ร่มธรรม ขำนุรักษ์ หารือรายงานการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อเด็กและเยาวชนในการชุมนุมปี 2563 โดยเห็นชอบกับข้อเสนอแนะเพื่อการแก้ไขอย่างเป็นธรรม พร้อมผลักดันการเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นของเยาวชนและประชาชน เน้นย้ำการปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างเป็นธรรม สอดคล้องหลักสากล และยืนยันสิทธิในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างสันติภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเร่งส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐาน เพื่อสร้างสังคมที่เปิดกว้าง มีความยุติธรรม และเอื้อต่อการมีส่วนร่วมของทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ร่มธรรม ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผม ขออภิปรายให้ความเห็นในวาระรับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๑๕๙/๒๕๖๖ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งรายงานนี้ก็เกิดขึ้นจากเรื่อง ร้องเรียนในการให้มีการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีที่เด็กออกมาใช้เสรีภาพ ในการชุมนุมและแสดงความคิดเห็น ในช่วงปี ๒๕๖๓-๒๕๖๕ ว่าถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่และ ใช้ความรุนแรงด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อปราบปรามการแสดงออกของเด็ก โดยทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทำหน้าที่คุ้มครองส่งเสริม และตรวจสอบประเด็นสิทธิและเสรีภาพของประชาชน และที่สำคัญครับ คณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติ ได้ทำหน้าที่เสนอแนะแนวทาง นโยบายและการปรับปรุงกฎหมายต่อ รัฐสภาแห่งนี้และต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนนะครับ ผมก็ต้องขอเริ่มต้นด้วยการชื่นชมการทำงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้ ทำงานอย่างตรงไปตรงมา เท่าทันเหตุการณ์ มีการให้ความรู้ในด้านสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ รับเรื่องร้องเรียน ตรวจสอบ แสวงหาข้อเท็จจริง และมีข้อเสนอแนะหลากหลายประเด็น ต่อหน่วยงานรัฐบาล โดยทางคณะกรรมการก็ได้ให้ความเห็นถึงความเป็นธรรมด้านสิทธิ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิของผู้บริโภค สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี สิทธิชุมชน และสำหรับประเด็น ในวันนี้ก็คือสิทธิด้านการชุมนุมและสิทธิเด็ก ท่านประธานครับ เราทราบกันดีว่าในช่วง ปี ๒๕๖๓ มีการชุมนุม มีการเคลื่อนไหวของนักเรียน นักศึกษา เยาวชน อย่างกว้างขวาง ซึ่งสาเหตุก็เกิดจากหลายประเด็นทั้งความไม่พอใจในด้านการเมือง ความไม่พอใจในด้าน รัฐธรรมนูญ ไม่พอใจในรัฐบาล ประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาระบบการศึกษา และสาเหตุอื่น ๆ ประกอบกันจนเป็นความเคลื่อนไหวดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งการชุมนุมดังกล่าว เริ่มต้นจากสถานศึกษาและยกระดับการชุมนุมไปยังสถานที่ต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดควบคู่ไปกับการรณรงค์ในโลก Online โดยกลุ่มผู้ชุมนุมก็มีข้อเรียกร้อง ในหลายประเด็นต่อรัฐบาล ที่ผมคิดว่าแม้เราจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะชอบหรือไม่ชอบ กับการชุมนุมครั้งนี้ แต่เราก็ต้องยอมรับครับว่านี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงที่มาจากความรู้สึก นึกคิดของเยาวชนหลายส่วน ที่คาดหวังกับปัจจุบันและอนาคตที่พวกเขาอยากจะเห็น รัฐบาลในขณะนั้นก็ได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในกรุงเทพมหานคร มีการควบคุม ฝูงชน มีการสลายการชุมนุมด้วยวิธีต่าง ๆ และมีการจับกุมดำเนินคดีต่อผู้ชุมนุม ที่สังคมได้ ตั้งคำถามครับ ว่ามีการกระทำและการใช้ความรุนแรงที่เกินกว่าเหตุหรือมีการละเมิดสิทธิ มนุษยชนต่อเด็กหรือไม่ จึงเป็นที่มาของรายงานฉบับนี้ของทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ทางด้านรัฐสภาแห่งนี้เองในขณะนั้นก็ได้มีการเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อหา ทางออกให้ประเทศจากสถานการณ์การชุมนุมทางการเมือง โดยได้มีการอภิปรายของ เพื่อนสมาชิกหลายต่อหลายท่าน สำหรับรายงานเล่มนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในด้านสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง และสิทธิเด็กในการชุมนุมในปี ๒๕๖๓ โดยพบว่าการจับกุมเด็กมีการใช้ความรุนแรง มีการ คุกคามเด็ก และชี้ว่าการกระทำเหล่านี้เป็นการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก กระผมก็เห็น ด้วยกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในหลายประการด้วยกันครับ
ประการที่ ๑ รัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ควรจะเปิดพื้นที่ เปิดเวที เปิดช่องทาง ให้เยาวชน นักศึกษา และประชาชนทุกกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ในทุก ๆ ประเด็นต่อรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐ ซึ่งอีกทางหนึ่งก็จะเป็นพื้นที่ที่รัฐบาลและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ชี้แจง จะได้สร้างความเข้าใจต่อประชาชนในประเด็นต่าง ๆ ด้วย
ประการที่ ๒ คือผมคิดว่ารัฐต้องมีวิธีการที่เหมาะสมในการปฏิบัติต่อเด็กและ เยาวชนในพื้นที่ชุมนุมให้มีการคัดกรองพื้นที่ให้เป็นพื้นที่ที่ปลอดภัย และการควบคุมฝูงชน ของเจ้าหน้าที่ควรเป็นไปตามหลักสากลให้มีความเหมาะสมและคำนึงถึงมิติของเด็กด้วย
ประการที่ ๓ ผมคิดว่ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องคำนึงถึงสิทธิเด็ก จากการชุมนุมโดยสันติ ในด้านการจับกุมเด็กต้องให้ความเป็นธรรมในด้านกระบวนการ ยุติธรรมให้สอดคล้องกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพในการชุมนุม ท่านประธานที่เคารพครับ การชุมนุมด้านการเมืองของเยาวชน นักศึกษา ตั้งแต่อดีตจนถึง ปัจจุบันสะท้อนให้เห็นแล้วครับว่าปัญหาของประเทศเกิดขึ้นในหลาย ๆ ช่วง โดยจะมี การชุมนุมของนักศึกษา เยาวชน ในช่วงนั้น ๆ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากปัญหาที่ทับถม กดดัน กดทับประชาชนจนเกิดปะทุขึ้นมา จนหลายต่อหลายครั้งนำไปสู่ความรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้ สิ่งที่ผมคิดว่าเราต้องยืนยันก็คือว่าประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การแสดงออก และมีเสรีภาพในการชุมนุมตามรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าเราได้บทเรียน มามากมายจากการชุมนุมด้านการเมืองตลอดที่ผ่านมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องที่ว่าการใช้ความรุนแรงไม่เคยแก้ไขปัญหาได้เลยครับ เพียงแต่จะทำให้เกิดความเสียหายและความสูญเสียเพียงเท่านั้น และอีกบทเรียนที่สำคัญ ก็คือว่าเราในฐานะนักการเมือง นักบริหาร ผู้นำในประเทศนี้ควรรับฟังครับ ควรเรียนรู้จาก บทเรียนความขัดแย้งทางการเมืองในอดีต และควรเปลี่ยนแปลง และพัฒนาประเทศ ทั้งในด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ ปากท้องเพื่อความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ที่ดีขึ้นภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข
สุดท้ายนี้ครับ ผมก็หวังว่ารายงานเรื่องการชุมนุมของเด็กและเยาวชนฉบับนี้ ทั้งได้ข้อมูลการตรวจสอบ รวมถึงข้อเสนอแนะและแนวทางจะเป็นส่วนสำคัญที่เราพิจารณา ในสภาแห่งนี้และจะนำไปสู่การสร้างความเข้าใจ และส่งเสริมสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิเด็กในการใช้เสรีภาพในการแสดงออก แสดงความคิดเห็นในประเทศไทยต่อไป แล้วผมก็ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ดำเนินการเพื่อส่งเสริม และคุ้มครอง สิทธิด้านต่าง ๆ ของประชาชนอย่างเป็นธรรมและตรงไปตรงมาต่อไป การทำงานของ คณะกรรมการในการให้ความรู้ ความเข้าใจด้านสิทธิต่าง ๆ และให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล และหน่วยงานของรัฐจะเป็นการสร้างสังคมให้มีความยุติธรรม และทำให้ประชาชนมีสิทธิ และเสรีภาพมากขึ้นได้ เพราะสิทธิมนุษยชนคือสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของทุกคน ที่เท่าเทียมกันครับ ขอบคุณท่านประธานครับ