วิโรจน์ ชี้ทุจริตในภาครัฐ ยันต้องคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๗

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ชี้ปัญหาการทุจริตในภาครัฐที่ขยายตัว พร้อมเรียกร้องให้มีการคุ้มครองผู้เปิดเผยข้อมูลอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการข่มขู่จากผู้บังคับบัญชา และผลักดันให้บรรจุกลไกคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสไว้ในกฎหมาย โดยขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาชี้แจงเหตุผลที่ไม่รวมมาตรการดังกล่าวไว้ในร่างกฎหมายก่อนหน้านี้

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมคิดว่าประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านและเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้คงยอมรับในตัวผมบ้างว่า ผมคือหนึ่งในคนที่รู้กลไกและพฤติการณ์ พฤติกรรมของการทุจริตในแวดวงราชการน่าจะดีที่สุดคนหนึ่งในสภาแห่งนี้ การทุจริตและ ประพฤติมิชอบนี้นะครับท่านประธาน มันจะเริ่มจากวงเล็ก ๆ แล้วก็เริ่มจากคนใกล้ชิด แต่จากนั้นเมื่อไรอ้ายโจรพวกนี้ อ้ายโจรสีกากีเหล่านี้ เวลามันได้ปุ๊บ มันจะเริ่มได้ใจ แล้วมัน จะเริ่มขยายวงและมีการจ่าย มีการแบ่งเงินตั้งแต่หัวโต๊ะยันท้ายโต๊ะ ขบวนการมันใหญ่ขึ้น แล้วพอขบวนการมันใหญ่ขึ้นครับท่านประธาน สิ่งที่พวกโจรสีกากีเหล่านี้กลัวที่สุดก็คืออะไรครับ การที่มีคนใดคนหนึ่งปากโป้ง ไปบอก ไปแฉ ไปเปิด ไปเผย แล้วมันก็จะเริ่มเอากลไก ไม่ใช่แค่ ผลประโยชน์ มันจะเริ่มเอาอำนาจหน้าที่ของระดับบังคับบัญชาไปข่มขู่ข้าราชการชั้นผู้น้อย แล้วก็จะข่มขู่ข้าราชการชั้นผู้น้อยว่าถ้าคุณเปิด ผมจะใช้อำนาจหน้าที่เล่นงานคุณก่อน แล้วที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนี้มาโดยตลอด ท่านประธานทราบอยู่แล้วว่าประเทศชั้นนำอย่างญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศ เขามีกลไกสำคัญในการจัดการกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เพราะเขารู้ พฤติกรรม พฤติการณ์แบบนี้

แล้วเขาทำอย่างไรครับท่านประธาน เขาก็ต้องหาแนวทางในการปกป้อง คนที่ออกมาเปิดเผยเบาะแสการทุจริต เพื่อให้เขาไม่ต้องกังวลว่าจะต้องถูกดำเนินคดีไปด้วย ตราบใดก็ตามถ้าเขายังถูกกฎหมายเล่นงานไปด้วยใครจะกล้าเปิด พอไม่กล้าเปิดคราวนี้ เกิดอะไรขึ้นครับ การที่ระบบข้าราชการหรือ ป.ป.ช. จะเข้าไปล้วงลูกจัดการทลายทั้งรัง มันก็น้อย แล้วสุดท้ายตัวการก็ยังคงอยู่ ที่ตายไป ที่ถูกจับมีแต่ปลาซิวปลาสร้อย ไม่แตกต่าง จากการจับยาเสพติดที่ตัวใหญ่ไม่เคยถูกจับได้ และมันก็สร้างขบวนการในการทุจริต เซาะกร่อนบ่อนทำลายโกงกินประเทศชาติ โกงกินเงินงบประมาณของพี่น้องประชาชนกัน ต่อไปจากรุ่นสู่รุ่น

กฎหมายฉบับนี้ที่เราขอแก้ไข เราเพิ่มเติมอย่างไรครับท่านประธาน เราเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่ขาดหลักฐานพยาน หรือมีหลักฐานพยานที่ไม่เพียงพอที่จะเอาผิดกับตัวการ หรือผู้กระทำความผิดที่เป็นตัวสำคัญ เราอนุญาตให้มีการอายัดหรือกันผู้แจ้งเบาะแสที่เป็น คนแรกเอาไว้เป็นพยานและไม่ต้องถูกดำเนินคดี และมีการปกป้องสิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ ให้โอกาสคนที่เคยถูกบังคับให้ต้องโกงให้ออกมาเป็นผู้เปิดเผย เพื่อให้ภาครัฐทำลายวงจร การโกงทั้งหมดแบบถึงรัง เอาให้มันหมดประเทศเสียที แต่สิ่งที่พวกผมกำกับเอาไว้มันรัดกุม มากครับ เพราะหากพยานหลักฐานเพียงพอแล้วผมก็ระบุไว้อีกว่าไม่ได้มีความจำเป็น ที่จะต้องกันใครไว้เป็นพยาน เว้นเสียแต่ว่าผู้แจ้งเบาะแสคนแรกเท่านั้น คือไม่ใช่ใครก็ได้ ให้เป็นช่องว่างในการช่วยเหลือผู้กระทำความผิด อันนี้เขียนไว้รัดกุมมาก และในกรณีที่ หลักฐานเพียงพอแล้วก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องกันใครไว้เป็นพยานอีก นี่ก็รัดกุมระดับหนึ่งแล้ว และที่สำคัญที่สุด จะต้องพิจารณาผู้กระทำความผิดที่มีฐานความผิดน้อยที่สุด และยังล็อกไว้ ขั้นสุดท้ายคืออะไรรู้ไหมครับท่านประธาน ต้องขอความเห็นจากอัยการสูงสุดด้วย ถ้าอัยการ สูงสุดท่านมีความเห็นเป็นอย่างอื่น การกันไว้เป็นพยานก็ไม่ได้ ผมถามจริง ๆ ครับ ถ้าอยากจะ จัดการกับปัญหาทุจริตมันต้องจับแค่ปลาซิวปลาสร้อย หรือมันจะต้องทลายยกรัง ผมว่า สมาชิกแห่งนี้ที่อยู่ภายใต้ห้องประชุมสุริยันแห่งนี้ ที่ได้รับเลือกจากประชาชนชาวไทยให้เป็น ผู้แทน ก็รู้อยู่แล้วว่าเราต้องการทลายขบวนการทุจริตแบบยกรัง เอาให้ตั้งแต่ต้นยันจบ หัวยันหาง มันถึงจะแก้ไขปัญหาทุจริตการคอร์รัปชันได้ ถ้าปล่อยให้หัวยังคงลอยนวล จับแต่ปลาซิว ปลาสร้อยข้าราชการชั้นผู้น้อย สักพักด้วยความโลภและความกลัวก็จะมีข้าราชการชั้นผู้น้อย ตกเป็นเหยื่อข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และนักการเมืองแบบนี้ไม่จบ ไม่สิ้น และวงจรการทุจริตของ ประเทศไทยก็จะอยู่ในวังวนเดิม ดัชนี Corruption Perception Index ที่เราถูกประจาน จากทั่วโลกก็แย่เหมือนเดิม ตั้งแต่ยุคก่อนจนผ่านรัฐประหารมาแล้ว โดยมีคนดีมาปกครอง ประเทศเราจะทำตามสัญญา สุดท้ายดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันก็แย่เหมือนเดิม ผมเลยหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีแนวคิด Whistleblower Protection หรือการปกป้องผู้ออกมาเปิดเผยการทุจริต ในแบบที่นานาอารยประเทศมี ผมคิดว่าผู้แทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ก็เคยศึกษากฎหมายในลักษณะนี้มาโดยตลอด ผมก็แปลกใจว่าในเมื่อท่านมีประสบการณ์ ท่านมีเนื้อหาสาระอยู่แล้ว ทำไมไม่เคยคิดจะเอา หลักการที่สากลประเทศ นานาอารยประเทศที่เขามีดัชนีภาพลักษณ์การคอร์รัปชันที่ดี ติดระดับโลกมาบรรจุเป็นกฎหมายในประเทศไทย หรือว่าคนโกงที่มันตัวใหญ่อย่างนั้น มันใหญ่กว่าคณะกรรมการกฤษฎีกาและสั่งการคณะกฤษฎีกาได้ ให้ทำไมต้องเอาเรื่อง Whistleblower Protection หรือการปกป้องผู้ให้เบาะแสการทุจริตมาใส่ไว้ในกฎหมาย ฉบับนี้ ตอบด้วยนะครับ ผมต้องการคำตอบ และผมยืนยันท่านตอบกับ สส. ทั้งหมดเลย เพราะท่านรู้อยู่แล้วว่า Whistleblower Protection เป็นกลไกที่สำคัญมากที่ประเทศญี่ปุ่น และนานาอารยประเทศ ใช้จัดการกับขบวนการการทุจริตแบบถึงลูกถึงคนยกรัง ทำไมครับ ดังนั้นผมยืนยันครับ ไม่มีเหตุผลเลย ผมยืนยันสุดท้ายว่าใส่เข้าไปเถอะครับ ในการปกป้อง พยาน ในการปกป้องคนที่ออกมาเปิดเผยการทุจริตคอร์รัปชัน เราเขียนกฎหมายไว้รัดกุม ครอบคลุมแล้ว การทุจริตคอร์รัปชันจะได้หมดไปจากสารบบประเทศไทยเสียที ไม่อย่างนั้น อย่ามาพูดเรื่องทุจริตกันอีกนะครับ เหม็นขี้ฟันครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ