สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๖ · ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๗

ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พูดถึงการป้องกันโรคระบาดสัตว์ โดยเฉพาะโรคปากเปื่อย เท้าเปื่อย โรค Anthrax และโรค Lumpy Skin และการผลิตวัคซีน

นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอตอบคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านดอกเตอร์ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สส. จังหวัดนครพนม ประเด็นที่ท่านได้ถามว่าถ้าหากทาง กรมปศุสัตว์นั้นมีแผนดำเนินการอย่างไร ในกรณีการป้องกันโรคระบาดสัตว์ โดยเฉพาะ โรคปากเปื่อย เท้าเปื่อย โรค Anthrax และโรค Lumpy Skin และโรค Lumpy Skin ซึ่งถือว่าเป็นโรคที่เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนผู้เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุกร ไม่ว่าจะเป็น เลี้ยงโค ทั้งโคเนื้อโคนม แล้วก็แพะด้วยเช่นกัน เพราะว่าปัญหาดังกล่าวนี้มันเกิดขึ้นแทบทุกปี ในขณะนี้ ต้องเรียนให้ท่านทราบว่าทางกรมปศุสัตว์นั้นอย่างที่ผมได้กราบเรียนไปเมื่อสักครู่นี้ แล้วว่าเรามีโรงงานวัคซีน เรามีการนำเข้าวัคซีนส่วนหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น โรค Lumpy Skin ในปีที่เกิดเหตุการณ์ขึ้น ในการระบาดของโรค Lumpy Skin นั้นเราต้องการใช้วัคซีนในการ แก้ไขปัญหานี้ ๗ ล้านโดส ในขณะเดียวกันโรงงานที่ปากช่องเรานี้ ของกรมปศุสัตว์นี้ เราผลิตตามขีดความสามารถได้เพียง ๑.๕ ล้านโดสเท่านั้นเอง ทุกอย่างนั้นมีการนำเข้ามา นี่ยกตัวอย่างแค่โรค Lump Skin เรามีการวางแผนว่าโรงงานของเราในขณะนี้เราไม่ต้องการ ที่อยากจะใช้เงินลงทุนของงบประมาณของแผ่นดิน ผมได้มอบนโยบายให้กรมปศุสัตว์ในการ ที่จะพัฒนาแล้วยืนบนขาของตัวเองให้ได้ โดยการให้หาทางเลือกที่จะยืนบนขาของตัวเอง โดยมีปัจจัยอยู่ ๓ ปัจจัยด้วยกัน ๑. ก็คือไม่กระทบต่องบประมาณของแผ่นดิน ๒. มีวัคซีนที่ มีคุณภาพและได้มาตรฐานเพียงพอ และ ๓. สามารถที่จะนำส่วนเกินของวัคซีนที่เราผลิตได้ จากโรงงานที่เราจะเกิดขึ้นในขณะนี้สามารถที่จะจำหน่ายไปยังต่างประเทศ ในประเทศ ในภูมิภาคนี้ หรือเราต้องการอยากจะเป็น Hub ของศูนย์วัคซีนของภูมิภาคนี้ทางด้านปศุสัตว์ ต้องยอมรับนะครับว่า มนุษย์เองเวลาเกิดโรคขึ้นมาแล้วเรายังต้องมีวัคซีนมนุษย์ยังพูดได้ ยังอธิบายได้ แต่สัตว์มันอธิบายไม่ได้ มันพูดไม่ได้ เพราะฉะนั้นการเตรียมความพร้อม จึงมีความจำเป็นอย่างมากเรามีโรงงานในขณะนี้ที่ปากช่อง ท่านประธานทราบไหมครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทราบไหมว่าเราสร้างมา ๙๐ ปีแล้ว ในขณะที่เทคโนโลยีวันนี้ มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นการที่เราจะใช้งบประมาณในการเติมเข้าไปเพื่อจะพัฒนา โรงงานวัคซีนของเรานั้น ผมคิดว่าวันนี้เราเติมเข้าไปเท่าไร ในขณะนี้ผลิตได้นี้ก็ยังไม่ได้ มาตรฐานนะครับ ที่เรียกว่ามาตรฐาน GMP ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลขององค์การอนามัยสัตว์ โลก ซึ่งเราจะต้องทำมาตรฐานให้ได้ในขณะนี้เราผลิตได้ แต่เราไม่ได้รับมาตรฐานถึงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นมั่นใจแค่ไหนว่าถ้าสมมุติว่าเรามีวัคซีนที่ยังไม่มีคุณภาพ หรือมีคุณภาพยังไม่ได้ มาตรฐานสากลนั้นประเทศที่เป็นคู่ค้า อย่างที่ผมได้นำเรียนไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นประเทศเวียดนาม หรือประเทศมาเลเซียก็ดี สินค้าปศุสัตว์ที่ส่งออกนั้นเขาตั้งกำแพงเราเรื่องของเรามี โรคปากเปื่อย เท้าเปื่อย ซึ่งวันนี้ท่านทราบไหมว่าเราส่งออกในปีที่ผ่านมานั้นเลยครับเราแทบ ส่งออกไม่ได้เลย ตัวเลขการบริโภคภายในประเทศ ๑.๒ ล้านตัวต่อปี ในขณะที่เราผลิตได้ เฉลี่ยแล้วก็คือ ๑.๖ ล้านตัวต่อปี เราส่งออกต่างประเทศได้เพียง ๘๐,๐๐๐ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นความต้องการตลาดดังกล่าวนี้ยังมีความต้องการอย่างมากอยู่ เพราะฉะนั้น เรากำลังพัฒนาสถาบันวัคซีนของทางด้านกรมปศุสัตว์โดยมีเงื่อนไขว่าอาจจะให้เอกชน หรืออาจจะร่วมทุนภาครัฐและเอกชน ซึ่งในขณะนี้เราให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทำการศึกษาวิจัยความเป็นไปได้ ความคุ้มทุนของการพัฒนาสถาบันวัคซีนของกรมปศุสัตว์ อยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นการเตรียมแผนในการที่จะผลิตวัคซีนให้มีความเพียงพอต่อการแพร่ ระบาดของโรคที่เกิดขึ้นกับสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ปีก สัตว์เคี้ยวเอื้อง แล้วก็หมู เห็ด เป็ด ไก่ ทุกอย่าง แม้กระทั่งแพะด้วยทั้งหมดเลย ซึ่งขณะนี้ทางกรมปศุสัตว์เองเรากำลัง พัฒนาทางด้านโรงงานวัคซีนของเราให้มีมาตรฐานสากลอยู่ในขณะนี้ครับ คิดว่าถ้าหากว่า เราสามารถทำได้ สิ่งที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติกังวลนั้นก็จะหายไป แล้วก็จะส่งผลต่อสินค้า ทางด้านปศุสัตว์ที่มีคุณภาพ ปลอดโรค ปลอดภัยต่อผู้บริโภคต่อไปครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน