พุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว นำเสนอรายงานผลการศึกษาข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหาทรัพยากรน้ำจาก 8 หน่วยงาน โดยครอบคลุมการบริหารจัดการน้ำอุปโภค น้ำการเกษตร น้ำท่วม คุณภาพน้ำ และการอนุรักษ์ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พร้อมเสนอให้จัดตั้งธรรมนูญลุ่มน้ำและสถาบันพัฒนาพื้นที่ รวมถึงหารือการพัฒนาและอนุรักษ์ลุ่มน้ำอย่างยั่งยืนผ่านการกำหนดพื้นที่ใช้ประโยชน์อย่างชัดเจน การกำจัดพืชต่างถิ่นรุกราน การปรับปรุงระบบระบายน้ำ การสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและศึกษาเรียนรู้ธรรมชาติ รวมถึงผลักดันกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ ฟื้นฟูคุณภาพน้ำ และเร่งบังคับใช้ข้อบัญญัติสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพอย่างยั่งยืน
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พุฒิพงศ์ ลุ่ยจิ๋ว ในฐานะอนุกรรมาธิการ ขอนำเสนอรายงานผลการศึกษาในส่วนข้อเสนอแนะ แนวทางแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานของภาครัฐ ซึ่งมีข้อเสนอแนะจาก ๘ หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
หน่วยงานที่ ๑ คณะกรรมการลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา สำนักทรัพยากรน้ำ แห่งชาติได้สรุปสภาพปัญหาที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และแนวทางแก้ไขปัญหา จำแนกตาม ยุทธศาสตร์ได้ ๕ ด้าน ดังต่อไปนี้ ด้านที่ ๑ การจัดการน้ำอุปโภค บริโภคต้องมีการสนับสนุน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดทำระบบประปาให้มีประสิทธิภาพ บริหารจัดการน้ำในพื้นที่ อย่างเป็นระบบมี KPI เพื่อติดตามผลงานอย่างชัดเจน ด้านที่ ๒ การสร้างความมั่นคงของน้ำ ในภาคการผลิต เช่น การขุดลอกร่องน้ำ และชายฝั่ง การสำรวจปริมาณน้ำต้นทุนในพื้นที่ การจัดทำระบบผันน้ำไปยัง Zone ชายฝั่งทะเล การจัดหาแหล่งน้ำสำรอง อาทิ ประปาภูเขา ด้านที่ ๓ การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย จัดให้มีการขุดลอกปากอ่าว ขุดลอกคลองเทพา สร้างพื้นที่ชะลอน้ำ สร้างพื้นที่แก้มลิง สร้างท่อระบายน้ำ กำจัดวัชพืชและขุดลอกคลอง ด้านที่ ๔ การจัดการคุณภาพน้ำ และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ ต้องมีการกำหนดให้มีการบำบัด น้ำเสียจากภาคเกษตรและอุตสาหกรรมก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำ ปรับปรุงและเพิ่ม ประสิทธิภาพระบบบำบัดที่มีอยู่ พัฒนาระบบบำบัดน้ำเสียในชุมชน ส่งเสริมการปลูกต้นน้ำ และรักษาฟื้นฟูอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้ที่ถูกบุกรุก มีการขุดลอกทะเลสาบสงขลาทั้งระบบ และ ยกเลิกสัมปทานการดูดทรายในลำคลอง และยกเลิกสัมปทานเฉพาะพื้นที่ ด้านที่ ๕ ด้านการ บริหารจัดการ ควรจัดทำธรรมนูญลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ปรับปรุงแผนรับมือน้ำแล้ง น้ำท่วม จัดตั้งสถาบันพัฒนาทะเลสาบสงขลา สภาประชาชนลุ่มน้ำ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
หน่วยงานที่ ๒ กรมประมงได้เสนอแนะ การแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ให้ศูนย์อำนวยการรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ศรชล. ดำเนินการตามพระราชบัญญัติการรักษาผลประโยชน์ ของชาติทางทะเล พุทธศักราช ๒๕๖๒ มาตรา ๒๗
หน่วยงานที่ ๓ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย เห็นควรกำหนดพื้นที่ ใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพในพื้นที่ทะเลน้อยและพื้นที่โดยรอบ โดยการแบ่งพื้นที่ ให้ชัดเจนเพื่อลดปัญหาความขัดแย้งในการใช้ทรัพยากร เห็นควรกำจัดพืชต่างถิ่นรุกราน ออกจากพื้นที่ทะเลน้อยและพื้นที่โดยรอบ เห็นควรบูรณาการหน่วยงานและภาคเอกชน จัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ทะเลน้อยอย่างมีระบบ
หน่วยงานที่ ๔ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบสงขลา มี ๒ ข้อเสนอแนะที่สำคัญ ข้อเสนอแนะที่ ๑ เนื่องจากสภาพพื้นที่ทะเลสาบสงขลามีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ บางพื้นที่ มีลักษณะเป็นคอขวดระบายน้ำออกไม่ได้ การระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยบริเวณแหลมสนอ่อน ได้ช้าเนื่องจากระยะทางไกลและมีสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น โพงพางหรือเครื่องมือการประมง ที่เสื่อมสภาพหมดอายุ ดังนั้นควรส่งเสริมให้มีมาตรการหรือออกกฎระเบียบทางกฎหมาย ข้อเสนอแนะที่ ๒ พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลสาบหรือที่ประชาชนในพื้นที่เรียกขานกัน ในนามอุทยานนกน้ำคูขุด เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติสามารถรองรับ นักท่องเที่ยวได้ทั้งภายในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นอุทยานนกน้ำที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย สามารถพัฒนาศักยภาพมัคคุเทศก์ท้องถิ่นควบคู่กับการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม คาบสมุทรสทิงพระ เพื่อยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ปัจจุบันยังขาดงบประมาณในการสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ ทางธรรมชาติ
หน่วยงานที่ ๕ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจรากฐานชีวภาพ ได้เสนอให้มี การส่งเสริมสนับสนุน และดำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพเพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่าย สร้างโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับประชาชน
หน่วยงานที่ ๖ องค์การบริหารพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. เห็นควรให้คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบประกาศพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่าง ยั่งยืนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเพื่อให้เกิดการดำเนินตามแผนยุทธศาสตร์พื้นที่พิเศษ เห็นควร ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งหน่วยงานกลางขึ้นเพื่อมีอำนาจเต็มในการกำกับดูแลทะเลสาบสงขลา เห็นควรให้องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนกลับไปอยู่ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี เห็นควรให้มีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติ เพื่อภารกิจในการคุ้มครอง อนุรักษ์ ดูแล และจัดการพื้นที่ทะเลสาบสงขลาที่มีลักษณะพิเศษ แบบ Lagoon
หน่วยงานที่ ๗ จังหวัดพัทลุง เห็นควรให้ซื้อเครื่องจักรกลเพื่อกำจัดพืชต่างถิ่น รุกรานชนิดหยั่งรากลึก เช่น ต้นโกง ผักกระฉูด และพืชลอยน้ำ เห็นควรให้มีการบังคับใช้ เทศบัญญัติ ข้อบัญญัติเรื่องการติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำเสียในอาคาร จะมีผลบังคับใช้กับ อาคาร เห็นควรให้แก้ปัญหาที่ดินให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษา ดำเนินการตรวจสอบแนวเขต สถานะของที่ดินและจำนวนราษฎรที่เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ดำเนินการ สอบสวนข้อเท็จจริงตามแนวของระเบียบกระทรวงมหาดไทย
หน่วยงานที่ ๘ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ ๑๔ สุราษฎร์ธานี และสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ ๑๖ สงขลา กรมควบคุมมลพิษ ได้เสนอว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรมีการสร้างเสริมจิตสำนึก และ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ในการอนุรักษ์แหล่งน้ำ ตลอดจนพิจารณา ในเรื่องของการสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ควรมีการเสริมสร้างศักยภาพ อปท. ในส่วนของการ ฟื้นฟู ปรับปรุงคุณภาพแหล่งน้ำผิวดิน เพื่อให้เกิดการบูรณาการร่วมมือในการจัดการคุณภาพ แหล่งน้ำผิวดินให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน