วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตั้งข้อสังเกตถึงร่าง พ.ร.บ. มาตรา 19 ที่ให้อำนาจพนักงาน ป.ป.ท. ในการจับกุมและควบคุมตัว โดยชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ที่อาจนำไปสู่การทรมานหรือการอุ้มหาย พร้อมเรียกร้องให้มีการบังคับใช้ พ.ร.บ. ป้องกันการทรมานและบุคคลสูญหายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะมาตรา 23 และ 24 ที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกข้อมูลผู้ถูกควบคุมตัวและสิทธิของญาติ รวมถึงเสนอให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้ร่วมเพื่อคุ้มครองสิทธิมนุษยชนอย่างแท้จริงและสร้างความรับผิดชอบให้กับเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นเอาไว้ครับ ในมาตรา ๑๙ ของ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เป็นการให้อำนาจกับพนักงาน ป.ป.ท. ในการออกหมายจับ แล้วก็ควบคุมตัว ผู้ที่ถูกกล่าวหาเอาไว้ แล้วท่านประธานก็ทราบอยู่ครับว่าปัจจุบันนี้การควบคุมตัว และการจับกุมผู้ที่ถูกกล่าวหา ในมาตรานี้ทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้พูดถึงครับว่า ในวรรคสามได้ระบุเอาไว้ว่า เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ในการจับ การควบคุมตัว และการปล่อยตัวชั่วคราว และการดำเนินการของพนักงานอัยการ ให้นำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่ท่านประธานครับ สมาชิกแห่งนี้เพื่อน สส. ได้หลงลืมไปไหมครับว่า การจับกุมและควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหา ไม่ได้ใช้แค่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเท่านั้น เราลืมไปหรือเปล่าครับว่าเรามี พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหายมาแล้ว และเป็นกฎหมายที่พวกเราภาคภูมิใจที่สุดในสภาชุดที่แล้ว และหลายท่านก็มีความภาคภูมิใจ สืบเนื่องกันมา กฎหมายฉบับนี้ยังไม่เคยมีการบังคับใช้อย่างจริงจัง และเป็นกฎหมายที่มี คุณูปการในการป้องกันและปกป้องสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ในฐานะผู้เป็นเจ้าของ อำนาจอธิปไตย
ดังนั้นผมจึงเสนออย่างนี้ เราลองมาดูใน พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายกันก่อน และผมก็ขออนุญาตโน้มน้าวให้ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ฟังผมเสียหน่อย เราลองมาดูว่าในมาตรา ๒๒ ท่านเปิด PDF ของ พ.ร.บ. อุ้มหายได้ จะมีการกำหนดให้มีการบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่อง ในขณะจับและควบคุม จนกระทั่งส่งตัวให้พนักงานสอบสวนหรือปล่อยตัวบุคคลดังกล่าวไป นั่นหมายความว่าถ้าเกิดท่านเอาเฉพาะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แล้วพนักงาน ป.ป.ท. กระทำการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่หลงลืม ไม่ได้บันทึกภาพและเสียงแบบต่อเนื่อง พนักงาน ป.ป.ท. เองนั่นล่ะที่จะโดนฟ้อง ตาม พ.ร.บ. อุ้มหายครับ ผมถือว่ากฎหมายฉบับนี้ยังไม่รอบคอบเลย และหลงลืม พ.ร.บ. อุ้มหาย ไปได้อย่างไร ทั้งที่นี่คือกฎหมายที่พวกเราภาคภูมิใจที่จะปกป้องสิทธิเสรีภาพของพี่น้อง ประชาชน ยังครับ ในกฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๒๒ ยังระบุไว้อีกครับ ซึ่งพนักงาน ป.ป.ท. ที่จะ ใช้อำนาจเข้าจับกุมควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาต้องใส่ใจเอาไว้ก็คือ ต้องไม่มีการทรมาน การกระทำที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือกระทำการให้บุคคล สูญหาย ถ้าไม่ได้มีการอ้างอิง พ.ร.บ. อุ้มหายลงไปในมาตรานี้ มันจะไม่มีเครื่องย้ำเตือนให้กับ พนักงาน ป.ป.ท. ว่าต้องระวังใส่ใจ ไม่ให้กระทำการใด ๆ ที่เป็นการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หรือการกระทำการใด ๆ ที่เป็นการซ้อมทรมาน หรือกระทำการใด ๆ ที่เข้าข่ายลักษณะโหดร้าย ในกรรมาธิการเองก็มีตัวแทนจากกฤษฎีกา คงเข้าใจดีถึงเนื้อหาสาระของ พ.ร.บ. อุ้มหาย เป็นอย่างดี ไม่ต้องให้ผมมาสอนพระสังฆราช ผมก็ตั้งคำถามว่าทำไมมิได้นำพาใส่ใจถึง พ.ร.บ. อุ้มหาย หรือเป็นอย่างไรครับ เพราะกฎหมายฉบับนี้กฤษฎีกาไม่ได้ส่งมา แต่เป็นความ ภาคภูมิใจของสภาผู้แทนราษฎรหรืออย่างไร ถึงทำตัวทำใจเหมือนกับไม่มีกฎหมายฉบับนี้ ไม่คิดที่จะเต็มใจที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หรือวางยาให้พนักงาน ป.ป.ท. ถูกฟ้องร้องในภายหลังกันแน่ หรืออย่างไรครับ หรือจะไม่คิดว่าจะต้องปกป้องสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยแล้วหรืออย่างไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๒๓ ของ พ.ร.บ. อุ้มหายยังมีเนื้อหา สาระที่น่าสนใจ จะต้องมีการบันทึกข้อมูลผู้ที่ถูกควบคุมตัวตามรายละเอียดที่ พ.ร.บ. อุ้มหาย กำหนดไว้ด้วย จะจับอย่างเดียว จับดื้อ ๆ บันทึกแบบส่งเดชไม่ได้ มาตรา ๒๔ ญาติของ ผู้ถูกควบคุมตัว ผู้แทน ทนาย มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกควบคุมตัว นี่คือเป็นกฎหมายที่ดี ที่ปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน ไม่ใช่อยู่ดี ๆ พนักงาน ป.ป.ท. ก็ถืออำนาจไปจับเขา ไปควบคุมตัวเขา แล้วก็อ้างแค่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แล้วหลงลืม พ.ร.บ. อุ้มหาย ทำไมครับ กฎหมายนี้มันผ่านสภาไปแล้ว แล้วมันไม่ศักดิ์สิทธิ์หรืออย่างไรครับ ห้ามพูดถึงกฎหมายฉบับนี้หรืออย่างไร หรืออยากให้การอุ้มหาย การซ้อมทรมานมันยังดำรงอยู่ อยู่ในแดนสนธยา อยู่ในประเทศนี้หรืออย่างไร
ดังนั้นด้วยทั้งหมดทั้งมวล กฎหมายฉบับนี้เป็นความภาคภูมิใจของ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ครั้งหนึ่งห้องประชุมสุริยันแห่งนี้เคยผ่านกฎหมายที่ดีอย่างนี้ มาให้เป็นของขวัญในการปกป้องเสรีภาพให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทย ผมจึงเห็นควรว่า ผมวิงวอนไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคน เพราะพวกท่านคือผู้แทนราษฎร พวกเราทุกคน มีหน้าที่ในการปกป้องเสรีภาพของพี่น้องประชาชนตาม พ.ร.บ. อุ้มหายที่เราภาคภูมิใจ ผมจึงเสนอให้มีการแก้ไขในมาตรานี้ โดยเติมเข้าไปแค่นิดเดียวครับท่านประธาน เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ในการจับ การควบคุมตัวและ การปล่อยตัวชั่วคราว และการดำเนินการของพนักงานอัยการ ให้นำประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา แล้วผมเติมแค่นี้เอง และพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายมาบังคับใช้โดยอนุโลม เพื่อคุ้มครองสิทธิและ การมีชีวิตอยู่ของพี่น้องประชาชนชาวไทยจากการถูกย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การกระทำ อันโหดร้ายและการซ้อมทรมาน และผมขอฝากท่านคณะกรรมาธิการเสียงส่วนมาก ก่อนที่จะกดปุ่ม คิดถึงความภาคภูมิใจที่เราเคยผ่านกฎหมายฉบับนี้ มองไปที่ Facebook ของท่าน มองไปที่ Social Media ของท่าน มองถึงหัวใจของประชาชน มองถึงคนที่ ถูกกระทำการอย่างโหดร้าย มองถึงคนที่เคยถูกอุ้มหายไปทั้งหมด แล้วท่านหายใจลึก ๆ แล้วท่านจะกดปุ่มเห็นด้วยกับผม ขอบพระคุณครับ