สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๕ · ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๗

วิชญ์พล ฉวีวรรณ หารือเรื่องการแก้ไขร่างมาตรา ๑๙/๒ เพื่อป้องกันการสับสน โดยแนะนำให้มีการกำหนดตำแหน่ง 4 ตำแหน่งที่สามารถใช้อำนาจจับกุมหรือควบคุมตัวได้ และเรียกร้องการเพิ่มคำว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมในมาตรา ๑๙/๒ วรรคสาม

นายวิชญ์พล ฉวีวรรณ กรรมาธิการ

กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม นายวิชญ์พล ฉวีวรรณ กรรมาธิการ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาครับ ขออนุญาต ชี้แจงตัวมาตราที่มีการสงวน ไล่ลำดับตามวรรคนะครับ เพื่อป้องกันการสับสน สำหรับตัวร่าง มาตรา ๑๙/๒ ซึ่งมีการสงวนความเห็นไว้ เริ่มตั้งแต่วรรคแรกนะครับ วรรคแรกของตัวร่าง มาตรา ๑๙/๒ ก็คือในเรื่องของอำนาจการออกหมายจับ หากดูถ้อยคำของผู้ที่มีการสงวน ความเห็น ก็จะเห็นได้ว่ามีการจำกัดกรอบการมอบหมายของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ว่า จะมอบให้ผู้ใดเป็นผู้ใช้อำนาจในการขอออกหมายจับต่อศาล ซึ่งจริง ๆ ในร่างที่ผ่านจาก กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ทางท่านกรรมาธิการเห็นว่ากรรมการ ป.ป.ท. ควรมีดุลพินิจ ที่มีความกว้างขวาง แล้วก็มีความไว้วางใจกับกรรมการ ป.ป.ท. ในการที่จะกำหนดว่า จะมอบหมายให้ผู้ใดดำเนินการไปขอออกหมายจับในประเด็นแรก ก็เลยไม่ได้มีการระบุว่า จำเป็นต้องเป็นเฉพาะแต่เพียงพนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. อันนี้สำหรับ ในประเด็นของตัวมาตรา ๑๙/๒ วรรคหนึ่ง ที่มีการสงวนความเห็น

สำหรับประเด็นถัดมา ในส่วนของมาตรา ๑๙/๒ วรรคสอง สำหรับกรณี ที่มีการสงวนความเห็นที่มีการขอแก้ไขเพิ่มเติม โดยมีการเพิ่มเติมในลักษณะถ้อยคำที่ว่า โดยจะขอให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ มาสนับสนุนการดำเนินการด้วยก็ได้ หากพิจารณาตัวร่างที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการเสียงส่วนใหญ่ในตัวมาตรา ๑๙/๒ วรรคสอง ก็จะเห็นได้ว่าบุคคลที่จะสามารถจับ หรือควบคุมผู้ที่จะหลบหนี หรือผู้ถูกกล่าวหา ที่จะหลบหนี จะมีด้วยกันทั้งหมด ๔ ตำแหน่งด้วยกัน ที่สามารถใช้อำนาจจับกุมหรือควบคุมตัวได้ ในตัวร่างก็จะกำหนด ๔ ตำแหน่ง ก็คือพนักงาน ป.ป.ท. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. พนักงาน ฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ อันนี้จะเป็น ๔ ตำแหน่ง สามารถที่จะจับหรือควบคุมตัวได้ การที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ผ่านโดยกำหนดตำแหน่ง ๔ ตำแหน่งนี้ ก็เพื่อให้เกิดความ ยืดหยุ่นในการใช้อำนาจในการจับและควบคุมตัว เนื่องจากว่าที่ผ่านมาพนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ยังไม่มีความเชี่ยวชาญในการจับหรือควบคุมตัว การที่เปิดตำแหน่ง ๔ ตำแหน่งนี้ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในช่วงแรกของการที่จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ป.ป.ท. ตำรวจหรือฝ่ายปกครองในการจับกุมในช่วงแรกก่อน และหาก เจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. หรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. มีความเชี่ยวชาญในภายหลังก็อาจจะมีการ มอบหมายให้ ๒ ตำแหน่งนั้นเป็นผู้ทำหน้าที่หลักก็ได้ แต่ในช่วงต้นกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ยังคงเห็นว่าควรจะกำหนดให้มี ๔ ตำแหน่งนี้ ในการที่เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ในการจับและ ควบคุมตัว ไม่ใช่เพียงขอแค่กำลังสนับสนุนเท่านั้นครับ

สำหรับประเด็นสุดท้ายที่มีความสำคัญก็คือ ในส่วนของร่างมาตรา ๑๙/๒ วรรคสาม ในประเด็นของผู้สงวนความเห็น ในประเด็นที่ว่าสมควรที่จะมีการเพิ่มคำว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย มาใช้บังคับโดยอนุโลม ในความตอนท้ายของมาตรา ๑๙/๒ วรรคสาม หรือไม่ ในประเด็นนี้ ในชั้นกรรมาธิการได้มีการพิจารณาค่อนข้างมากเหมือนกัน อย่างเป็นประเด็นข้อห่วงใย ของท่านผู้สงวนความเห็น แต่เหตุผลที่ไม่ว่าจะเป็นในชั้นกรรมการกฤษฎีกาเองหรือในชั้น กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ระบุเหตุผล หรือระบุตัวกฎหมาย หรือชื่อกฎหมายดังกล่าว ไว้ในวรรคสามของร่างมาตรา ๑๙/๒ ก็เพราะว่าตัว พ.ร.บ. อุ้มหายเอง หากพิจารณาตัวนิยาม ของคำว่า เจ้าหน้าที่ ย่อมหมายความรวมถึงพนักงาน ป.ป.ท. ด้วยอยู่แล้ว เพราะกฎหมาย กำหนดให้พนักงาน ป.ป.ท. มีอำนาจควบคุมตัว เช่นเดียวกับทางท่านสมาชิกที่มีการยกขึ้นมาว่า ตัวมาตรา ๒๒ กำหนดหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งโดยนิยามของในตัวกฎหมายอุ้มหายเอง เจ้าหน้าที่ของรัฐ หมายรวมถึงพนักงาน ป.ป.ท. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ที่มีอำนาจควบคุมตัว ด้วยอยู่แล้ว

ดังนั้นโดยตัวกฎหมายของ พ.ร.บ. อุ้มหายเอง จะเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับ โดยตรง ไม่ใช่กฎหมายที่ใช้บังคับโดยอนุโลม ดังนั้นหากมีการใส่ถ้อยคำดังกล่าวก็อาจจะ ก่อให้เกิดปัญหาการตีความได้ เพราะโดยกฎหมายอุ้มหายเองก็ถือว่าเป็นกฎหมายกลาง ที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. หรือพนักงาน ป.ป.ท. ที่มีอำนาจควบคุมตัวนั้นสามารถที่จะ ดำเนินการได้โดยตรง โดยผลของกฎหมายอุ้มหายนั่นเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีการอนุโลมใช้ และต้องกำหนดไว้ ดังเช่นที่มีการสงวนความเห็นไว้ อันนี้ก็จะเป็น ๓ ประเด็น ที่มีการ ขอสงวนไว้และขอชี้แจง ขอบคุณครับ