สุรศักดิ์ แจงปัญหาขาดแคลนครูโรงเรียนเล็ก ชี้กระทบ PISA

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗

สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ชี้แจงปัญหาการขาดแคลนครูในโรงเรียนขนาดเล็กที่มีนักเรียนต่ำกว่า 120 คน ซึ่งไม่สามารถจัดสรรอัตรากำลังคืนได้ตามนโยบายรัฐ ทำให้ต้องพึ่งครูอัตราจ้างที่ได้ค่าตอบแทนต่ำกว่าเกณฑ์ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขโดยการจัดสรรครูเพิ่มและเร่งประสานให้ค่าจ้างสอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่าน พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ให้มาตอบคำถามกระทู้แยกเฉพาะในครั้งนี้ จากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ เนื่องจากจริง ๆ แล้ว วันนี้ ท่านรัฐมนตรีติดภารกิจ จริง ๆ แล้วสำคัญไปกว่านั้นคือ คำถามที่ท่านสมาชิกถามนั้น เป็นคำถามที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระผมโดยตรง ก็จะนำเรียน ๒ ประเด็น แต่จริง ๆ แล้วถ้าท่านรัฐมนตรีไม่ติดภารกิจ ท่านก็จะมานะครับ แต่เนื่องจากคำถามก็ เกี่ยวโยงกับผมโดยตรง ที่ท่านสมาชิกถามในการแก้ปัญหาการขาดแคลน คุณครูในโรงเรียนขนาดเล็กอย่างยั่งยืน นั่นคือสรุปประเด็นที่ท่านจะถามนะครับ ขอนำเรียน อย่างนี้ที่ท่านได้กล่าวมาทั้งหมดนั้นคือความจริงที่ปรากฏจริง ๆ การขาดแคลนของโรงเรียน ขนาดเล็กนั้นเป็นปัญหาที่สำคัญ แล้วก็มีผลกระทบจริงกับคะแนน PISA ที่เป็นตัววัด ความสามารถของเด็กนักเรียนอย่างหนีไม่พ้น ซึ่งแน่นอนปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ขนาดเล็กนั้น กระทรวงศึกษาธิการพยายามหลาย ๆ วิธีทางที่จะแก้ปัญหาการขาดแคลนใน โรงเรียนขนาดเล็กให้หมดปัญหาไป แต่แน่นอนด้วยข้อจำกัดของกระทรวงเอง คำว่า โรงเรียน ขนาดเล็ก ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะผ่านไปยังท่านสมาชิกที่ตั้งคำถาม และ อยากจะผ่านไปถึงผู้ที่รับฟังด้วยครับ คำจำกัดความในที่นี้ของโรงเรียนเล็กนั่นคือ หมายถึง โรงเรียนที่มีขนาดนักเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คนลงมา นั่นจะเป็นคำจำกัดความของ กระทรวงศึกษาธิการที่ให้ไว้กับโรงเรียนขนาดเล็ก และแน่นอนเด็กนักเรียนที่ต่ำกว่า ๑๒๐ คน ในโรงเรียนนั้น ๆ ที่อยู่โรงเรียนขนาดเล็ก นั่นคือปัญหายิ่งใหญ่ที่จะมีผล เรื่องของ การขาดแคลนบุคลากรในการศึกษา โดยเฉพาะครูผู้สอนที่ท่านจะได้ยินว่าครูไม่ครบชั้น ครูเอกไม่ตรงวิชาก็ตาม อันนั้นคือปัญหาที่กระทรวงพยายามแก้ปัญหา แต่เรื่องนี้ มันเป็นปัญหาที่สืบเนื่องมาจากคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำกับกำลังคน นโยบายกำลังคนภาครัฐหรือ คปร. ที่เรารู้จักกันดี มีเงื่อนไขอย่างนี้ถ้าเป็นโรงเรียนต่ำกว่า ๑๒๐ คน เดี๋ยวผมสรุปให้สั้น ๆ เลยว่า เราไม่สามารถจัดอัตรากำลังคืนกลับไปให้โรงเรียน เหล่านั้นได้ ถ้าโรงเรียนเหล่านั้นเกษียณ คุณครูเกษียณ เคยมี ๕ คน เกษียณเหลือ ๔ คน เขาก็จะไม่ได้รับการจัดสรรกำลังคนเหล่านั้นไปเลย อันนี้คือเรื่องสำคัญเลย แน่นอนโรงเรียน ขนาดเล็กจะแยกหลายประเภท ถ้าเป็นโรงเรียนพื้นที่เฉพาะก็คืออยู่ตามเกาะแก่ง อยู่ตามพื้นที่พิเศษ อย่างเช่น พื้นที่ห่างไกล อันนี้เราจัดสรรคืนได้ แต่โรงเรียนส่วนใหญ่ ที่อยู่ในพื้นที่ปกตินี้ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน ที่เด็กต่ำกว่า ๑๒๐ คน แล้วเราไม่สามารถจัดคืนอัตรากำลังไปได้ นั่นคือปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ๆ แล้วก็เป็นที่มาของ การจ้างครูที่เรียกว่า ครูอัตราจ้าง เมื่อกระทรวงจัดอัตราราชการคืนไปไม่ได้ แล้วโรงเรียน ก็หาวิธีออกโดยการจัดทอดผ้าป่า ระดมทุนเพื่อจะหาครูมาสอนให้ครบชั้นหรือให้ครบวิชา ที่โรงเรียนนั้นขาดแคลน ก็เกิดที่มาว่าอัตราการจ้างไม่สอดรับกับค่าแรงขั้นต่ำ อันนี้จะนำ เรียนนะครับ แต่นั่นแน่นอนถ้าเป็นของกระทรวงจ้างเองในฐานะที่ชื่อว่าครูอัตราจ้างใน ตำแหน่งนั้น กระทรวง ๑๕,๐๐๐ บาทแน่นอน ไม่ผิดกฎหมายใด ๆ แต่ถ้าโรงเรียน จ้างเองโดยเงินบริหารจัดการของโรงเรียน จะมีหลาย ๆ โรงเรียนอย่างตามข่าว ๙,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท หรือกี่พันที่ต่ำกว่าวุฒิปริญญาตรี แล้วก็ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ อันนั้นคือปัญหา ที่เกิดขึ้น แล้วกระทรวงพยายามแก้ แน่นอนแนวทางแก้ปัญหาของกระทรวงเองก็พยายาม ที่จะจัดสรรครูอัตราจ้าง ในตำแหน่งพนักงานข้าราชการ ในตำแหน่งครูอัตราจ้างทดแทน คืนไป แต่แน่นอน ๒๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียนที่ขาดแคลน เรามี ๑๐,๐๐๐ กว่าอัตรา ก็ให้ได้ ไม่เพียงพอ ที่จะคืนไปสู่โรงเรียนที่ขาดแคลนในตำแหน่งครูผู้สอน หรือบุคลากรฝ่ายสนับสนุน ในโรงเรียนนั้น ๆ ซึ่งโรงเรียนเหล่านั้นก็จะไปจ้างเอง แล้วก็เกิดปัญหาอย่างที่กล่าว แต่ทาง เขตพื้นที่การศึกษา แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการก็ให้แนวทางว่าขอความร่วมมือว่าพยายาม พิจารณาให้สอดคล้องกับค่าแรงขั้นต่ำ แต่ด้วยงบประมาณที่จำกัด การทอดผ้าป่า การระดมทุน ก็ตามของแต่ละโรงเรียน ก็เกิดปัญหาว่าไม่สามารถ Cover จะจ้างได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ส่วนใหญ่แล้ว อันนี้ผมเรียนท่านสมาชิกด้วยความจริงว่าตามข่าวนี้จริงครับ เปิดรับสมัคร ตามอัตราเท่านั้น แต่คนที่ยอมจะมาทำส่วนหนึ่งต้องสมัครใจ ไม่มีใครบังคับแล้วมาทำ เขาสมัครใจ ๑. อาจจะด้วยเป็นจิตอาสาอยากมาช่วยลูกหลานอันนั้นเรื่องหนึ่ง ๒. อาจจะ เป็นเรื่องของใกล้บ้าน แล้วก็อยากจะทำงานใกล้บ้าน โดยรับอัตราที่ไม่ได้ถูกกฎหมาย แต่เป็นการยินยอมที่จะรับ แต่ก็สามารถดำรงชีวิตได้ก็ตาม หรือมุ่งหวังในความก้าวหน้า เพราะครูอัตราจ้างเหล่านั้นจะมีสิทธิพิเศษ เมื่อเข้าไปสอนให้กับโรงเรียนได้แล้ว ๓ ปี จะสามารถสอบเป็นข้าราชการได้เขาเรียกว่า ว ๑๖ หรือว่าสอบภายใน ก็คือครูเหล่านี้เท่านั้น ที่จะมีโอกาส แต่เขาก็ยังมีโอกาสไปสอบ การเปิดสอบทั่วไป คือรับบุคคลทั่วไป อันนั้นก็เป็น ประเด็นหนึ่ง แต่สิ่งที่หลาย ๆ คน อยากที่เป็นก็เนื่องจาก ว ๑๖ ก็คือความเจริญก้าวหน้า ในอาชีพ การที่จะเป็นข้าราชการโดยการเปิดสอบเฉพาะภายใน ที่ครูอัตราจ้าง ๓ ปีขึ้นไป แต่ละพื้นที่ แน่นอนอันนั้นเป็นเรื่องหนึ่งที่เราต้องแก้ปัญหา การแก้ปัญหาของกระทรวง แน่นอน คปร. เป็นองค์กรสำคัญที่กำกับการ โดยทำให้โรงเรียนขนาดเล็กต่ำกว่า ๑๒๐ คน เราไม่สามารถคืนอัตราครูข้าราชการกลับไปได้เลย แต่เราพยายามลดภาระครู ตอนนี้ ท่านทราบไหมว่าครู ไม่ว่าโรงเรียนใหญ่ โรงเรียนเล็ก นักการภารโรงที่ขาดแคลนก็เช่นกัน ด้วย พ.ร.บ. การปรับอัตรากำลังให้พนักงานเขาเรียกว่าลูกจ้างประจำหมดไป นักการภารโรง เป็นส่วนหนึ่งของอัตราลูกจ้างประจำที่จะต้องหมดไป หมดแล้วจะไม่ได้คืน โรงเรียนต่าง ๆ ที่เคยมีอัตรานักการภารโรงทั่วทุกโรงเรียนทั้งประเทศเกษียณแล้วหมดคืนไม่ได้ ๆ แต่วันนี้กระทรวงศึกษาธิการกำลังทำเรื่องของบกลางจากท่านนายกรัฐมนตรี คืนนักการภารโรง ๑๔,๐๐๐ กว่าอัตรา ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ นี้ ที่จะเริ่มจ้าง วันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ก็คือโรงเรียนเปิดเทอม ๆ ใหม่นี้ หวังว่าจะได้งบกลาง เพื่อจะไปจ้างนักการภารโรง แล้วก็ของบปี ๒๕๖๘ เพื่อจะจ้างตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๗ ยาวไปถึง วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๘ แล้วปีต่อ ๆ ไป เราจะจ้างทุกปีครับ เพื่ออะไรนักการ ภารโรงเป็นอัตราหนึ่งที่สำคัญที่จะไปลดภาระครู เฉพาะครูไม่ครบชั้นก็แย่แล้ว ครูเอกไม่ตรง วิชาก็แย่แล้ว ยังต้องมาทำงานล้างห้องน้ำ ตัดต้นไม้ หรือดูแลเรื่องต่าง ๆ ในโรงเรียนอย่าง ไม่ใช่เนื้องานที่สำคัญของครูที่จะต้องทำ ครูก็ต้องทำ ครูธุรการก็อีกเรื่องหนึ่ง แน่นอนท่าน ปารมีเองก็เป็นห่วงตอนตั้งกระทู้ถามสดผมเมื่อช่วงนั้นว่า ภาระของครูผู้สอนมันเยอะ นอกจากนักการภารโรงแล้วยังต้องทำเรื่องของครูธุรการ วันนี้เองการจัดการเบื้องต้นที่จะ ให้เขตทำ หมายถึงว่าทำงานธุรการ ทำงานพัสดุแทนโรงเรียนขนาดเล็กที่ต่ำกว่า ๑๒๐ คน ด้วยความสมัครใจ ตอนนี้เขตทำอยู่ แต่โรงเรียนไหนไม่สะดวกเขาก็ยังทำอยู่ แต่ถ้าโรงเรียน ไหนสะดวกและสมัครใจเขตจะทำให้ เพื่อลดภาระครู ครูก็น้อยอยู่แล้ว แต่ยังต้องมี เนื้องานอื่นที่ไม่ใช่เกี่ยวกับการสอนโดยตรง กระทรวงก็พยายามแก้ปัญหาตรงนั้น เพื่อจะขอ งบประมาณเพิ่มเติมเพื่อจะจ้างคืนนักการภารโรงให้ครบทุกโรงเรียน ตอนนี้ทราบว่าขาดอยู่ ๖,๐๐๐ กว่าอัตราทั่วประเทศ อันนั้นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แล้วเรื่องที่สำคัญที่สุด คือตอนนี้เรา กำลังพยายามทำการเจรจากับ คปร. เพื่ออะไรครับ เพื่อจะได้คืนอัตราข้าราชการให้กับ โรงเรียนที่โดนล็อกไว้ว่าต่ำกว่า ๑๒๐ คน ในพื้นที่ปกติคืนเขาไม่ได้ เราอยากคืนครับ เพื่อจะ ให้เขาไปบริหารจัดการ ไม่ว่าจะระดับผู้อำนวยการโรงเรียน ครูผู้สอน อันนี้เราอยากจะทำ แล้วเรากำลังเจรจาอยู่ หวังว่าจะทำได้ ถ้าทำได้มันจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้ เบื้องต้นขอ อนุญาตตอบคำถามแรกก่อนครับ ขอบคุณครับ