ทางการเมืองมายาวนานนั้น มันก็แตกต่างกันไปจนถึงปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะเป็น วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ซึ่งเราต่อสู้กับเผด็จการ ซึ่งสืบทอดมายาวนาน แล้วก็ วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ นี่ก็ต่อสู้กับเผด็จการ ทรราชที่จะกลับมาประเทศไทย ก็ขบวนการ เริ่มต้นจากนิสิต นักเรียน อันนั้นคือการต่อสู้ระบบเผด็จการจริง ๆ จนถึงพฤษภาทมิฬ ๒๕๓๔ เราก็มีการต่อสู้กับเผด็จการที่เขายึดอำนาจตอนนั้นจากระบอบประชาธิปไตย ก็เริ่มต้นจาก สถาบันมหาวิทยาลัยเช่นเดียวกัน จนมาเรื่อย ๆ จนถึงขั้นที่คณะกรรมการสิทธิที่ได้ ศึกษาพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องมีการร้องเรียนของคณะจนมาถึงประเด็นตรงนี้ ท่านประธานครับในรายงานฉบับนี้ที่ผมได้อ่านมีข้อเสนอให้หน่วยงานต่าง ๆ ปฏิบัติการดังนี้ ซึ่งกระผมเห็นด้วย
ข้อที่ ๑ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ ความระมัดระวังอย่างยิ่งต่อการใช้กำลังจับกุมผู้ชุมนุมต้องมีความเหมาะสม และพอ สมควรแก่เหตุกับพฤติการณ์ของผู้ถูกจับกุม และให้ปฏิบัติต่อผู้ถูกจับกุมซึ่งเป็นเด็กอย่างมี ความเหมาะสม
ข้อที่ ๒ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจงดเว้น ในการใช้เครื่องพันธนาการในการจับกุมเด็ก ทั้งในขณะที่จับกุมและระหว่างการควบคุมตัว เพื่อให้ปฏิบัติสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและ ครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ รวมถึงอนุสัญญาว่าด้วย สิทธิเด็ก
ข้อที่ ๓ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ งดเว้นการเข้าไปติดตาม สอดส่อง สอบถามข้อมูล พูดคุยในลักษณะที่เป็นการข่มขู่ตักเตือน หรือวิพากษ์วิจารณ์ในการกระทำ เป็นเหตุให้สิทธิเสรีภาพของผู้ชุมนุม ห้ามตำรวจเข้าไปรบกวนพื้นที่ชีวิตส่วนตัวของพี่น้อง ประชาชนจนเกินกว่าเหตุ ๓ เรื่องนี้กระผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ เพราะประเทศเราเป็น ประเทศที่ปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แล้วรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ก็ให้การรับรองสิทธิเสรีภาพในการออกมาชุมนุมอย่างสงบสันติของพี่น้องประชาชน อย่างเต็มที่ เพราะกระผมเชื่อว่าเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบไม่ใช่เรื่องเฉพาะบางวัฒนธรรม บางสถานที่ หรือบางเวลาเท่านั้นครับ แต่เรื่องเสรีภาพและการชุมนุมเป็นมรดกของ มนุษยชาติ เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติของมนุษย์ และเป็นความจำเป็นที่มนุษย์สามารถ รวมตัวกันเพื่อตอบสนองผลประโยชน์ของตนได้ครับ มันจะมีศัพท์เมื่อก่อนที่ไหนมีการกดขี่ ที่นั้นมีการต่อสู้ ท่านประธานครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่เสรีภาพในการชุมนุมเป็นสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้อง ประชาชนทุกคน และเป็นรัฐธรรมนูญที่ของเราได้รับรองการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นการดูแลสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน คนอื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมด้วย เพื่อเป็น การป้องกันพวกเขาถูกละเมิด ที่เป็นหลักการสำคัญครับ แล้วประเทศที่เป็นประชาธิปไตย จะต้องดูแลเรื่องสิทธิเสรีภาพ ไม่ว่าท่านจะเข้าร่วมชุมนุมหรือไม่ ไม่ว่าท่านจะมีความคิดเห็น แตกต่างหรือไม่ พี่น้องประชาชนต้องได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ประเทศเราบอกว่าเป็นประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย และประชาธิปไตยเบ่งบานเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างประเทศที่พัฒนาแล้วประเทศ อังกฤษ เยอรมัน เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส หรือแม้กระทั่งสหรัฐอเมริกาทุกประเทศต่างก็มีกฎหมาย คุ้มครองและรับรองสิทธิเสรีภาพของผู้ไม่ได้ร่วมชุมนุมเช่นเดียวกันครับ คือทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพ อยู่เฉย ๆ ก็สิทธิเสรีภาพของเขาในการที่จะอยู่เฉย ๆ เพราะเราปกครองระบอบ ประชาธิปไตย ผมกล่าวเบื้องต้นเราสู้กับเผด็จการ เผด็จการกดหัวเรา จนหนีหัวซุกหัวซุน แต่ ณ วันนี้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่มันจะมาแบบไหนผมจะไม่เอ่ยอ้างถึง เพราะมันหลายฉบับ เหลือเกิน ประเทศเหล่านี้ต่างก็มีกฎหมายบอกว่าคุณสามารถชุมนุมได้ แต่คุณต้องไปรบกวน ผู้อื่น คุณจะต้องใช้สิทธิเสรีภาพโดยสงบ และคุณห้ามมาชุมนุมในสถานที่ราชการ ต้องห่างจากที่พักอาศัยบุคคล เช่น บ้านนายกรัฐมนตรี บ้านประธานาธิบดี บ้านประธานศาล ท่านประธานเคยไปสหรัฐอเมริกาไหมครับ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทำเนียบขาวเขาจะให้ จัดสถานที่ชุมนุมต่างหาก ห่างไปประมาณ ถ้าผมดูด้วยตาประมาณ ๕๐๐ เมตร ไม่ได้มา เข้าใกล้เลยครับ นั่นที่ผมอยากจะขอกราบเรียนว่าเขาจัดสถานที่อย่างเหมาะสม แม้แต่การห้ามชุมนุมบนถนนสาธารณะที่จะให้คนอื่นเขาเดือดร้อนในการใช้ชีวิตประจำวัน นี่คือตัวอย่างกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้เห็นต่าง และผู้ไม่ได้ร่วมชุมนุมครับ ขออีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ เราดีกันแล้วครับท่านประธานครับ ขอนิดเดียวครับ
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาเดือนที่แล้วสภาก็อภิปรายเรื่อง การขัดขวางขบวนการสมเด็จฯ ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ที่พวกเราคนไทยต่างเคารพ รักนับถือ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมากลุ่มผู้ชุมนุมบางกลุ่มก็อ้างว่าอยู่ฝั่ง ประชาธิปไตย สิ่งที่เขาอ้างเสมอ เรียกร้องหาประชาธิปไตย และสิ่งที่เขาเรียกร้องเสรีภาพ ต่าง ๆ นานา จนไม่เคารพสิทธิของผู้อื่น บางกลุ่ม เช่น กลุ่มทะลุวัง ก็ได้ชุมนุมขัดขวางและ สร้างความเดือดร้อน กลุ่มทะลุแก๊สที่ถูกจับไป ทางตำรวจก็ไม่รู้ ไม่รู้ว่าอายุเท่าไรอะไร อย่างไร นี่เป็นการย่ำศักดิ์ศรีของมนุษย์ของคนอื่นตลอด ดังที่เป็นข่าวนะครับ ทั้งบุกบ้าน คนอื่น บุกทำลายพรรค บุกไปชี้หน้าด่าผู้ใหญ่ ขว้างปาสิ่งของ ทำร้ายร่างกาย ด่าทอคนอื่น เหมือนคนเสียสติอย่างที่พวกเราเห็นเหมือนกัน อย่างที่ได้เกิดขึ้น กระผมเชื่อว่าเราต่างดูแล้ว ดูให้เห็นผมก็ไม่สบายใจครับ ท่านประธานครับ บางกลุ่มเรียกร้องโน่นนี่นั่นต่าง ๆ นานา เรียกสิทธิเสรีภาพของตนเอง เป็นฝ่ายเดียว แต่บางกลุ่มพวกนี้ละเมิดสิทธิของคนอื่นอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเรียกร้อง เข้าห้องเรียนอ้างว่าสิทธิจะต้องเข้ารับการศึกษา แต่ไม่ต้องแต่งชุดนักเรียนก็มีครับ ก็เป็นข่าว ผมเอาข่าวมาเล่าให้ฟังเป็นการย้ำเตือน คนพวกนี้อ้างสิทธิเสรีภาพของตนเอง และขอเลือก ที่จะเข้าโรงเรียนบางวิชาก็ได้ ไม่เรียนเป็นบางวิชาก็ได้ แล้วเขาเลือกกิจกรรมที่อยากจะทำ บางครั้งก็แต่งชุดนักเรียนไม่ได้บ้าง ไม่ต้องแต่งชุดบ้าง ไปชุมนุมดันใส่ชุดนักเรียนไปก็มีครับ แล้วเข้าแถวเคารพธงชาติก็ไม่ได้ เคารพธงชาติไม่ได้มันจะเป็นจะตายครับ เพียงแต่ชู ๓ นิ้ว เรื่องนี้ถูกต้องแล้วท่านประธานครับ ตัวเองมีเงินค่าเทอม จ่ายค่าเทอมฉันก็เข้าไปเรียนได้ โดยไม่อยู่ในกฎกติกา ท่านประธานที่เคารพอย่างสูงครับ กระผมขอยกตัวอย่างวันเสาร์ ที่ผ่านมา นักเรียนไปสมัครสอบมัธยมศึกษา ๑๐,๐๐๐ กว่าคน เตรียมอุดมศึกษาครับ ที่กระผมอยากพูดเรื่องนี้การศึกษาเป็นสิทธิที่ครอบครัวลูกหลานต่าง ๆ อยากจะได้โรงเรียน ดัง ๆ เตรียมอุดมศึกษาสอบเป็น ๑๐,๐๐๐ คน รับไม่กี่คน จังหวัดอุดรธานี อยากจะเข้า อุดรพิทยานุกูลครับ สมัครหลายพัน คน เอา ๑๒๐ คน อยากไปเรียน แล้วเขาพร้อม แต่งชุด แล้วพร้อมที่จะไปเรียน ลูกตาสีตาสาบ้านนอกบ้านนา เขาก็ต้องไปเรียน แล้วยังมี ลูก ๆ หลาน ๆ น่ารักอีก พวกเขาไม่มีโอกาสได้เข้า มีความเห็นต่าง แล้วไม่มีโอกาสได้เข้าไป เขาพร้อมที่จะปฏิบัติกฎเกณฑ์กติกาของโรงเรียน แต่ไม่สามารถที่จะเข้าโรงเรียนได้ เราน่า เห็นใจพวกนั้นมากกว่า กระผมจึงขอให้ลูกหลานที่เคยมีพฤติกรรมอย่างนี้ จะอยู่ในคุกหรืออยู่ นอกคุกก็ดี ผมเห็นใจนะ เพราะว่าเราใช้ตรงนั้นอยู่แล้ว เราเคารพอยากจะให้นิรโทษกรรม เขาด้วย ให้เขาเคารพกติกาโรงเรียน กลับเนื้อกลับตัวกลับใจ หนูเข้ามาเรียนหนังสือเพื่อที่จะ เป็นคนดีของครอบครัว ให้พ่อให้แม่มีความสบายใจ และกลายเป็นผู้ชุมนุมแล้วถูกจับ อย่าไป ละเมิดสิทธิของคนอื่น และถ้ามีใครอยู่เบื้องหลังก็ให้เลิกอยู่เบื้องหลังเสีย เป็นนักการเมือง ก็ให้เข้ามาอยู่ในสภามาคุยกันอยู่สภา ให้เลิกพฤติกรรมเหล่านี้ สุดท้ายท่านประธานครับ กระผมขอฝากท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้ท่านมาดูแลลูกหลานกลุ่มนี้ด้วย ให้ท่านได้เข้ามาดูแลพี่น้องประชาชนที่ถูกละเมิดด้วย และมีการออกไปอบรม ไปประชุม ไปอะไรตามมหาวิทยาลัย ตามโรงเรียนอะไรต่าง ๆ เพื่อที่จะให้เขาได้รู้จักสิทธิ รู้จักสิทธิ ของตนเองแต่ไม่รู้จักสิทธิของคนอื่น ท่านครับ กระผมไม่อยากให้ท่านเพิกเฉย ขอให้ดูแล สิทธิเสรีภาพของพวกเขาเหล่านั้นด้วย ขอขอบคุณครับ